นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ประกาศมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกท่านมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันฯ ได้กำหนดและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศที่เข้มงวดตามมาตรฐาน โดยครอบคลุมหลักการสำคัญ 3 ด้าน ดังต่อไปนี้

1. มาตรการเชิงองค์กรและการบริหารจัดการ

  • การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control): กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเท่านั้น เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การกำกับดูแลภายใน: มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำ ตลอดจนกำหนดนโยบายภายในองค์กรอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
  • การสร้างความตระหนักรู้: จัดให้มีการฝึกอบรมด้าน Cybersecurity และ PDPA แก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดของบุคลากร

2. มาตรการเชิงเทคนิค

  • การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption): ข้อมูลส่วนบุคคลที่รับส่งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะได้รับการเข้ารหัสความปลอดภัยด้วยโปรโตคอลมาตรฐานสากล (เช่น SSL/TLS) และมีการเข้ารหัสข้อมูลสำคัญในระบบฐานข้อมูล
  • ระบบพิสูจน์ตัวตนที่ปลอดภัย: รองรับและส่งเสริมการเข้าสู่ระบบผ่านกลไกที่น่าเชื่อถือ เช่น ระบบ ThaiD หรือการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้งาน
  • การตรวจสอบช่องโหว่และการป้องกันขั้นสูง: ติดตั้งระบบไฟร์วอลล์ (Firewall) และซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ (Anti-malware) รวมถึงการสำรองข้อมูล (Data Backup) เป็นประจำ พร้อมทบทวนและทดสอบระบบเพื่อป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ๆ ตลอดเวลา

3. มาตรการทางกายภาพ

  • ความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูล: จัดเก็บฐานข้อมูลไว้ในห้องแม่ข่าย ที่มีการควบคุมการเข้า-ออก และมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
  • การทำลายข้อมูลอย่างปลอดภัย: ในกรณีที่มีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเอกสารกระดาษ จะมีกระบวนการจัดเก็บอย่างมิดชิด และมีขั้นตอนการทำลายเอกสาร (เช่น การย่อยทำลาย) อย่างถูกวิธีเมื่อสิ้นสุดความจำเป็นในการใช้งาน

กระบวนการจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

สถาบันฯ ได้กำหนดมาตรการและกระบวนการตอบสนองต่อเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานกฎหมาย (PDPA มาตรา 37 (4)) เพื่อตรวจจับ ระงับเหตุ และเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการอย่างทันท่วงที โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้:

1. การตรวจจับและรับแจ้งเหตุ

  • การเฝ้าระวัง: สถาบันฯ มีระบบตรวจจับการบุกรุกและตรวจสอบความผิดปกติของระบบฐานข้อมูล
  • ช่องทางรับแจ้งเหตุ: หากผู้ใช้บริการพบข้อบ่งชี้หรือสงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลเกิดการรั่วไหล สามารถแจ้งเหตุมายัง เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของสถาบันฯ ได้โดยตรงผ่านช่องทางบนหน้าเว็บไซต์

2. การตรวจสอบและบันทึกแจ้งเหตุละเมิด

  • การประเมินความเสี่ยง: ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะร่วมกันตรวจสอบเพื่อประเมินระดับความรุนแรงและผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล
  • การจัดทำบันทึก: สถาบันฯ จะทำการบันทึกรายละเอียดของเหตุละเมิด(Incident log) ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ สาเหตุ และมาตรการที่ได้ดำเนินการแก้ไขไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

3. การระงับเหตุและแจ้งเตือนตามกฎหมาย

  • การควบคุมสถานการณ์: เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจำกัดวงความเสียหาย เช่น การปิดกั้นช่องทางที่ถูกโจมตี หรือการเปลี่ยนรหัสผ่านระบบทันทีภายในเวลาที่สั้นที่สุด
  • การแจ้งเตือน: * หากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล สถาบันฯ จะดำเนินการแจ้งเหตุละเมิดไปยัง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ
  • ในกรณีที่เหตุละเมิดนั้นมีความเสี่ยงสูงมากที่จะกระทบต่อเจ้าของข้อมูล สถาบันฯ จะแจ้งเหตุพร้อมแนวทางการป้องกันและเยียวยาให้ ผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบ ทราบโดยตรงทันทีผ่านทางอีเมล ข้อความ (SMS) หรือประกาศผ่านหน้าเว็บไซต์

4. การติดตาม สรุปผล และแนวทางป้องกันระยะยาว

  • การสรุปผล: หลังจากการระงับเหตุเสร็จสิ้น คณะทำงานจะประชุมร่วมกันเพื่อสรุปรายงานถอดบทเรียน ชี้แจงถึงสาเหตุและผลลัพธ์การจัดการ
  • การปรับปรุงระบบ: นำผลสรุปมาวางแผนปรับปรุงอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัย ซ่อมแซมช่องโหว่ทางเทคนิค และปรับปรุงนโยบายภายใน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิมในอนาคต