ถ่ายทางช้างเผือกอย่างไร...ในช่วงต้นกุมภาพันธ์

Share

ถ่ายทางช้างเผือกอย่างไร...ในช่วงต้นกุมภาพันธ์

ในคอลัมน์นี้คงหนีกระแสการถ่ายภาพทางช้างเผือกแรกของปีไม่พ้น คงเป็นเพราะหลายคนตั้งตารอคอยการถ่ายภาพใจกลางทางช้างเผือกกันมาเกือบ 3 เดือนตั้งแต่ปลายปีก่อนแล้ว ทั้งท้องฟ้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ นี้ยังใสเคลียร์ อยู่ในช่วงฤดูหนาวกลุ่มดาวต่างๆ ก็สุกสว่าง จึงขอแนะนำการถ่ายภาพทางช้างเผือกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์กันเลยแล้วกันครับ....

ภาพถ่ายแนวทางช้างเผือกช่วงก่อนรุ่งเช้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ช่วงเวลา 05.48 น.

(ภาพโดย : ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ / Camera : Canon 1DX / Lens : Canon EF16-35mm f/2.8L II USM / Focal length : 16 mm. / Aperture : f/2.8 / ISO : 1600 / Exposure : 35sec)

 

การสังเกตทางช้างเผือก

 

 

        ในช่วงรุ่งเช้าตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป แนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏบริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ขนานกับเส้นขอบฟ้า ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. จนถึงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น 

        นอกจากนั้นยังมีดาวเสาร์สว่างปรากฏบริเวณด้านซ้ายของใจกลางทางช้างเผือกอีกด้วย  และหลังจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เราจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ แนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้ามากขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายเมษายน แนวใจกลางทางช้างเผือกจะค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้า สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป นับเป็นช่วงเวลาที่สามารถชื่นชมความสวยงามและบันทึกภาพทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น

ข้อนำแนะนำสำหรับการหาใจกลางทางช้างเผือกในช่วงนี้ สามารถใช้ตำแหน่งดาวเสาร์ในการบอกตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกได้

 

การตั้งค่าการถ่ายภาพ

        สำหรับเทคนิคการตั้งค่าการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอลต่างๆนั้น เป็นวิธ๊เบื้องต้นที่เราพยายามจะดึงศักยภาพของกล้องออกมาใช้งานให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ก่อนที่จะนำไปโปรเซสในภายหลัง โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

1. ปรับค่า Color space Adobe RGB

 

 

        Color space Adobe RGB มีขอบเขตของสีที่กว้างกว่า เหมาะแก่การนำมา Retouch ภายหลัง ซ฿งจะทำให้การไล่โทนสีของภาพละเอียดมากกว่า sRGB 

 

2. ใช้ค่าอุณหภูมิสี AWB หรือปรับที่ 5,000K

 

 

        สำหรับมือใหม่หรือไม่แน่ใจ สามารถใช้ค่าอุณหภูมิสีเป็น Auto White Balance (AWB) ได้เลย หรืออาจใช้การปรับอุณหภูมิเป็นค่ากลางๆ ประมาณ 5,000K เนื่องจากแนวทางช้างเผือกในช่วงนี้จะอยู่ใกล้กับขอบฟ้ามาก การปรับอุณหภูมิสีที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ภาพที่เห็นรายละเอียดได้ดีขึ้น

 

3. เปิดระบบลดสัญญาณรบกวน Long-Exposure Noise Reduction

 

 

        ในการถ่ายภาพด้วยเวลานานๆหลายวินาที มักเกิดสัญญาณรบกวนขึ้นได้ง่าย ดังนั้นระบบในตัวกล้องที่มีมาให้คือ Long-Exposure Noise Reduction จะช่วยให้สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นลดลงได้ ซึ่งก็คือหลักการเดียวกันกับการถ่ายภาพ Dark Frame นั่นเอง

 

4. RAW File

 

 

        การใช้โหมดการบันทึกภาพแบบ RAW File จะช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการปรับแก้ไขภาพในภายหลังด้ดีกว่า เนื่องจากจะมีค่าข้อมูลที่มากกว่าแล้ว ยังมีค่าของโทนสีที่มากกว่าอีกด้วย

 

5. ตั้งค่ารูรับแสงกว้างสุด

 

 

       การตั้งค่ารูรับแสงกว้างสุด เพื่อให้กล้องมีความไวแสงมากขึ้น ***ซึ่งข้อควรระวังนิดนึงสำหรับใครที่มีเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างมาก เช่น F1.2 หรือ F1.4 ควรลดค่ารูรับแสงลงมา 1-2 สตอป เพื่อป้องกันภาพเบลอ หรืออาการโคมา ที่ขอบภาพได้ครับ

 

6. โฟกัสภาพที่ดาวสว่างด้วย Live view หลังกล้อง

 

 

        การโฟกัสภาพโดยใช้ Live view ช่วยในการโฟกัสดาวให้คมชัดที่สุด โดยการซูมที่ Live view 10X เพื่อปรับให้ดาวเป็นจุดเล็กที่สุด ซึ่งเราสามารถใช้ดาวสว่างบนท้องฟ้าดวงไหนก็ได้ในการโฟกัส หลังจากโฟกัสได้แล้วก็สามารถนำกล้องไปถ่ายดาวบริเวณอื่นๆ ของท้องฟ้าได้ทั้งหมด เพราะดาวอยู่ที่ระยะอนันต์นั่นเองครับ หรือเรียกง่ายๆ ว่า โฟกัสครั้งเดียว ถ่ายดาวได้ทั่วโลกครับ (อย่าลืมปรับกล้องเป็นระบบถ่ายภาพแบบแมนนวล โหมด M และปิดระบบกันสั่นด้วยนะครับ)

 

7. คำนวณค่า Speed shutter ด้วยสูตร Rule of 400/600

 

 

        เพื่อให้การถ่ายภาพดาวด้วยขาตั้งกล้องที่อยู่นิ่งกับที่ โดยที่ดาวยังดูเป็นจุดไม่ยืดเป็นเส้นมากนัก ขอแนะนำให้ใช้สูตร 400/600 โดยใช้ค่าทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้หารกับค่า 400 เมื่อใช้กล้องที่มีเซนเซอร์แบบ APS-C หรือ หารกับ 600 เมื่อกล้องกล้องที่มีเซนเซอร์แบบฟลูเฟรม

 

8. ปรับค่าความไวแสง ISO สูงไว้ก่อน

 

 

        ในการเริ่มต้นถ่ายภาพในช๊อตแรกๆ ส่วนตัวผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการใช้ค่าความไวแสง หรือ ISO สูงๆ ไว้ก่อนเพื่อให้เราสามารถเห็นรายละเอียดต่างๆ ได้ง่ายและเร็ว เพื่อช่วยให้จัดองค์ประกอบภาพได้ง่าย หลังจากได้มุมและตำแหน่งที่พอดีแล้วจึงค่อยๆ ลดค่าความไวแสงลงเรื่อยๆ จนได้ภาพที่มีรายละเอียด แสง ที่พอดีและมีสัญญาณรบกวนที่ต่ำลงที่รับได้อีกครั้ง 

 

        จากวิธีการปรับตั้งค่าที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าค่าสุดท้ายที่ใช้ในการปรับชดเชยก็คือ ความไวแสง เนื่องจากเราต้องการให้กล้องใช้รูรับแสงที่กว้างมากสุด และใช้เวลาในการเปิดหน้ากล้องนานสุดที่ดาวยังไม่ยืด ซึ่งจะเป็นค่าที่ค่อนข้างจะตายตัว หลังจากนั้นจึงใช้การปรับค่า ISO เพื่อเชยเชยสภาพแสงของภาพให้ได้ราละเอียดต่างที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนสุดท้ายครับ

 

กลเม็ดเคล็ดลับสำหรับการถ่ายภาพทางช้างเผือก

 

1. ถอดฟิวเตอร์หน้าเลนส์ออกก่อนถ่ายภาพ

 

 

        การถอดฟิลเตอร์หน้าเลนส์ออกขณะถ่ายภาพ ช่วยให้การถ่าพที่บางครั้งอาจมีแสงสว่างเข้าหน้ากล้องจนอาจทำให้เกิดแสงแฟร์ได้ 

 

2. ใช้ Soft Filter เพื่อเพิ่มความเด่นชัดของกลุ่มดาวสว่าง

 

 

        การใช้ Soft Filter ร่วมขณะถ่ายภาพจะช่วยให้ได้ภาพกลุ่มดาวสว่างที่เด่นชัดมากขึ้น สำหรับเลนส์มุมกว้างผมแนะนำให้ใช้ Soft filter เบอร์ 3-4 เพื่อให้ได้ภาพกลุ่มดาวที่เด่นชัดที่สุด

 

 

3. ใช้เทคนิค Black Card ช่วยลดแสงสว่างสว่างรบกวนบางส่วนที่ไม่ต้องการ

 

 

        Black Card Technique คือการใช้กระดาษสีดำบังบริเวณหน้าเลนส์เฉพาะในส่วนที่มีแสงเข้าหน้ากล้องมากเกินไป โดยการบังหน้าเลนส์ด้วยการสบัดการ์ดผ่านหน้ากล้องไป-มา เรื่อยๆ ตลอดการเปิดหน้ากล้อง (โดยไม่บังตลอดเวลา)

        เนื่องจากในช่วงต้นเดือนนี้ แนวทางช้างเผือกจะอยู่ในตำแหน่งใกล้กับขอบฟ้า ซึ่งมักจะมีแสงรบกวนบริเวณขอบฟ้าได้ง่าย การใช้เทคนิค Black Card ก็สามารถช่วยให้ได้ภาพที่ดีขึ้น

 

 

        ข้อแนะนำเบื้องต้นในการถ่ายภาพทางช้างเผือกว่า ควรหาสถานที่ทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้เล็กน้อย ที่มีความมืดสนิทไม่มีแสงรบกวน หันหน้ากล้องไปที่ใจกลางทางช้างเผือก บริเวณกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนู เลือกใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อให้ได้องศาการรับภาพที่กว้างมากขึ้น ปรับระยะโฟกัสของเลนส์ที่ระยะอนันต์ ใช้รูรับแสง ที่กว้างที่สุด พร้อมตั้งค่าความไวแสงตั้งแต่ 1600 ขึ้นไป เพียงเท่านี้ก็สามารถเริ่มต้นถ่ายทางช้างเผือกเป็นภาพแรกของปีกันได้แล้วครับ