สดร. เผยหลักฐานล่าสุด ลูกไฟจากวัตถุขนาด 66 ตัน พุ่งชนบรรยากาศโลก เหนือฟ้าที่กาญจนบุรี

Share

14 กันยายน 2558

การรวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายดาราศาสตร์ทั้งภายในและต่างประเทศภายใต้ความรับผิดชอบของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งมีหน้าที่เผยแพร่องค์ความรู้ดาราศาสตร์สู่สาธารณะ ทางสถาบันฯรวบรวมข้อมูลวิดีโอและภาพนิ่งที่ได้จากประชาชนผู้พบเห็นเหตุการณ์ในแต่ละพื้นที่ พร้อมกับข้อมูลการสังเกตจากดาวเทียมสำรวจอากาศของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งอนุเคราะห์โดยองค์การนาซา จากนั้นก็ทำการวิเคราะห์หาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวัตถุต้นกำเนิดของแสงวาบดังกล่าวได้ดังนี้

        จากข้อมูลพบว่าแสงวาบที่เกิดขึ้นอาจเป็นลูกไฟ (Fireball หรือ Bolide) จากดาวเคราะห์น้อยหรือวัตถุขนาดเล็กผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูงมาก เสียดสีเกิดความร้อนจนลุกไหม้ เห็นเป็นลูกไฟ มีควันขาวเป็นทางยาว เสียงดังคล้ายระเบิด เห็นได้เป็นบริเวณกว้าง ข้อมูลเบื้องต้นที่จังหวัดกาญจนบุรีปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าววิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นวัตถุจากนอกโลก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5 เมตร มวลประมาณ 66 ตัน พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกด้วยความเร็วประมาณ 75,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความสว่างที่สุดในขณะอยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 29.3 กิโลเมตร พลังงานการชนของวัตถุดังกล่าวมีค่าเทียบเท่าการระเบิดของ TNT  3.9 กิโลตัน (หรือ 1 ใน 4 ของระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา) ทิศทางการเคลื่อนที่มุ่งไปทางตะวันตก ที่มุมอะซิมุท  269.8 องศา มุมเอียงของการชนเทียบกับพื้นโลก 45.4 องศา ระบุพื้นที่ที่อาจมีอุกกาบาตตกบริเวณอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี กินพื้นที่เป็นวงกว้างเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 กิโลเมตร นับเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ที่สุดที่พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกในรอบปีที่ผ่านมา ดังรูปที่ 1

 

รูปที่ 1 จากกราฟจะพบว่าพลังงานของวัตถุดังกล่าวมีค่าเทียบได้กับระเบิด TNT 3.9 กิโลตัน ขนาดที่สอดคล้องกันดูได้จากแกน x ที่อยู่ด้านบนคือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5 เมตร และมีอัตราการตกเฉลี่ยปีละครั้ง

 

รูปที่ 2 แสดง พื้นที่ที่อาจมีอุกกาบาตตกบริเวณอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี กินพื้นที่เป็นวงกว้างมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 กิโลเมตร

 

        อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่ามีการพบอุกกาบาตจากวัตถุดังกล่าว สดร. ยังคงจะติดตามข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ปกติที่อธิบายได้ จากสถิติพบว่ามีอุกกาบาตตกลงมาบนโลกเป็นจำนวนมากแต่ไม่เป็นข่าวเนื่องจากส่วนมากตกในมหาสมุทรหรือบริเวณที่ไม่มีบริเวณที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย โอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินก็มีความเป็นไปได้น้อยมาก จึงเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นแต่ไม่น่าตกใจ กรณีนี้ไม่ต่างจากที่เราเห็นดาวตกตอนกลางคืน เพียงแต่เหตุการณ์นี้เห็นได้ในแหล่งชุมชนและเกิดขึ้นในเวลากลางวันเท่านั้น

 

รูปที่ 3 แสดงจำนวนเหตุการณ์ที่ดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กเคลื่อนที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกตั้งแต่ปี 1994 -2013   ในช่วงระยะเวลาประมาณ 20 ปี ที่ผ่านมา มีวัตถขนาดเล็กเคลื่อนที่พุ่งชนบรรยากาศโลกจำนวนถึง 556 ครั้งจุดสีน้ำเงินหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลากลางคืนมีทั้งหมด 301 ครั้ง ส่วนจุดสีเหลืองหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลากลางวันมีทั้งหมด 255 ครั้ง

 

 

เรียบเรียงโดย

ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารดาราศาสตร์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

http://neo.jpl.nasa.gov/fireballs/

P. Brown , R. E. Spalding, D. O. ReVelle , E. Tagliaferri§ & S. P. Worden , The flux of small near-Earth objects colliding with the Earth, Nature , 420 , 294 - 296, 2002