NARIT Tech


เปิดห้องทดสอบดาวเทียม TSC-1 จำลองแรงสั่นสะเทือน ก่อนส่งขึ้นสู่อวกาศ

การเดินทางสู่อวกาศไม่ได้เริ่มต้นอย่างราบรื่น เพราะทันทีที่จรวดทะยานออกจากฐานปล่อย ดาวเทียมจะต้องเผชิญแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หากโครงสร้างไม่แข็งแรงเพียงพอ หรือเกิดการสั่นในจังหวะเดียวกับแรงจากจรวด ความเสียหายอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ภารกิจยังไม่เริ่มต้น ทีมวิศวกร NARIT จึงนำแบบจำลองทางวิศวกรรม หรือ Engineering Model ของดาวเทียม TSC-1 เข้าสู่การทดสอบการสั่นสะเทือน ณ ห้องปฏิบัติการทดสอบดาวเทียม อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร (AstroPark) เพื่อจำลองสภาวะที่ดาวเทียมจะต้องเผชิญระหว่างการปล่อยขึ้นสู่อวกาศ

811962475 122166795284706052 3122947266439392061 N

หนึ่งในการทดสอบเบื้องต้นที่สำคัญ คือ การตรวจวัด “ความถี่ธรรมชาติ” (Natural Frequency) ซึ่งเปรียบได้กับจังหวะเฉพาะที่วัตถุแต่ละชิ้นสามารถสั่นได้ตามธรรมชาติ

เหตุใดตัวเลขนี้จึงสำคัญ

หากความถี่ธรรมชาติของดาวเทียมเข้าใกล้หรือซ้ำกับความถี่ของแรงสั่นสะเทือนจากจรวด อาจทำให้เกิด “การสั่นพ้อง” (Resonance) แรงสั่นจะถูกขยายให้รุนแรงขึ้น ส่งผลให้เพิ่มแรงกระทำต่อทั้งดาวเทียมและจรวด จนอาจนำไปสู่ความเสียหายระหว่างการปล่อยได้

ตามข้อกำหนดของจรวดนำส่ง ดาวเทียม TSC-1 ต้องมีค่าความถี่ธรรมชาติ สูงกว่า 40 เฮิรตซ์ (Hz) ในทุกแกน ซึ่งผลการทดสอบในแต่ละแกนมีค่าความถี่ของแรงสั่นสะเทือนเป็นดังนี้

  • แกน X : 90.0 Hz
  • แกน Y : 48.2 Hz
  • แกน Z : 40.2 Hz

จะเห็นว่า TSC-1 มีค่าความถี่ธรรมชาติผ่านเกณฑ์ที่กำหนดของจรวดนำส่งทั้ง 3 แกน นับเป็นอีกหนึ่งขั้นสำคัญของการตรวจสอบความพร้อมด้านโครงสร้าง ก่อนเดินหน้าสู่การทดสอบในระดับต่อไป

อย่างไรก็ตาม การตรวจวัดความถี่ธรรมชาติเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทดสอบด้านการสั่นสะเทือนเท่านั้น TSC-1 ยังต้องผ่านการทดสอบการสั่นสะเทือนในรูปแบบอื่น รวมถึงการทดสอบสภาพแวดล้อมด้านต่าง ๆ เพื่อยืนยันว่าดาวเทียมจะสามารถทนต่อสภาวะตั้งแต่ช่วงปล่อย จนถึงการปฏิบัติภารกิจจริงในอวกาศได้อย่างปลอดภัย

กระบวนการต่อไป จะเป็นการทดสอบระบบสื่อสารทางไกล (Far Field) เมื่อดาวเทียมอยู่ไกลออกไป เรายังจะสามารถสั่งงานและรับข้อมูลกลับมาได้หรือไม่ ผลการทดสอบจะเป็นอย่างไร ติดตามภารกิจพัฒนา TSC-1 ตอนต่อไปได้ทาง NARIT Tech แห่งนี้