![]() |
รู้จักกับ SIS MixerSIS Mixer หรือ วงจรผสมสัญญาณด้วยรอยต่อตัวนำยิ่งยวด SIS Mixer ใช้คุณสมบัติพิเศษของ ตัวนำยิ่งยวด (Superconductor) ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้โดยไม่มีความต้านทานเลยเมื่ออยู่ที่อุณหภูมิต่ำมาก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรับสัญญาณวิทยุที่อ่อนมากจากห้วงอวกาศได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ การรับสัญญาณจากห้วงอวกาศในช่วงความถี่สูงนั้น จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า วงจรผสมสัญญาณ (Mixer) ซึ่งทำหน้าที่ผสมสัญญาณ หรือแปลงความถี่สูงที่รับมาให้เป็นความถี่ต่ำลง เพื่อให้นำไปประมวลผลต่อได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ ตัว Mixer นี้อาศัยหลักการความไม่เป็นเชิงเส้น (nonlinearity) ระหว่างแรงดันและกระแสไฟฟ้า ซึ่งสามารถออกแบบได้หลากหลายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความถี่ที่ใช้งาน |
ส่วนประกอบกลักของ SIS Mixer1. ขดลวดแม่เหล็ก (Magnetic Coil) 2. ชุดประกอบ (Housing) 3. วงจรผสมสัญญาณด้วยรอยต่อตัวนำยิ่งยวด (SIS Chip) 4. ฟีดฮอร์น (Feed Horn) |
|
ความพิเศษของ SIS Mixer
SIS Mixer มีจุดเด่นในการจัดการกับสัญญาณคลื่นวิทยุความถี่สูงจากอวกาศได้อย่างแม่นยำ โดยใช้หลักการฟิสิกส์ระดับควอนตัม (quantum physics) ซึ่งอธิบายพฤติกรรมของอนุภาคเล็ก ๆ เช่น อิเล็กตรอน
โครงสร้างของ SIS Mixer ประกอบด้วย Niobium ซึ่งเป็นแผ่นวัสดุตัวนำยิ่งยวด จำนวน 2 แผ่นประกบกัน คั่นกลางด้วยชั้นบางฉนวนไฟฟ้าบาง ๆ โดยใช้วัสดุ Aluminum Oxide ปกติแล้วอิเล็กตรอนไม่สามารถวิ่งผ่านฉนวนได้ แต่ในระดับควอนตัม อิเล็กตรอนสามารถ “ทะลุ” ฉนวนไปอีกฝั่งได้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Quantum tunneling
![]() |
| ภาพจำลองปรากฏการณ์ quantum tunneling |
เมื่อโครงสร้างนี้ถูกนำมาใช้ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จะเกิดจุดเชื่อมที่เรียกว่า Josephson junction ซึ่งมีคุณสมบัติไม่เป็นเชิงเส้น กล่าวคือ เมื่อแรงดันไฟฟ้าเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย กระแสไฟฟ้าที่ไหลอาจเปลี่ยนแปลงมากอย่างไม่คาดคิด ลักษณะนี้เอื้อให้ SIS Mixer แปลงสัญญาณความถี่สูงจากอวกาศให้กลายเป็นสัญญาณความถี่ต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถนำสัญญาณนั้นไปวิเคราะห์ต่อได้อย่างแม่นยำในระบบตรวจวัดต่าง ๆ
ทำไมประเทศไทยต้องพัฒนา SIS Mixer
SIS Mixer เป็นอุปกรณ์สำคัญในการรับสัญญาณคลื่นวิทยุจากห้วงอวกาศ หากสามารถผลิตได้เองในประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศและยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของไทย
NARIT ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ ได้ดำเนินการพัฒนา SIS Mixer โดยใช้บุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานของไทยเอง สร้างห้องปฏิบัติการที่ทำอุณหภูมิได้ต่ำถึง 4 เคลวิน (-269°C) สำหรับทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ เช่น I-V Curve และ Noise Temperature
ปัจจุบัน อยู่ระหว่างทดสอบ SIS Mixer ที่ความถี่ 220 GHz ขนาดรอยต่อ 1 ไมโครเมตร โดยใช้เทคนิคฟิล์มบาง (sputtering) และการสร้างลวดลายด้วยแสงยูวี (UV lithography) พร้อมออกแบบรุ่นสำหรับความถี่ 350 GHz เพื่อนำไปทดสอบกับ HARP receiver ของกล้องโทรทรรศน์วิทยุ James Clerk Maxwell (JCMT) ในอนาคต
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สถาบันวิจัยวิชาการแห่งชาติไต้หวัน มหาวิทยาลัยมหิดล และ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน โดยต้นทุนการผลิต SIS Mixer หนึ่งชิ้นอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท (ไม่รวมระบบทดสอบ)
![]() |
![]() |
| ระบบทําความเย็นยิ่งยวดระดับ 4 เคลวิน (-269°C) | กราฟแสดงการทดสอบประสิทธิภาพ I-V Curve ของ SIS Mixer |




