Press Release


ไทย-จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจัยอวกาศของไทย "CE-7 MATCH"
เตรียมบินสำรวจดวงจันทร์ในโครงการฉางเอ๋อ 7 ปลายปี 69

29 สิงหาคม 2568 - ปักกิ่ง สาธารณรัฐประขาชนจีน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT ส่งมอบอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย "CE-7 MATCH" ให้จีน เพื่อนำไปติดตั้งกับยานโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจฉางเอ๋อ 7 เตรียมขึ้นสู่อวกาศกลางปี 2569 พิธีรับมอบจัดขึ้น ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งชาติจีน (NSSC) สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (CAS) ได้รับเกียรติจากนางสาวพสุภา ชินวรโสภาค อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ทีมผู้บริหาร และวิศวกรของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน

01 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9 02 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9
03 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9 04 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9

ดร. วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า หมุดหมายสำคัญของทุกโครงการอวกาศ คือ “ปิดจบ” บรรลุภารกิจจนสำเร็จ ขอชื่นชมทีมวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ไทย ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย  ที่ร่วมกันพัฒนา CE-7 MATCH ของไทยในหมุดหมายนี้ และนี่จะเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ไทย ที่อุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ที่มีรอยนิ้วมือคนไทย จะเดินทางออกจากวงโคจรรอบโลกไปไกลถึงดวงจันทร์ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเรามองไปยังจุดหนึ่งบนดวงจันทร์ เรายังบอกกับเยาวชนไทยได้ว่า มีอุปกรณ์จากประเทศไทยทำงานอยู่บนนั้นจริง ๆ การส่ง CE-7 MATCH นั้น ไม่ได้ส่งเพียงแค่เพย์โหลดที่จะไปปฏิบัติภารกิจวิทยาศาสตร์รอบดวงจันทร์ แต่ยังส่งความฝันของทีมวิศวกรและคนไทย รวมถึงส่งแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังต่อไปอีกด้วย

ความสำเร็จในการพัฒนาและส่งมอบอุปกรณ์ CE-7 MATCH ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ไทยด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูง และเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างไทย-จีน โครงการนี้ไม่เพียงยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทย แต่ยังสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูลขั้นสูงที่จำเป็นต่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านอวกาศ อันจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติ และเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ

อุปกรณ์ CE-7 MATCH (Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope) เป็นผลงานความร่วมมือระหว่างทีมวิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ไทย นำโดย NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสถาบันวิจัยชั้นนำของจีน ได้แก่ องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) โครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน (CLEP) ห้องปฏิบัติการสำรวจอวกาศห้วงลึก (DSEL) และหน่วยงานภายใต้สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences: CAS) ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งชาติจีน (NSSC) สถาบันทัศนศาสตร์ กลศาสตร์ขั้นสูงและฟิสิกส์แห่งฉางชุน (CIOMP) สถาบันฟิสิกส์สมัยใหม่ (IMP) รวมถึงมหาวิทยาลัยจี๋หลิน เริ่มดำเนินการในช่วงต้นปี 2567

05 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9 06 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9
07 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9 08 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9

การพัฒนาอุปกรณ์ CE-7 MATCH แบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่ การสร้างและทดสอบ Electrical Model (EM) ในช่วงเดือนตุลาคม 2567 - กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อจำลองการทำงานในสภาพแวดล้อมอวกาศ พร้อมทดสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ แหล่งจ่ายพลังงาน การสื่อสาร และระบบควบคุม รวมถึงการทดสอบแรงสั่นสะเทือนจากจรวดนำส่ง และสภาพแม่เหล็กไฟฟ้าที่คล้ายคลึงกับการปฏิบัติภารกิจจริงในอวกาศ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการสร้าง Qualified Model (QM) ในช่วงเดือนมีนาคม - กรกฎาคม 2568 โดยไทยได้พัฒนาโครงสร้างชิ้นส่วนจำนวน 81 ชิ้นขึ้นเองทั้งหมด ณ ห้องปฏิบัติการขึ้นรูปชิ้นงานเชิงกลความละเอียดสูง ภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ. เชียงใหม่ โดยใช้วัสดุแมกนีเซียมอัลลอย (MB15) ที่ผ่านมาตรฐานการใช้งานในอวกาศ น้ำหนักเบา แข็งแรง และทนความร้อน พร้อมเคลือบนิเกิลและสีขาวเพื่อลดการดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ ในขั้นตอนนี้ได้ทดสอบทั้งระบบไฟฟ้าและเชิงกลอีกครั้ง เพื่อแก้ไขข้อจำกัดและข้อผิดพลาดจาก Electrical Model ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการประกอบ Flight Model (FM) สำหรับการติดตั้งจริงบนยานโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจฉางเอ๋อ 7

โครงการฉางเอ๋อ เป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เริ่มส่งยานสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกในปี 2007 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีภารกิจที่มีชื่อเสียงหลายลำ ล่าสุดเช่น ฉางเอ๋อ 5 ที่สามารถนำดินจากดวงจันทร์กลับมายังโลกได้ และฉางเอ๋อ 6 ที่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ด้านไกลและเก็บตัวอย่างกลับมายังโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับภารกิจฉางเอ๋อ 7 มีเป้าหมายหลัก คือการสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ที่คาดว่าอาจมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการตั้งถิ่นฐานในโครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station : ILRS) ประกอบด้วยยานโคจรรอบ (orbiter) ยานลงจอด (lander) รถสำรวจ (rover) ยานกระโดดสำรวจ (hopper) และดาวเทียมถ่ายทอดสัญญาณ (relay satellite) 

ประเทศไทยได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่จะติดตั้งไปกับยานดังกล่าว เพื่อโคจรรอบดวงจันทร์ นั่นคือ CE-7 MATCH ขนาด 14.6 × 14.5 × 26.5 เซนติเมตร มีภารกิจหลักคือการวัดอนุภาคพลังงานสูงในวงโคจรรอบดวงจันทร์ เพื่อตรวจสอบผลกระทบของรังสีคอสมิกและพายุสุริยะที่จะส่งผลต่อระบบเทคโนโลยี โดยทีมวิศวกรไทยมีบทบาทสำคัญดังนี้

  • ออกแบบและวิเคราะห์โครงสร้างอุปกรณ์ให้มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และทนทานต่อสภาพแวดล้อมในอวกาศ
  • พัฒนาซอฟต์แวร์การทำงานของวงจรรวมที่ออกแบบเพื่อการใช้งานเฉพาะ (ASICs) เพื่อระบุทิศทางของรังสีคอสมิกที่เข้ามาชนหัววัด
  • พัฒนาซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูลและอัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูล
  • พัฒนาชิ้นส่วนเชิงกลความละเอียดสูง ด้วยความละเอียดสูงสุด 5 ไมโครเมตร สำหรับ Qualified Model (QM) ซึ่งใช้วัสดุแมกนีเซียมอัลลอยมาทำเป็นโครงสร้าง เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่าอลูมิเนียมถึง 40% โดยกระบวนการขึ้นรูปชิ้นงานมีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ความระมัดระวัง แม้สะเก็ดเพียงเล็กน้อยก็อาจลุกติดไฟได้ ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและชำนาญเป็นพิเศษ และยังไม่มีหน่วยงานรัฐใดในประเทศไทยเคยขึ้นรูปด้วยวัสดุชนิดนี้มาก่อน

หลังจากพิธีส่งมอบ วิศวกรไทยจะเข้าร่วมการสอบเทียบพลังงานและทิศทางของหัววัดกับแหล่งพลังงานรังสีมาตรฐาน เพื่อทดสอบคุณภาพการตอบสนองของหัววัดในแต่ละมุม และปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้สามารถบอกทิศทางของแหล่งรังสีได้อย่างแม่นยำ ก่อนปล่อยสู่อวกาศในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569

10 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9 09 ไทย จีน ผนึกกำลังสำเร็จ ส่งมอบอุปกรณ์วิจ9

ดาวน์โหลดไฟล์ภาพนิ่งและวิดีโอที่เกี่ยวข้องได้ที่ https://bit.ly/CE-7MATCH-handover

งานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โทร. 053-121268-9 ต่อ 210-211 , 081-8854353 โทรสาร 053-121250
E-mail: [email protected] Website : www.narit.or.th
Facebook: www.facebook.com/NARITpage, Twitter: @NARIT_Thailand,
Instagram: @NARIT_Thailand, TikTok: NARIT_Thailand