ดร. วิภู รุโจปการ
ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
ขับเคลื่อนบทบาทไทยในด้านดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์อวกาศ
เทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูงระดับโลก
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) ประกาศแต่งตั้ง ดร. วิภู รุโจปการ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ คนที่ 3 ของสถาบัน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 พร้อมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ ผลักดันบทบาทไทยด้านดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์อวกาศ เทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูงสู่ระดับโลก
ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ดร. วิภู ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ มีประสบการณ์ด้านการบริหารองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการวิจัยด้านดาราศาสตร์ ตลอดจนขับเคลื่อน NARIT ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคด้านดาราศาสตร์ พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือและสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ
ด้านการศึกษา ดร. วิภู สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor เมื่อปี ค.ศ. 2006 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาดาราศาสตร์ จาก University of Arizona เมื่อปี ค.ศ. 2012 จากนั้นได้ทำงานวิจัยหลังปริญญาเอกที่ University of Arizona ตั้งแต่ ค.ศ. 2012-2013 และ Kavli Institute for the Physics and Mathematics of the Universe, University of Tokyo ตั้งแต่ ค.ศ. 2014-2017 มุ่งเน้นการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับบริเวณก่อกำเนิดดาวฤกษ์ที่ซ่อนอยู่ในกาแล็กซีระยะไกล
ผลงานวิจัยของ ดร. วิภู ครอบคลุมการวิวัฒนาการของกาแล็กซี กระบวนการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ และหลุมดำมวลยวดยิ่ง โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ระดับโลก อาทิ Atacama Large Millimeter/Submillimeter Array (ALMA) Very Large Array (VLA) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์
ดร. วิภู มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ อาทิ ผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก East Asia Observatory (EAO) เพื่อให้นักดาราศาสตร์ไทยมีโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากกล้องโทรทรรศน์ระดับโลกอย่าง James Clerk Maxwell Telescope (JCMT) หนึ่งในเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ Event Horizon Telescope (EHT) ที่บันทึกภาพหลุมดำได้ครั้งแรกของโลก
สานต่อความร่วมมือด้านดาราศาสตร์วิทยุ ในการพัฒนาหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ (TNRO) ร่วมกับหน่วยงานชั้นนำของโลก เช่น Yebes Observatory หน่วยงานภายใต้สถาบัน Instituto Geográfico Nacional (IGN) ในราชอาณาจักรสเปน Max Planck Institute for Radio Astronomy (MPIfR) ประเทศเยอรมนี รวมถึงการสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบวีกอสร่วมกับ Shanghai Astronomical Observatory (SHAO) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น และยังเป็นผู้นำโครงการความร่วมมือร่วมกับ Changchun Institute of Optics, Fine Mechanics and Physics (CIOMP) ประเทศจีน ผลักดันความร่วมมือไทย-จีนด้านการสำรวจดวงจันทร์และห้วงอวกาศลึก ภายใต้โครงการ International Lunar Research Station (ILRS) พร้อมทั้งจัดตั้ง “ห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านวิศวกรรมสำรวจอวกาศห้วงลึก” ระหว่างประเทศไทยกับ China National Space Administration (CNSA) เพื่อสนับสนุนความร่วมมือระยะยาว
นอกจากนี้ ยังต่อยอดความสัมพันธ์กับองค์การอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น (JAXA) จากความร่วมมือจัดแสดงชิ้นส่วนดาวเคราะห์น้อยริวกูในประเทศไทย สู่การพัฒนาเครือข่ายวิจัยในอนาคต นำไปสู่โอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเทคโนโลยีอวกาศเพื่อพัฒนาดาวเทียม TSC-1 ในโครงการ Thai Space Consortium ความร่วมมือทั้งหมดนี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถด้านงานวิจัยขั้นแนวหน้าของไทยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดาราศาสตร์ของประเทศ และเสริมสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก
การแถลงวิสัยทัศน์ครั้งแรกในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ดร. วิภู รุโจปการ กล่าวว่า สำหรับตัวผมเอง "สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ" หรือ NARIT ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาบันวิจัย แต่ยังเป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมผลักดันการพัฒนาขีดความสามารถของชาติ โดยเฉพาะด้านการพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีขั้นสูงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย
จากที่ผ่านมา ใครจะเชื่อว่าประเทศไทยจะมีหอดูดาวขนาดใหญ่มาตรฐานระดับโลกบนยอดดอยอินทนนท์ มีกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ มีหอดูดาวภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมดาราศาสตร์มากถึงปีละ 2 ล้านคน รวมถึงมีการใช้โจทย์งานวิจัยดาราศาสตร์ผลักดันพัฒนาห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีขั้นสูงนับไม่ถ้วน และไทยกำลังจะส่งอุปกรณ์ไปโคจรสำรวจรอบดวงจันทร์ แสดงให้เห็นเส้นทางที่กำลังเติบโตไปเป็นสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ชั้นนำของโลก
ในวันนี้ นี่คือสิ่งที่ NARIT กำลังสร้างไว้ในสังคมไทย ผ่านการขับเคลื่อนองค์กรมาตลอด 16 ปี ภายใต้การนำของ รศ. บุญรักษา สุนทรธรรม และ ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา อดีตผู้อำนวยการทั้งสองท่าน ตลอดทั้งความมุ่งมั่นทุ่มเทของทีมเจ้าหน้าที่ NARIT ทุกคนเสมอมา
ในวาระที่ได้รับเกียรติให้รับไม้ต่อจากทั้งสองท่าน สิ่งที่สำคัญที่สุดของ NARIT ในวันนี้ คือ "ความต่อเนื่อง" เพราะเราต้องทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ต่อสังคมไทย ที่จะทำให้ "ดาราศาสตร์" มีประโยชน์ที่จับต้องได้มากไปกว่างานวิจัย การสร้างความตระหนัก และฉันทามติในสังคมไทยถึงความสำคัญของการลงทุนวิจัยวิทยาศาสตร์รากฐาน ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์สูงสุดของการดำเนินงานของ NARIT
เราได้รับคำถามเสมอมาว่า "ดูดาวไปทำไม ดูดาวแล้วได้อะไร" แต่หากเรามองอีกมุมหนึ่งว่า เราจะทำให้ดาราศาสตร์ ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัวที่สุด เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น สามารถ “สร้างมูลค่าเพิ่ม” และได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากสังคมไทย วิทยาศาสตร์รากฐานอื่น ๆ ก็น่าจะสามารถใช้แนวทางนี้เป็นแรงบันดาลใจได้
ดังนั้น ความทุ่มเทของ NARIT ไม่เพียงแต่จะพัฒนาวงการดาราศาสตร์ แต่จะส่งผลออกไปในวงกว้าง ผลักดันให้การพัฒนาวิทยาศาสตร์ของชาติในสาขาอื่น ๆ รุดหน้า สร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แก่สังคม
แรงบันดาลใจที่เรามีส่วนร่วมสร้าง กำลังคนศักยภาพสูงที่เกิดขึ้น โอกาสการจ้างงาน Deep Tech รายได้สูงที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทย จะเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่ NARIT ในวันนี้จะมอบให้แก่ลูกหลานของเรา
ภายใต้การนำของ ดร. วิภู NARIT จะยังคงขับเคลื่อนภารกิจด้านต่าง ๆ ทั้งการวิจัยดาราศาสตร์ที่มุ่งเน้นงานวิจัยขั้นแนวหน้าที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ การพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนากำลังคน รวมถึงการสร้างความตระหนักด้านดาราศาสตร์สู่สังคม โดยความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก ไม่เพียงแต่ยกระดับงานวิจัยในประเทศ แต่ยังผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านดาราศาสตร์ในระดับโลก พร้อมกับการสร้างคุณค่าและมูลค่ากลับสู่สังคมไทย