แผนที่ดาวโบราณใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก”: ตอนจบ

Share

แผนที่ดาวโบราณใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก”: ตอนจบ

ผู้เรียบเรียงบทความชุดนี้สนใจในประเด็นเกี่ยวกับวิวัฒนาการและความเป็นมาของแผนที่ดาวใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก” จึงได้เรียบเรียงบทความชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งผู้อ่านควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องราวของ “ทรงกลมท้องฟ้า” (Celestial Sphere) มาก่อน โดยสามารถอ่านได้ตามลิงก์ต่อไปนี้

ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ของโครงการ LESA

http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/LESA212/1/celestial_sphere/celestial/celestial.html

 

เอกสารวิชาดาราศาสตร์ ของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

http://www.mwit.ac.th/~astronomy/astro_m4/lesson2.pdf

 

----------------------------------------------------

 

10. ภาพรวมของแผนที่ดาวโบราณในวงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก (ช่วงหลัง)

 

10.2 ลักษณะที่ต่างกันของแผนที่ดาวโบราณในวงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก

 

1) การเข้ามาดาราศาสตร์ตะวันตกในจีน เกาหลี และญี่ปุ่นมีรูปแบบไม่เหมือนกัน ทำให้ความเป็นมาของอิทธิพลดาราศาสตร์ตะวันตกต่อแผนที่ดาวแตกต่างกันไปด้วย

 

ประวัติศาสตร์และนโยบายการต่างประเทศของจีน เกาหลี ญี่ปุ่นที่แตกต่างกัน ทำให้ลักษณะการเข้ามาของดาราศาสตร์ตะวันตกแตกต่างตาม เห็นได้จากความเป็นมาของอิทธิพลดาราศาสตร์ตะวันตกต่อแผนที่ดาวใน 3 ประเทศ 

 

- จีน: ดาราศาสตร์ตะวันตกเข้าสู่จีน ผ่านทางบาทหลวงเยซูอิตที่มายังกรุงเป่ย์จิง (ปักกิ่ง) และทำงานกับหอดูดาวหลวง 

 

ถึงแม้ว่าในช่วงราชวงศ์หมิงและชิง (แมนจู) จะจำกัดการค้าขายกับประเทศตะวันตก ไว้ที่บริเวณภาคใต้ของจีน (มาเก๊า หรือเมืองกว่างโจว) แต่ดาราศาสตร์ตะวันตกก็สามารถเข้ามาได้ จากคณะบาทหลวงเยซูอิตที่มาเผยแพร่ศาสนาที่กรุงเป่ย์จิง

 

เมื่อบาทหลวงเยซูอิตจากตะวันตกมาถึงกรุงเป่ย์จิง ในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 17 โดยราชสำนักจีนได้เชิญบาทหลวงเยซูอิตชาวอิตาเลียน “มัตเตโอ ริชชี” (Matteo Ricci) ให้เป็นที่ปรึกษาเรื่องดาราศาสตร์ในราชสำนัก และการทำปฏิทิน ในปี ค.ศ.1601 นับเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ได้เข้าพระราชวังต้องห้ามแห่งกรุงเป่ย์จิง หลังจากนั้นไม่นาน แผนที่ดาวของจีนก็เริ่มได้รับอิทธิพลของดาราศาสตร์ตะวันตก เช่น แผนที่ดาวแสดงซีกฟ้าเหนือ-ใต้ โดยนักปราชญ์ชาวจีนคาทอลิคและบาทหลวงเยซูอิตชาวเยอรมัน ในปี ค.ศ.1634 ขณะที่บาทหลวงเยซูอิตบางคนก็ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหอดูดาวหลวง (หอดูดาวโบราณกรุงเป่ย์จิง) 

 

คณะบาทหลวงเยซูอิตชาวยุโรปในจีนยังเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างจีนกับโลกตะวันตก เช่น การแปลตำราคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ตะวันตกเป็นภาษาจีน และการแปลตำราปรัชญาในลัทธิขงจื้อเป็นภาษาละติน 

 

- เกาหลี: เกาหลีในสมัยโชซ็อนมีนโยบายปิดประเทศ ไม่ติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก ทำให้ดาราศาสตร์จากตะวันตกเข้าสู่เกาหลีผ่านทางจีนแทน 

 

ในปลายคริสตศตวรรษที่ 17 นักดาราศาสตร์จาก “ควันซังกัม” ของเกาหลีได้เดินทางมาจีนเพื่อประชุมติดต่องานรายปีกับนักดาราศาสตร์จีนในกรุงเป่ย์จิง และนำกล้องโทรทรรศน์ ตำรา และปฏิทินตามแบบดาราศาสตร์ตะวันตกจากจีนเข้ามาในเกาหลี 

 

เอกสารและอุปกรณ์ดาราศาสตร์นำเข้าเหล่านี้ ส่งผลให้แผนที่ดาวของเกาหลีเริ่มได้รับอิทธิพลจากดาราศาสตร์ตะวันตกในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 18 (ช้ากว่าจีนราว 1 ศตวรรษ) และแผนที่ดาวพื้นบ้านของเกาหลีก็เริ่มเสื่อมความนิยม

 

- ญี่ปุ่น: ถึงญี่ปุ่นในยุคเอโดะจะปิดประเทศ แต่ดาราศาสตร์ตะวันตกก็เข้ามาได้ ทั้งกล้องโทรทรรศน์ที่เข้ามาก่อนปิดประเทศ และตำราดาราศาสตร์ตะวันตกที่ญี่ปุ่นนำเข้าผ่านเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นชาติตะวันตกชาติเดียวที่ติดต่อค้าขายกับญี่ปุ่นในช่วงที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ

 

“กล้องโทรทรรศน์” เริ่มเข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านทางอังกฤษ ในช่วงต้นยุคเอโดะ (ค.ศ.1614) แต่กว่าที่นักดาราศาสตร์ญี่ปุ่นจะประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ เพื่อศึกษาทางดาราศาสตร์ก็ประมาณปี ค.ศ.1800 แล้ว

 

“ตำราวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากตะวันตก” 

ทางญี่ปุ่นเริ่มปิดประเทศ ไม่ติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก (ยกเว้นเนเธอร์แลนด์) ราว ค.ศ.1633 และเริ่มมีคำสั่งผ่อนปรนให้นำเข้าตำราวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์จากชาติตะวันตก โดยผ่านทางเนเธอร์แลนด์ ในปี ค.ศ.1720 

 

องค์ความรู้ที่ญี่ปุ่นต่อยอดจากตำราตะวันตก เรียกว่า “รังงากุ” ดาราศาสตร์สมัยใหม่ที่เป็นสาขาหนึ่งในนั้น ได้เข้ามามีอิทธิพลในแผนที่ดาวและตำราดาราศาสตร์ของญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เช่น เรื่องระบบพิกัดสำหรับวัตถุท้องฟ้า ขณะที่ดาราศาสตร์แบบเก่า อย่างระบบกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 ของเอเชียตะวันออกก็เสื่อมความนิยมลง 

 

(อธิบายแผนที่) แผนที่แสดงลักษณะการเข้ามาของดาราศาสตร์ตะวันตกในเอเชียตะวันออก

จีน: บาทหลวงเยซูอิตจากยุโรปเข้าจีนผ่านทางมาเก๊า ซึ่งเป็นสถานีการค้าของโปรตุเกส ก่อนเดินทางมาเผยแพร่ศาสนาในกรุงเป่ย์จิง (ปักกิ่ง) พร้อมกับความรู้ดาราศาสตร์จากตะวันตกด้วย

เกาหลี: นักดาราศาสตร์เกาหลีมีการประชุมกับนักดาราศาสตร์จีน หลังจากที่ดาราศาสตร์ตะวันตกได้เข้ามาในจีนแล้ว ก่อนนำตำราและอุปกรณ์ดาราศาสตร์กลับไปยังกรุงฮันซ็อง (ชื่อเดิมของกรุงซออุล (โซล) ของเกาหลีใต้ในสมัยโชซ็อน)

ญี่ปุ่น: นอกจากกล้องโทรทรรศน์ที่ได้รับก่อนปิดประเทศแล้ว ญีปุ่นนำเข้าตำราและอุปกรณ์ดาราศาสตร์ตะวันตก ผ่านสถานีการค้าของเนเธอร์แลนด์ บนเกาะเดจิมะ เมืองนางาซากิ แล้วนำตำราและอุปกรณ์เหล่านี้ไปต่อยอดความรู้ต่อไป (“เอโดะ” เป็นชื่อเดิมของกรุงโตเกียวในยุคเอโดะ)

 

11. แผนที่ดาวโบราณของเอเชียตะวันออกที่ปรากฏในการ์ตูน ละคร หรือภาพยนตร์

 

ประโยชน์ของการศึกษาด้านดาราศาสตร์โบราณคดี ได้แก่ 

 

- ช่วยให้นักดาราศาสตร์ศึกษาและตรวจสอบปรากฏการณ์ท้องฟ้าย้อนหลังไปในอดีตได้ ผ่านบันทึกการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ เช่น การปรากฏของดาวหาง การระเบิดของดาวฤกษ์ สุริยุปราคา-จันทรุปราคา  

 

- ศึกษาอิทธิพลที่มีต่อกันระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมกับองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ รวมถึงการถ่ายทอดดาราศาสตร์ไปพร้อมกับวัฒนธรรมจากดินแดนหนึ่งไปสู่ดินแดนเพื่อนบ้านได้ เช่น ระบบกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 ของจีน ที่แพร่ต่อไปยังเกาหลี และญี่ปุ่น หรือระบบกลุ่มดาวนักขัตฤกษ์ทั้ง 27 ของอินเดีย มาสู่พม่า ไทย และกัมพูชา

 

- ช่วยทำให้นักดาราศาสตร์มองเห็นวิวัฒนาการของดาราศาสตร์ ทั้งตัวองค์ความรู้ ตำรา อุปกรณ์ บันทึกการสังเกตการณ์ ในภูมิภาคและยุคสมัยต่างๆ

 

- ส่งผลทางอ้อมสนับสนุนความเป็นชาตินิยมได้ โดยการศึกษาองค์ความรู้ บันทึก ตำราและอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ในสมัยโบราณ นำมาใช้เป็นข้อสนับสนุนว่าชาติของตนมีวิทยาการทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามาแต่โบราณ 

 

แผนที่ดาวโบราณ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นในดาราศาสตร์โบราณคดีของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ยังไปปรากฏตามสื่อพวกหนังสือการ์ตูน ละคร หรือภาพยนตร์ที่อ้างอิงจากชีวประวัติของบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆ ด้วย

 

ตัวอย่างของสื่อพวกการ์ตูน ละคร หรือภาพยนตร์ที่มีแผนที่ดาวโบราณของเอเชียตะวันออกปรากฏ ได้แก่

 

11.1 “เท็นจิเมย์ซัตสึ” (Tenchi Meisatsu; 天地明察)

 

ชื่อนี้มีทั้งหนังสือการ์ตูน นิยาย และภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากชีวประวัติของ “ชิบุกาวะ ฮารุมิ” (Shibukawa Harumi; 渋川春海) มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ.1639-1715 ซึ่งเดิมเป็นนักเล่นโกะที่ผันตัวเข้าสู่การศึกษาทางดาราศาสตร์ จนได้รับการแต่งตั้งเป็นนักดาราศาสตร์หลวง (Official astronomer; 天文方 “เท็มมงกาตะ”) คนแรกในรัฐบาลโชกุนของญี่ปุ่นยุคเอโดะ มีผลงานต่างๆ อย่าง ทำแผนที่ดาว ลูกทรงกลมท้องฟ้า คิดค้นปฏิทินโจวเคียว (Joukyou Calendar;貞享暦) ซึ่งญี่ปุ่นใช้ในช่วงปี ค.ศ.1685-1753 ที่ปรับปรุงมาจากปฏิทินเซวียนหมิงของจีน (Xuanming Calendar; 宣明历) ที่ญี่ปุ่นรับมาใช้นานประมาณ 800 ปี

 

รูปที่ 105

(อธิบายรูป) ภาพพื้นหลังหน้าปกการ์ตูนญี่ปุ่น “เท็นจิเมย์ซัตสึ” เล่ม 4 การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้วาดโดย มากิ เอบิชิ (Maki Ebishi) ในปี ค.ศ.2011-2015 จากนิยายในชื่อเดียวกันโดย โทว อุบุกาตะ (Tow Ubukata) ในภาพปรากฏรูปคล้ายวงล้อ และรูปกลุ่มดาวนอกวงล้อ แสดงถึงกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 กลุ่ม และกลุ่มดาวใหญ่ 4 กลุ่ม 

 

รูปที่ 106

(อธิบายรูป) ฉากหนึ่งในภาพยนตร์ “เท็นจิเมย์ซัตสึ” ที่แปลงมาจากนิยายเล่มเดียวกับที่แปลงเป็นหนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายในญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ.2012 ภาพนี้เป็นฉากที่ชิบุกาวะ ฮารุมิ กำลังวาดแผนที่ดาวอยู่

 

 

Trailer ของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง “เท็นจิเมย์ซัตสึ”

 

11.2 “ชังย็องชิล” (Jang Yeong-Sil)

 

เป็นชื่อซีรีย์ละครที่ออกอากาศในเกาหลีใต้ ในปี ค.ศ.2016 มีโครงเรื่องดัดแปลงมาจากชีวประวัติของ “ชัง ย็องชิล” (ฮันกึล: 장영실, ฮันจา: 蔣英實) นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ชาวเกาหลี ในรัชสมัยพระเจ้าเซจงมหาราชแห่งราชวงศ์โชซ็อน (ค.ศ.1418-1450) ซึ่งเป็นยุคทองของเกาหลี ถึงแม้ว่า ชัง ย็องชิลจะมาจากชนชั้นล่างสุดในสังคมโชซ็อน แต่ก็ได้เข้าทำงานเป็นนักดาราศาสตร์หลวง เนื่องจากพระเจ้าเซจงทรงมีนโยบายรับคัดเลือกบุคคลทุกชนชั้นเข้ารับราชการ และชัง ย็องชิล มีผลงานได้แก่ การประดิษฐ์ลูกทรงกลมท้องฟ้า นาฬืกาแดด นาฬิกาน้ำ อุปกรณ์วัดปริมาณน้ำฝน

 

ตัวละครในละครเรื่องนี้ ค่อนข้างโฟกัสไปที่นักดาราศาสตร์หลวงใน “ซออุน-กวัน” (Seoungwan, ฮันกึล: 서운관, ฮันจา: 書雲觀) หน่วยงานทางดาราศาสตร์และอุตุนิยมวิทยาในราชสำนักเกาหลี คอยกำกับดูแลหอดูดาวหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สืบทอดมาจากสมัยโค-รยอ ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น “ควันซังกัม” ในปี ค.ศ.1466 

 

Trailer ของละครเกาหลีเรื่อง “ชังย็องชิล”

 

รูปที่ 107

(อธิบายรูป) แผนที่ดาวในหน้าตำรา ปรากฏในตอนแรกของซีรีย์ละคร

 

รูปที่ 108

(อธิบายรูป) แผนที่ดาวที่เน้นกลุ่มดาวพื้นบ้าน “คนเลี้ยงวัว” (Gyeonu “คยอนู”, ฮันกึล: 견우, ฮันจา: 牽牛) ปรากฏในตอนแรกของซีรีย์ละคร สำหรับตัวอย่างกลุ่มดาวพื้นบ้านในแผนที่ดาวของเกาหลี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2404-astronomy-thailand-china-korea-05

 

รูปที่ 109

(อธิบายรูป) แผนที่ดาวสลักแผ่นหิน “ช็อนซังย็อลชาบู-นยาจีโด” ที่ปรากฏในตอนที่ 5 ของซีรีย์ละคร

 

รูปที่ 110

(อธิบายรูป) แผนที่ดาวสลักแผ่นหิน “ช็อนซังย็อลชาบู-นยาจีโด” ที่ปรากฏในตอนที่ 7 ของซีรีย์ละคร 

ทางนักประวัติศาสตร์เกาหลีเอง มีแนวคิดว่าแผนที่ดาวสลักแผ่นหินดังกล่าว น่าจะถูกทำขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าแทโจ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซ็อน ในปี ค.ศ.1395 หลังล้มอำนาจราชวงศ์เดิม (ราชวงศ์โค-รยอ) เพื่ออ้างว่าพระองค์มีความเกี่ยวข้องกับสวรรค์ (ท้องฟ้า) ซึ่งสวรรค์ได้มอบอาณัติสวรรค์ในการปกครองแผ่นดินเกาหลี จากราชวงศ์โค-รยอ มาสู่ราชวงศ์โชซ็อนของพระองค์ 

แนวคิดการสร้างแผนที่ดาวเพื่ออ้างอาณัติสวรรค์ก็ถูกกล่าวถึงในละครตอนนี้ ส่วนบทความภาษาอังกฤษที่กล่าวถึงแนวคิดการสร้างแผนที่ดาวเพื่อความชอบธรรมที่จะครองบัลลังก์ สามารถอ่านได้ที่บทความนี้ (ในหัวข้อ Production of Planisphere Chart) http://www.cha.go.kr/eng_webzine/2012/spring/page/session02.html

 

รูปที่ 111

(อธิบายรูป) ลูกทรงกลมท้องฟ้า ที่ปรากฏในตอนที่ 4 ของซีรีย์ละคร

 

 

--------------------------------------

เรียบเรียงโดย

พิสิฏฐ นิธิยานันท์

เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์

ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

บทความตอนก่อนหน้านี้

ตอนที่ 1: แผนที่ดาวและวงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2246-eastasia-starchart-01

ตอนที่ 2: กลุ่มดาวของจีน (ตอนแรก)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2249-eastasia-starchart-02

ตอนที่ 3: กลุ่มดาวของจีน (ตอนหลัง)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2255-eastasia-starchart-03

ตอนที่ 4: แผนที่ดาวโบราณของจีน (ตอนแรก)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2503-eastasia-starchart-04

ตอนที่ 5: แผนที่ดาวโบราณของจีน (ตอนจบ)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2671-eastasia-starchart-05

ตอนที่ 6: แผนที่ดาวโบราณของเกาหลี

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2713-eastasia-starchart-06

ตอนที่ 7: แผนที่ดาวโบราณของญี่ปุ่น

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2730-eastasia-starchart-07

ตอนที่ 8: แผนที่ดาวโบราณของเวียดนาม, ลักษณะร่วมของแผนที่ดาวโบราณในเอเชียตะวันออก

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2780-eastasia-starchart-08