Research News
31 กรกฎาคม 2569
NARIT ร่วมทีมวิจัย JUNO วิเคราะห์ข้อมูลชุดแรก เผยผลวัดการแกว่งตัวของนิวทริโนแม่นยำที่สุดในโลก
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) ร่วมกับทีมนักวิจัยนานาชาติโครงการ JUNO (Jiangmen Underground Neutrino Observatory) วิเคราะห์ข้อมูลจากการตรวจจับนิวทริโนที่ปล่อยจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ก้าวขึ้นเป็นการทดลองที่วัดค่าพารามิเตอร์การแกว่งตัวของนิวทริโนแม่นยำที่สุดในโลก งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569
30 มิถุนายน 2569
นักดาราศาสตร์ NARIT ร่วมไขความลับวาระสุดท้ายของดวงดาว ตรวจพบสัญญาณซิลิกอนมอนอกไซด์ (SiO) “พลังงานสูงที่สุดเท่าที่เคยพบ” ในดาวฤกษ์ AGB
ดร. บรรณวิชญ์ พิมพานุวัตร นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ช่วงคลื่นวิทยุ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ร่วมกับทีมนักวิจัยนานาชาติในโครงการ ATOMIUM ใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ALMA ส่องลึกถึงชั้นในสุดของแก๊สและฝุ่นรอบดาวฤกษ์วิวัฒน์ประเภท AGB ตรวจพบสัญญาณจากโมเลกุลซิลิกอนมอนอกไซด์ (SiO) ในสถานะพลังงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เผยให้เห็นสภาพแวดล้อมสุดขั้วบริเวณจุดกำเนิดลมดาวฤกษ์ ช่วยพิสูจน์ทฤษฎีการสิ้นอายุขัยของดาวฤกษ์ ที่อาจไขความลับจุดกำเนิดสรรพสิ่งในเอกภพ งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569
26 มิถุนายน 2569
ชวนทำความรู้จัก ดร. สมาพร ติญญนนท์ เบื้องหลังเส้นทางสู่อาชีพนักดาราศาสตร์ผู้ศึกษาการสิ้นอายุขัยของดาวฤกษ์
ดร. สมาพร ติญญนนท์ หรือ “ดร. แก้ว” เป็นนักดาราศาสตร์ด้านจักรวาลวิทยาและฟิสิกส์ดาราศาสตร์พลังงานสูง ประจำสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ผู้หลงใหลในเรื่องราวการสิ้นอายุขัยของดาวฤกษ์ โดยมุ่งศึกษาดาวฤกษ์มวลมากที่จบชีวิตลงด้วยการระเบิดเป็น “ซูเปอร์โนวา” ผ่านการติดตามการเปลี่ยนแปลงของแสงที่ปลดปล่อยออกมา ตั้งแต่ช่วงหลังการระเบิดใหม่ ๆ จนถึงหลายปีให้หลัง เพื่อแกะรอยว่าดาวฤกษ์มวลมากมีวิวัฒนาการและสิ้นสุดลงอย่างไร
12 มิถุนายน 2569
NARIT ร่วมภารกิจ ARRAKIHS พัฒนาแบบจำลองสำหรับกล้องโทรทรรศน์อวกาศของ ESA เพื่อไขความลับของสสารมืด
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. (NARIT) ร่วมภารกิจ ARRAKIHS (Analysis of Resolved Remnants of Accreted galaxies as a Key Instrument for Halo Surveys) ซึ่งเป็นภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศชนิดใหม่ ที่ได้รับรองจากองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) ให้เป็นภารกิจวิทยาศาสตร์ขนาด Fast-class ลำดับที่ 2 (F2) โดยมีแผนปล่อยขึ้นสู่อวกาศในช่วงปลายปี พ.ศ. 2573 เพื่อศึกษาประวัติการก่อกำเนิดและวิวัฒนาการของกาแล็กซี และทดสอบแบบจำลองของสสารมืด
28 พฤษภาคม 2569
นักดาราศาสตร์ NARIT ไขปริศนาวิวัฒนาการกาแล็กซีในเอกภพ แกะรอยศึกษากว่า 1.1 ล้านกาแล็กซี
ดร. สุทธิกุล กุลค้อ นักดาราศาสตร์ NARIT ร่วมทีมวิจัยนานาชาติ เผยผลการศึกษากาแล็กซีมากกว่า 1.1 ล้านกาแล็กซี เพื่อไขปริศนาว่ากาแล็กซีวิวัฒนาการอย่างไรตลอดระยะเวลา 13.8 พันล้านปี พร้อมค้นพบหลักฐานที่อาจบ่งชี้ว่าแบบจำลองการเกิดกาแล็กซีในปัจจุบันยังต้องได้รับการปรับปรุง งานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569
28 เมษายน 2569
NARIT เผยผลวิจัยชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ใช้กล้องโทรทรรศน์แห่งชาติ และกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติของไทย ติดตามมานานกว่า 10 ปี
ทีมนักวิจัยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร. นภาพร อะทะโน และ ดร. ศุภชัย อาวิพันธุ์ ร่วมกับเครือข่ายนักดาราศาสตร์นานาชาติ เปิดเผยความสำเร็จในการศึกษาวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ WASP-11 b/HAT-P-10 b โดยใช้ข้อมูลการผ่านหน้าของดาวเคราะห์ (Transit) จำนวน 31 เหตุการณ์ ซึ่งเก็บรวบรวมมาอย่างยาวนานเกือบ 10 ปี จากเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ของ สดร. หนึ่งในข้อมูลสำคัญมาจากการสังเกตการณ์ฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ เมื่อครั้งเสด็จเยือนหอดูดาวแห่งชาติ ปลายปี 2559 จากการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียม TESS เพื่อศึกษาพฤติกรรมวงโคจรและลักษณะทางกายภาพของชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบดังกล่าวอย่างละเอียด ได้ช่วยให้เข้าใจลักษณะของดาวเคราะห์นอกระบบประเภทดาวพฤหัสบดีร้อนมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ The Astronomical Journal เมื่อต้นเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา
26 มีนาคม 2569
นักดาราศาสตร์ไทยร่วมค้นพบพัลซาร์ใหม่ 15 ดวง วางรากฐานในการสำรวจและค้นหาดาวนิวตรอนด้วยคลื่นวิทยุ
ดร. ติณณ์ ทองมีอาคม นักดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ร่วมกับนักดาราศาสตร์นานาชาติกลุ่ม Transients and Pulsars with MeerKAT (TRAPUM) ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT ค้นพบพัลซาร์ใหม่ 15 ดวง จากการสำรวจแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเฟอร์มี (Fermi Gamma-ray Space Telescope) รวมถึงพบพัลซาร์มิลลิวินาทีชนิด “พัลซาร์แมงมุม” ซึ่งเป็นระบบดาวคู่หายาก นำมาใช้ศึกษาด้านฟิสิกส์ และวิวัฒนาการของดวงดาวในขั้นต่อไป อีกทั้งยังชี้ว่า ช่วงคลื่นวิทยุย่าน Ultra High Frequency (UHF) มีประสิทธิภาพในการค้นหาพัลซาร์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของเฟอร์มีมากกว่าย่าน L band วางรากฐานสำคัญสู่การสำรวจพัลซาร์ด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่อย่าง SKA ในอนาคต งานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
09 มีนาคม 2569
FIRESTORM I (MNRAS accepted): Stellar feedback and gas kinematics in the evolved W40 hub–filament system
Astronomers from the National Astronomical Research Institute of Thailand (NARIT) and international collaborators have carried out a new multi-wavelength study of W40, a nearby high-mass star-forming region shaped by the intense radiation and winds from young massive stars. The paper, accepted for publication in the Monthly Notices of the Royal Astronomical Society (MNRAS), presents a detailed view of the dense gas “skeleton” of W40—revealing how gas is organized into filaments, how it flows, and how stellar feedback is stirring and dispersing the cloud.
06 มีนาคม 2569
นักดาราศาสตร์ไทยใช้กล้องเจมส์ เว็บบ์ ตามรอยซูเปอร์โนวา พบผลิตฝุ่นเพิ่มเร็วเกินคาด อาจไขปริศนาต้นกำเนิดธาตุบนโลก
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เผย ดร. สมาพร ติญญนนท์ นักวิจัย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (JWST) ติดตามการระเบิดของซูเปอร์โนวา 2014C พบการก่อตัวของปริมาณฝุ่นที่เพิ่มขึ้นในอัตราสูงผิดปกติ ขยายขอบเขตความเข้าใจในปัจจุบันเกี่ยวกับการเกิดฝุ่นของซูเปอร์โนวา เผยให้เห็นถึงกระบวนการใหม่ที่ยังไม่เคยค้นพบมาก่อน และอาจนำไปสู่การไขปริศนาต้นกำเนิดธาตุบนโลก งานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ลงในวารสาร Astrophysical Journal เดือนมีนาคม 2025