แผนที่ดาวโบราณใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก”: ตอนที่ 6

Share

แผนที่ดาวโบราณใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก”: ตอนที่ 6

ผู้เรียบเรียงบทความชุดนี้สนใจในประเด็นเกี่ยวกับวิวัฒนาการและความเป็นมาของแผนที่ดาวใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก” จึงได้เรียบเรียงบทความชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งผู้อ่านควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องราวของ “ทรงกลมท้องฟ้า” (Celestial Sphere) มาก่อน โดยสามารถอ่านได้ตามลิงก์ต่อไปนี้

ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ของโครงการ LESA

http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/LESA212/1/celestial_sphere/celestial/celestial.html 

 

เอกสารวิชาดาราศาสตร์ ของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

http://www.mwit.ac.th/~astronomy/astro_m4/lesson2.pdf 

 

----------------------------------------------------

 

แผนที่ดาวโบราณของเกาหลี

 

6. ตัวอย่างแผนที่ดาวโบราณของเกาหลี

 

ในบรรดาแผนที่ดาวโบราณของเกาหลี มักเป็นแผนที่ดาวในสมัยราชวงศ์โชซ็อน (Joseon, ฮันกึล: 조선, ฮันจา: 朝鮮 ราชวงศ์ที่ปกครองเกาหลีในช่วง ค.ศ.1392-1910) มากที่สุด แต่เกาหลีก็พอมีแผนที่ดาวโบราณก่อนสมัยโชซ็อนอยู่บ้าง

 

ตัวอย่างแผนที่ดาวเหล่านี้จะเรียงตามปีที่ทำแผนที่ดาว

 

6.1 แผนที่ดาวของเกาหลีก่อนสมัยโชซ็อน

 

รูปที่ 71

(อธิบายรูปที่ 71) แผ่นหินบนเพิงหินฝังศพอาดือกี (Adeugi Dolmen, ฮันกึล: 아득이 고인돌) อำเภอช็องว็อน จังหวัดชุงช็องเหนือ ทางภาคกลางของเกาหลีใต้ แผ่นหินแผ่นนี้ถูกสกัดเป็นรอยบุ๋ม เรียกว่า “รอยรูปถ้วย” (Cup Mark) รอยรูปถ้วยเหล่านี้เรียงตัวคล้ายกลุ่มดาวบริเวณใกล้ดาวเหนือ ซึ่งนักดาราศาสตร์โบราณคดีคาดว่าแผ่นหินบนเพิงหินฝังศพอาดือกีถูกสกัดรูปกลุ่มดาวขึ้นในช่วงยุคโลหะของเกาหลี (ประมาณ 900-300 ปีก่อนคริสตกาล)

สำหรับเรื่องราวความเป็นมาของดาราศาสตร์เกาหลี ในช่วงยุคโลหะ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2354-astronomy-thailand-china-korea-02 

 

รูปที่ 72

(อธิบายรูปที่ 72) กลุ่มสุสานโคกู-รยอ (Complex of Goguryeo tombs, ฮันกึล 고구려 고분군 “โคกู-รยอ โคบุนกุน”) ซึ่งกระจุกตัวบริเวณเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรโคกู-รยอ (Goguryeo, ฮันกึล: 고구려) ได้แก่ บริเวณเมืองจี๋อัน มณฑลจี๋หลินของจีน ใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือ และกรุงพย็องยัง (เปียงยาง) ของเกาหลีเหนือ 

ในสุสานส่วนหนึ่งมีจิตรกรรมฝาผนังรูปกลุ่มดาวและดาวต่างๆ เช่น กลุ่มดาวนักษัตร 28 กลุ่ม (บ่งชี้ว่าเกาหลีได้รับระบบกลุ่มดาวนักษัตรจากจีน), รูปสัตว์เทพทั้ง 4 ของกลุ่มดาวใหญ่ในเอเชียตะวันออก, ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ซึ่งนักโบราณคดีคาดว่าสุสานโคกู-รยอเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสตศตวรรษที่ 5-6

ในรูปนี้เป็นรูปกลุ่มดาวหมีใหญ่ (เกาหลีเรียก “ดาวกระบวยทางเหนือ” หรือที่ไทยเรียก “ดาวจระเข้”) ทางขวาของภาพ ส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวคนยิงธนู (เกาหลีเรียก “ดาวกระบวยทางใต้”) ทางซ้ายของภาพ ดวงอาทิตย์พร้อมสัญลักษณ์รูปอีกาสามขา (ดวงล่าง) และดวงจันทร์พร้อมสัญลักษณ์รูปเขียดกับกระต่าย (ดวงบน)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นมาของดาราศาสตร์ในเกาหลีสมัยสามอาณาจักร (โคกู-รยอ แพ็กเจ และชิลลา) สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2374-astronomy-thailand-china-korea-03 

เอกสาร pdf รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนังในสุสานโคกู-รยอ ของคณะบริหารสมบัติทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ สามารถอ่านได้ที่ http://jikimi.cha.go.kr/english/heritage_book/korguryo.pdf 

 

รูปที่ 73

(อธิบายรูปที่ 73) ภาพสเกตช์จิตรกรรมฝาผนังบนเพดานในสุสานโคกู-รยอแห่งหนึ่ง ในมณฑลจี๋หลินของจีน ซึ่งแสดงดาวต่างๆ ได้แก่  

- “ดาวกระบวยทางเหนือ” (กลุ่มดาวหมีใหญ่) อยู่บนผนังฝั่งเหนือ (ด้านบนของภาพ)

- “ดาวกระบวยทางใต้” (ส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวคนยิงธนู) บนผนังฝั่งใต้ (ด้านล่างของภาพ)

- ดวงอาทิตย์ (วงสีแดงทางซ้ายของภาพ)

- ดวงจันทร์ (วงสีแดงทางขวาของภาพ)

 

รูปที่ 74

(อธิบายรูปที่ 74) ภาพแต้มสีในสมัยโค-รยอ (Goryeo, ฮันกึล: 고려 ราชวงศ์ที่ปกครองเกาหลีในช่วง ค.ศ.918-1392) บนเพดานสุสานซอซัมดง (Seosamdong tomb, ฮันกึล: 서삼동 고분) เมืองอันดง จังหวัดคย็องซังเหนือในเกาหลีใต้ ภาพแต้มสีนี้เป็นแผนที่ดาวแสดงกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 ของเอเชียตะวันออก และ “ดาวกระบวยทางเหนือ” (กลุ่มดาวหมีใหญ่) สุสานนี้สร้างขึ้นในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 12

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นมาของดาราศาสตร์ในเกาหลีสมัยโค-รยอ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2374-astronomy-thailand-china-korea-03

 

6.2 แผนที่ดาวของเกาหลีในสมัยโชซ็อน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นมาของดาราศาสตร์ในเกาหลี สมัยโชซ็อน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2380-astronomy-thailand-china-korea-04 

 

รูปที่ 75

(อธิบายรูปที่ 75) แผนที่ดาว “ช็อนซังย็อลชาบู-นยาจีโด” (Cheonsang Yeolcha Bunyajido, ฮันกึล: 천상열차분야지도, ฮันจา: 天象列次分野之圖) เป็นแผนที่ดาวสลักหินที่ทำขึ้นในปี ค.ศ.1395 แสดงดาวฤกษ์ 1,467 ดวง และกลุ่มดาวพื้นบ้าน 290 กลุ่ม แผนที่ดาวนี้ถูกใช้เป็นแผนที่ดาวมาตรฐานของเกาหลีในสมัยโชซ็อน โดยภาพพิมพ์ของแผนที่ดาวนี้ถูกใช้แพร่หลายทั่วอาณาจักร ก่อนที่จะเสื่อมความนิยมเพราะถูกแทนที่ด้วยแผนที่ดาวตามแบบดาราศาสตร์ตะวันตก ในช่วงคริสตสตวรรษที่ 19

ในปัจจุบันนี้ แผนที่ดาว “ช็อนซังย็อลชาบู-นยาจีโด” ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของดาราศาสตร์พื้นบ้านเกาหลี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของแผนที่ดาว “ช็อนซังย็อลชาบู-ยาจีโด” สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2404-astronomy-thailand-china-korea-05

 

รูปที่ 76

(อธิบายรูปที่ 76) ลูกทรงกลมท้องฟ้าแบบแสดงกลุ่มดาว (“ฮนซัง”, ฮันกึล: 혼상, ฮันจา: 渾象) ในโทซัน ซอว็อน (Dosan Seowon, ฮันกึล: 도산서원) เมืองอันดง จังหวัดคย็องซังใต้ในเกาหลีใต้ ซึ่งลูกทรงกลมท้องฟ้าลูกนี้ทำขึ้นโดย “อี ฮวัง” นักปราชญ์ขงจื้อ ในช่วงปี ค.ศ.1557-1567 ในรูปนี้แสดงการซ่อมแซมลูกทรงกลมท้องฟ้า

โทซัน ซอว็อน เป็นหนึ่งใน “ซอว็อน” สถาบันการศึกษาเอกชนในลัทธิขงจื้อ สำหรับเตรียมนักเรียนเข้าสอบระดับชาติเพื่อคัดเลือกขุนนาง (สอบจอหงวน) ในช่วงกลางและปลายสมัยโชซ็อน

 

รูปที่ 77

(อธิบายรูปที่ 77) ตำรา “ช็อนมุน-รยูโช” (Cheonmun Ryucho, ฮันกึล: 천문류초, ฮันจา: 天文類秒) เป็นบันทึกที่คัดเลือกและรวมข้อมูลดาราศาสตร์ รวมถึงแผนที่ดาวแสดงกลุ่มดาวพื้นบ้านด้วย ตำรานี้จัดทำขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1623-1649

 

รูปที่ 78

(อธิบายรูปที่ 78) แผนที่ดาวทองเหลืองวัดทงโดซา (“ทงโดซา คึมดงช็อนมุนโด”, ฮันกึล: 통도사 금동천문도, ฮันจา: 通度寺 金銅天文圖) เป็นแผนที่ดาวที่แสดงกลุ่มดาวต่างๆจากขั้วฟ้าเหนือ ไปจนถึงบริเวณเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า โดยเจาะรูลงไปในแผ่นทองเหลืองแล้วฝังมุก แผนที่ดาวนี้ทำขึ้นในปี ค.ศ.1652  

 

รูปที่ 79

(อธิบายรูปที่ 79) กล่องแผนที่ดาว (“พังซ็องโด”, ฮันกึล: 방성도, ฮันจา: 方星圖) เป็นแผนที่ดาวที่นำมาดัดแปลงให้คล้ายๆลูกทรงกลมท้องฟ้า แต่เป็นรูปทรงลูกบาศก์แทน ทำขึ้นในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 18 โดย Philippus Maria Grimaldi บาทหลวงเยซูอิตชาวอิตาเลียน ที่ทำงานในจีนสมัยราชวงศ์ชิง (แมนจู) บ่งชี้ว่าดาราศาสตร์สมัยใหม่จากทางตะวันตกเริ่มเข้าสู่เกาหลีผ่านทางจีน ในช่วงปลายคริสตศตวรรษที่ 17 ซึ่งในเกาหลีสมัยโชซ็อนมีนโยบายปิดประเทศ ไม่ติดต่อกับชาติตะวันตก แต่กว่าดาราศาสตร์สมัยใหม่เริ่มเป็นที่แพร่หลายในเกาหลี ก็เป็นช่วงคริสตศตวรรษที่ 20 แล้ว

 

รูปที่ 80

(อธิบายรูปที่ 80) แผนที่ดาวรวมซีกฟ้าเหนือใต้ ตามระบบพิกัดสุริยวิถี (“ฮวังโดนัมบุก ยังชงซ็องโด”, ฮันกึล: 황도남북양총성도, ฮันจา: 黃道南北兩總星圖) โดยรูปบนเป็นตัวแผนที่ดาวจริง ส่วนรูปล่างเป็นรูปจำลองแผนที่ดาวหากอยู่ในสภาพสมบูรณ์

แผนที่ดาวนี้มีลักษณะคล้ายแผงฉากกั้น ทำขึ้นในปี ค.ศ.1743 โดยอาศัยข้อมูลจากแผนที่ดาวของ Adam Schall von Bell และ Ignaz Kögler ซึ่งทั้งคู่เป็นบาทหลวงเยซูอิตและนักดาราศาสตร์ชาวตะวันตก ตัวอย่างของอิทธิพลดาราศาสตร์ตะวันตกในแผนที่ดาวนี้ เช่น ทางขวาของแผนที่ดาว แสดงรูปดาวเสาร์พร้อมวงแหวนรอบๆ ซึ่งต้องมาผ่านกล้องโทรทรรศน์เท่านั้นจึงจะเห็นวงแหวนดาวเสาร์ได้

 

รูปที่ 81

(อธิบายรูปที่ 81) ทะเบียนบันทึกของ “ควันซังกัม” (Gwansanggam, ฮันกึล: 관상감, ฮันจา: 觀象監) แสดงการปรากฏของดาวหางแฮลลีย์ ในปี ค.ศ.1759

“ควันซังกัม” เป็นหน่วยงานในราชสำนักโชซ็อน มีหน้าที่รับผิดชอบการศึกษาด้านดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การทำปฏิทิน อุตุนิยมวิทยา ซึ่งเรียกเป็น “หอดูดาวหลวง” ของเกาหลีก็ได้ “ควันซังกัม” ถูกปิดลงเมื่อญี่ปุ่นเข้ามาปกครองเกาหลี ในปี ค.ศ.1910 

สามารถอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมของหอดูดาวหลวงในกำกับของ “ควันซังกัม” ได้ที่ http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2380-astronomy-thailand-china-korea-04

 

รูปที่ 82

(อธิบายรูปที่ 82) “ฮน-พย็องอี” (Honpyeongui ฮันกึล: 혼평의, ฮันจา: 渾平儀) เป็นอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ของเกาหลีที่สร้างขึ้นในช่วงกลางคริสตศตวรรษที่ 19 ดัดแปลงมาจากอุปกรณ์แอสโตรแลบ (Astrolabe) จากทางตะวันตก 

“ฮน-พย็องอี”มีลักษณะคล้ายกับแผนที่ดาวแบบหมุนมือที่ใช้ในการดูดาวในปัจจุบัน  ประกอบด้วยแผงหน้าปัดแผนที่ดาวในซีกฟ้าเหนือ (ขั้วฟ้าเหนืออยู่ตรงกลางแผงหน้าปัด) ขอบวงแหวนสำหรับตรงบริเวณเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า ส่วนโค้งแสดงขอบฟ้า ส่วนโค้งแสดงขอบเขตของแสงสนธยา และก้านสำหรับเล็งดาว 

 

รูปที่ 83

(อธิบายรูปที่ 83) แผนที่ดาวซีกฟ้าเหนือที่หน้าปัดของ “ฮน-พย็องอี”

 

6.3 ภาพรวมตัวอย่างแผนที่ดาวโบราณของเกาหลีในยุคสมัยต่างๆ

 

(อธิบายตาราง) ตารางแสดงช่วงเวลาที่แผนที่ดาวโบราณของเกาหลีแบบต่างๆถูกทำขึ้น โดยเทียบกับแต่ละยุคสมัยที่ราชวงศ์ต่างๆปกครองคาบสมุทรเกาหลี (บางช่วงเกาหลีไม่ได้รวมเป็นหนึ่งเดียว จึงมีมากกว่า 1 อาณาจักรในเวลาเดียวกัน) แผนที่ดาวที่ได้รับอิทธิพลจากดาราศาสตร์ตะวันตก จะมีกรอบสี่เหลี่ยมสีแดงล้อมรอบชื่อแผนที่ดาวนั้น

 

แผนที่ดาวโบราณของเกาหลี มีวิวัฒนาการในช่วงแรกใกล้เคียงกับแผนที่ดาวโบราณของจีน คืออยู่ตามสุสาน ทั้งในรูปของแผ่นหินที่สกัดเป็นรอยรูปถ้วยเรียงตัวเป็นรูปกลุ่มดาว หรือภาพบนฝาผนังสุสาน 

 

ตัวอย่างจากจิตรกรรมฝาผนังในสุสานโคกู-รยอ บ่งชี้ว่า ดาราศาสตร์พื้นบ้านของเกาหลีเริ่มได้รับอิทธิพลจากจีน เช่น ระบบกลุ่มดาวนักษัตร 28 กลุ่ม แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเกาหลีอยู่บ้าง เช่น ภาพ “ดาวกระบวยทางเหนือ” (กลุ่มดาวหมีใหญ่) บนผนังด้านเหนือของสุสาน และ “ดาวกระบวยทางใต้” (ส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวคนยิงธนู) บนผนังด้านใต้ของสุสาน ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่พบในแผนที่ดาวตามสุสานของจีน 

 

เมื่อเข้าสู่สมัยโชซ็อน แผนที่ดาวโบราณของเกาหลีก็พัฒนาไปในรูปของแผนที่ดาวสลักบนแผ่นหินหรือเจาะรูในแผ่นโลหะ, บันทึกตำราต่างๆ และลูกทรงกลมท้องฟ้า โดยในราชสำนักโชซ็อนมี “ควันซังกัม” ในฐานะหอดูดาวหลวงรับผิดชอบการทำแผนที่ดาวด้วย

 

แต่เนื่องจากเกาหลีในสมัยโชซ็อนมีนโยบายปิดประเทศ ไม่ติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก ทำให้ดาราศาสตร์สมัยใหม่จากตะวันตกเข้าสู่เกาหลีผ่านทางจีนแทน 

 

ดาราศาสตร์ตะวันตกได้เข้าจีนก่อนแล้วผ่านบาทหลวงเยซูอิตที่เดินทางมาจีน จนแผนที่ดาวโบราณของจีนเริ่มได้รับอิทธิพลจากดาราศาสตร์ตะวันตก ในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 17 พอเข้าปลายคริสตศตวรรษที่ 17 นักดาราศาสตร์จาก “ควันซังกัม” ของเกาหลีได้เดินทางมาจีนเพื่อประชุมติดต่องานรายปีกับนักดาราศาสตร์จีนในกรุงเป่ย์จิง แต่ทางจีนไม่ต้องการให้ฝ่ายเกาหลีติดต่อกับคณะบาทหลวงเยซูอิตโดยตรง นักดาราศาสตร์เกาหลีจึงทำได้เพียงนำกล้องโทรทรรศน์ ตำรา และปฏิทินตามแบบดาราศาสตร์ตะวันตกจากจีนเข้ามาในเกาหลี  จนกระทั่งสิ้นสุดคริสตศตวรรษที่ 19

 

เอกสารและอุปกรณ์ตามแบบดาราศาสตร์ตะวันตกที่เกาหลีนำเข้ามาจากจีน ส่งผลให้แผนที่ดาวของเกาหลีเริ่มได้รับอิทธิพลจากดาราศาสตร์ตะวันตกในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 18 (ช้ากว่าจีนราว 1 ศตวรรษ) และแผนที่ดาวพื้นบ้านของเกาหลีก็เริ่มเสื่อมความนิยม เห็นได้จากการที่แผนที่ดาว “ช็อนซังย็อลชาบู-นยาจีโด” ที่เคยถูกใช้เป็นแผนที่ดาวมาตรฐานของเกาหลีในสมัยโชซ็อน ถูกแทนที่ด้วยแผนที่ดาวสมัยใหม่จากตะวันตกในช่วงคริสตศตวรรษที่ 19 

 

--------------------------------------

แปลและเรียบเรียง

พิสิฏฐ นิธิยานันท์

เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์

ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

ที่มาของข้อมูล

https://en.wikipedia.org/wiki/Chinese_star_maps

บทความตอนก่อนหน้านี้

ตอนที่ 1: แผนที่ดาวและวงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2246-eastasia-starchart-01

ตอนที่ 2: กลุ่มดาวของจีน (ตอนแรก)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2249-eastasia-starchart-02

ตอนที่ 3: กลุ่มดาวของจีน (ตอนหลัง)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2255-eastasia-starchart-03

ตอนที่ 4: แผนที่ดาวโบราณของจีน (ตอนแรก)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2503-eastasia-starchart-04 

ตอนที่ 5: แผนที่ดาวโบราณของจีน (ตอนจบ)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2671-eastasia-starchart-05