เปิด "หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา" สดร. หนุนเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางดาราศาสตร์ของประเทศ

Share

๑๑ มกราคม  ๒๕๕๖ -  เชียงใหม่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดตัว “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา” เผยโฉม หอดูดาวระดับโลกแห่งแรกของภูมิภาค ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์พร้อมระบบโดมอัตโนมัติขนาดใหญ่ที่สุด และล้ำที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เตรียมรับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ 22 มกราคมนี้ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กม. 44.4  อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

 

 

        นายธานินทร์  สุภาแสน - ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  ร่วมแถลงข่าวฯ ในฐานะพ่อเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่ายินดี และน่าภาคภูมิใจสำหรับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง ที่หน่วยงานด้านดาราศาสตร์ระดับชาติมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะมีส่วน      ในการผลักดันให้จังหวัดเชียงใหม่พัฒนาเป็น “ศูนย์กลางทางด้านดาราศาสตร์ของประเทศ” จะทำให้เชียงใหม่          มีศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาส่งเสริมในส่วนต่างๆ หลายทาง อาทิ การพัฒนาทางการท่องเที่ยว การส่งเสริมด้านการค้าการลงทุน รวมทั้งการเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศ    การเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชาวเชียงใหม่อีกด้วย และอยากขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวเชียงใหม่ทุกคนเป็นเจ้าบ้านที่ดี และร่วมภาคภูมิใจกับ “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา” หอดูดาวแห่งชาติแห่งแรกของไทย หอดูดาวของชาวเชียงใหม่และของคนไทยทุกคน

 

 

        ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ - รองศาสตราจารย์บุญรักษา  สุนทรธรรม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพิธีเปิดอย่างเป็นทางการว่า “ขณะนี้ สดร. ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธี วันที่ 22 มกราคมนี้ ซึ่งหอดูดาวแห่งนี้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์ และยังได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา“ ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ไทย          ซึ่งรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงสี่ปีหลังจากก่อตั้ง สดร. วันนี้เรามีที่ยืนอย่างโดดเด่นในวงการดาราศาสตร์โลก เรามุ่งมั่นพัฒนารอบด้าน สร้างเครือข่ายทางวิชาการระดับนานาชาติ บ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่ ขยายโครงสร้างกายภาพ เช่น    หอดูดาวแห่งนี้ พร้อมๆ กับสร้างเครือข่ายหอดูดาวภูมิภาคเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักเพื่อต่อยอดงานวิจัยและเผยแพร่สู่สาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ เรากำลังจัดสรรหลักสูตรการเรียนด้านดาราศาสตร์แก่นักเรียนทุกระดับชั้น เพราะเราเชื่อมั่นว่าดาราศาสตร์จะดึงดูดเด็กและเยาวชนของเราให้สนใจวิทยาศาสตร์ได้อย่างง่ายดาย      การเปิดตัว “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา” ครั้งนี้จึงเป็นหลักชัยหลักใหญ่บนเส้นทางของ สดร.และบุคลากรด้านดาราศาสตร์ที่มุมานะของเรา

        รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ - ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา อธิบายข้อมูล           เชิงปฏิบัติการ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยของหอดูดาวฯ ว่า “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ด้วยระบบอัลตะซิมุท (Altazimuth System) สามารถเล็งและติดตามวัตถุท้องฟ้าได้แม่นยำยิ่ง ตัวกล้องใช้ระบบทัศนศาสตร์แบบลดความบิดเบี้ยวของภาพ เรียกว่าระบบริชชี-เครเทียน  (Ritchey-Chretien)  กระจกหลัก (Primary Mirror) เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร เป็นกระจกโค้งไฮเปอร์โบลา มีพอร์ตติดตั้งอุปกรณ์แบบนาสมิธ (Nasmyth) บังคับแสงดาวที่เข้ากล้องให้สะท้อนออกข้างกล้อง    ซึ่งติดตั้งเครื่องบันทึกสัญญาณต่างๆ อาทิ กล้องถ่ายภาพซีซีดี ซีซีดีสเปกโทรกราฟ กล้องโทรทรรศน์หมุนได้รอบ      เพื่อเคลื่อนที่กวาดพิกัด และมีโดมไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่หมุนตามได้สอดคล้องกัน ทั้งหมดทำงานอัตโนมัติควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้จากระยะไกล ที่ตั้งอยู่บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,457 เมตร ทัศนวิสัยเหมาะแก่การสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ สามารถทำวิจัยได้มากกว่า 200 คืนต่อปี ทั้งยัง    โดดเด่นกว่าทำเลของหอดูดาวในต่างประเทศเพราะมีหอดูดาวเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ซึ่งเป็น   จุดสังเกตการณ์ทั้งซีกฟ้าเหนือ และซีกฟ้าใต้ได้ตลอดทั้งปี”

 



 

        รองศาสตราจารย์บุญรักษา  สุนทรธรรม ผู้อำนวยการ สดร. กล่าวเพิ่มเติมว่า “หอดูดาวเฉลิม       พระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา เป็นห้องปฏิบัติการดาราศาสตร์ที่สำคัญของไทย เป็นศูนย์กลางการวิจัยและวิชาการในเครือข่ายดาราศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดาราศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระตุ้นพัฒนาการด้านศึกษาและยกระดับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ          ให้สามารถแข่งขันได้ในมาตรฐานสากล  ไทยจะสามารถสานงานวิจัยในระดับก้าวหน้า(Advance) ที่เน้นเฝ้าสังเกตและเก็บข้อมูลพลวัตของวัตถุท้องฟ้าด้วยความแม่นยำสูง อาทิ การค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ(Exo-planet) การศึกษาสมบัติทางกายภาพและการวิวัฒนาการของระบบดาวคู่แบบใกล้ชิด(Close Binary System) ดาวระเบิด(Cataclysmic Variable) การบังดาวของดวงจันทร์(Lunar Occultation)  หลุมดำ(Black Hole) ในระบบดาวคู่หรือดาวแปรแสง เอกภพวิทยา(Cosmology) สสารและพลังงานมืด(Dark Matter and Dark Energy) ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้อาจนำไปสู่การค้นพบที่สำคัญทางวิทยาศาสตร์ในอนาคตอันใกล้ 

 


 

        นอกจากนี้ “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา” ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางดาราศาสตร์ สนับสนุนการจัดการศึกษาและงานวิจัยของอาจารย์และนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ฝึกอบรมดาราศาสตร์ระดับนานาชาติ ที่สำคัญที่สุด คือสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนของชาติให้มีใจรักวิทยาศาสตร์ อันเป็นนโยบายหลัก     อีกประการหนึ่งของสถาบันฯ คือการพัฒนาการศึกษาด้านดาราศาสตร์ของประเทศ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการวิจัยทางดาราศาสตร์ในอนาคต

        ท่านสามารถติดตามข่าวสาร รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหอดูดาวพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษางานวิจัย และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ www.narit.or.th


(จากซ้าย) นายภัทรวรรธน์  อาจองค์ รองผู้อำนวยการ สดร. – นายธานินทร์ สุภาแสน ผวจ. – 

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สดร. – ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร.


มอบของที่ระลึกแก่ท่านผู้ว่าฯ

ภาพถ่ายดาวพฤหัสบดี ที่ถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ 2.4 เมตร ถ่ายโดย ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา


 

 

 

ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์

โทร. 053-225569 ต่อ 210 หรือ 081-8854353

E-Mail: [email protected] / www.narit.or.th

Facebook: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

Twiiter: @N_Earth

Additional information