ข่าวกิจกรรม


AI กับดาราศาสตร์เกี่ยวกันอย่างไร?
เปิดมุมมองจากเวทีนานาชาติที่อินโดนีเซีย โดยนักวิจัย NARIT

15 ตุลาคม 2569 - ดร.กฤตภาส ชาญชัยวรวิทย์ นักวิจัยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้รับเชิญจากมูลนิธิฟรีดริช เอแบร์ท (Friedrich-Ebert-Stiftung: FES) ให้แสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “First Light” ในพิธีสำเร็จการศึกษาหลักสูตร Political Management Training รุ่นที่ 11 (PMT 11) ณ เมืองซานูร์ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

Photo1 Keynote Podium Photo3 Pm T11 Graduates

การอบรมหลักสูตรบริหารจัดการทางการเมือง (Political Management Training: PMT) จัดโดย มูลนิธิฟรีดริช เอแบร์ท (Friedrich-Ebert-Stiftung: FES) มุ่งเน้นประเด็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) และธรรมาภิบาลดิจิทัล มีผู้เข้าร่วม 26 คน จาก 17 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบาย AI เจ้าหน้าที่รัฐและรัฐสภา สื่อมวลชน ผู้แทนสหภาพแรงงาน และภาคประชาสังคม การได้รับเชิญของนักวิจัย NARIT ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองจากแวดวงดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่นำ AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้ในการศึกษาวิจัยอย่างเข้มข้น

“First Light” แสงแรกของการค้นพบ และจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้

ดร.กฤตภาส นำแนวคิด “First Light” หรือแสงแรกที่กล้องโทรทรรศน์รับจากท้องฟ้า มาเปรียบกับจุดเริ่มต้นของผู้สำเร็จการศึกษาหลังสิ้นสุดหลักสูตร พร้อมเล่าพัฒนาการทางดาราศาสตร์ ตั้งแต่การวัดตำแหน่งดาวของ Tycho Brahe การค้นพบวงโคจรรูปวงรีของ Johannes Kepler ผลงานของ Henrietta

Leavitt ที่วางรากฐานการวัดระยะทางในเอกภพ ไปจนถึงการค้นพบว่ามีกาแล็กซีจำนวนมหาศาลอยู่นอกเหนือจากทางช้างเผือก

เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มีปริมาณมากเกินกว่ามนุษย์จะวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีเดิม นักดาราศาสตร์จำเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือและวิธีการใหม่ ๆ เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ค้นพบ โดยปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและเปิดโอกาสให้ศึกษาปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนได้มากขึ้น

AI กับการวิเคราะห์ข้อมูลดาราศาสตร์ขนาดใหญ่

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ หอดูดาวเวรา ซี รูบิน (Vera C. Rubin Observatory) ในประเทศชิลี ซึ่งคาดว่าจะสร้างข้อมูลทางดาราศาสตร์ได้ประมาณ 20 เทราไบต์ และแจ้งเตือนวัตถุท้องฟ้าที่มีการเปลี่ยนแปลงได้สูงสุดราว 10 ล้านครั้งต่อคืน ข้อมูลจำนวนมหาศาลเช่นนี้ทำให้ AI เป็นเครื่องมือคัดกรองและวิเคราะห์สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาต่อ

หอดูดาวเวรา ซี รูบิน (1)

ดร.กฤตภาส ยังถ่ายทอดประสบการณ์จากงานวิจัยของตนเอง ทั้งการใช้เทคนิคการรู้จำรูปแบบเพื่อคัดกรองกาแล็กซีที่แสงเดินทางมายังโลกเป็นเวลาราว 13,000 ล้านปี รวมถึงการพัฒนาโค้ดจำลองภาพซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2561 และต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ ARRAKIHS ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ภารกิจดังกล่าวมีนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรร่วมดำเนินงานกว่า 250 คน โดยระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง CHALAWAN ของ NARIT เป็น 1 ใน 4 ศูนย์ประมวลผลของภารกิจ ARRAKIHS

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างการนำ AI ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง โดยกรณีเหตุอุทกภัยในจังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อเดือนกันยายน 2569 นักเรียนวัย 17 ปี จากโรงเรียนสุจิปุลิ พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันแผนที่สถานการณ์น้ำท่วมภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยรวบรวมรายงานจากประชาชน ภาพจากกล้อง CCTV ข้อมูลพยากรณ์ฝน และข้อมูลระดับน้ำจากหน่วยงานรัฐไว้ในระบบเดียว ช่วยให้ทีมกู้ภัยติดตามสถานการณ์และประสานความช่วยเหลือได้สะดวกขึ้น ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า AI และเครื่องมือดิจิทัลสามารถช่วยให้ผู้คนพัฒนาแนวทางรับมือกับปัญหาได้รวดเร็วขึ้น หากมีการนำข้อมูลมาใช้อย่างเหมาะสม

Slide25 Flood Map
ใช้ AI อย่างเข้าใจ ไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีเป็นกล่องดำ

อีกประเด็นของปาฐกถาคือการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ แม้ AI จะช่วยเขียนโปรแกรมและประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่ผู้ใช้ยังต้องเข้าใจหลักการเบื้องหลัง ตรวจสอบความถูกต้อง และประเมินผลลัพธ์ด้วยตนเอง เพราะหากไม่เข้าใจสิ่งที่กำลังวิเคราะห์ ก็อาจไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคำตอบที่ได้มีข้อผิดพลาดหรือไม่

Slide26 Not a Black Box

ดร.กฤตภาส สรุปแนวคิดนี้ด้วยข้อความ “ให้ AI ช่วยเขียนโค้ด แต่อย่าให้ AI เข้าใจแทนเรา” เพื่อเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีควรเป็นเครื่องมือสนับสนุนการคิดและการเรียนรู้ ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ความเข้าใจของมนุษย์

ช่วงท้ายของปาฐกถาได้ฝากข้อคิดจากการศึกษาท้องฟ้า 5 ประการ ได้แก่ มองภาพให้กว้าง (Look up) ตรวจสอบข้อเท็จจริง (Verify) แบ่งปันข้อมูลและทักษะ (Share) ให้เครดิตผู้มีส่วนร่วม (Credit) และไม่หยุดตั้งคำถาม (Stay curious) พร้อมย้ำว่า แม้เครื่องจักรจะช่วยให้มนุษย์มองเห็นและวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้ไกลกว่าเดิม แต่การตัดสินว่าสิ่งที่ค้นพบนั้นมีความหมายอย่างไร ยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์

การเข้าร่วมเวทีนานาชาติครั้งนี้เป็นโอกาสในการนำประสบการณ์จากงานวิจัยดาราศาสตร์มาแลกเปลี่ยนกับผู้ทำงานด้านนโยบาย สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ AI และข้อมูลอย่างรู้เท่าทัน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการตัดสินใจในหลากหลายสาขา

ข้อมูล : ดร.กฤตภาส ชาญชัยวรวิทย์ - นักวิจัย NARIT