ข่าวกิจกรรม


NARIT - ม.อ. เดินหน้าถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การใช้จริง
ต่อยอดองค์ความรู้ทัศนศาสตร์และโฟโตนิกส์ สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศ

วันที่ 18 กันยายน 2569 - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ณ ห้องประชุม 215 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยมี ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมลงนาม พร้อมผู้บริหาร นักวิจัย บุคลากร และผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานเป็นสักขีพยาน

20260918 092611

การลงนามครั้งนี้ต่อยอดจากความร่วมมือระหว่าง NARIT และคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และขยายกรอบความร่วมมือไปสู่ระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการทำงานร่วมกันในวงกว้าง ทั้งด้านการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างนวัตกรรม การพัฒนากำลังคน ตลอดจนการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในภาคเศรษฐกิจและสังคม

โอกาสนี้ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวชื่นชมผลงานของ NARIT ที่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริง และมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนที่สนใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ความร่วมมือระหว่าง ม.อ. และ NARIT ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการทำงานร่วมกับ ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium: TSC) ซึ่งมี NARIT เป็นผู้ประสานงานหลัก โดย ม.อ. เป็นหนึ่งในหน่วยงานร่วมในภาคีดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการมีเป้าหมายร่วมกันของทั้งสององค์กรในการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ประเทศ

ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NARIT และ ม.อ. ร่วมกันพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีหลายด้าน โดยเฉพาะทัศนศาสตร์และโฟโตนิกส์ ซึ่งเป็นสาขาที่ ม.อ. เชี่ยวชาญ มีศักยภาพสูง และมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญในระดับแนวหน้าของประเทศ โดยเฉพาะอาจารย์และบุคลากรที่ NARIT มีโอกาสร่วมงานด้วย หลายท่านมีความเชี่ยวชาญด้านทัศนศาสตร์และโฟโตนิกส์ในระดับแนวหน้าของประเทศ และเมื่อผนวกเข้ากับความสามารถด้านวิศวกรรมและการพัฒนาเครื่องมือของ NARIT ก็สามารถสร้างเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ดร. วิภู กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลงานที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง NARIT และ ม.อ. ต่อยอดเป็นนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมและการแพทย์ได้ เช่น รามานสเปกโตรสโคปีแบบติดตามเวลา (Time-resolved Raman spectroscopy) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการตรวจวัดแคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) ในปัสสาวะ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของนิ่วในไต โดยเทคโนโลยีดังกล่าวได้จดสิทธิบัตรแล้ว นับเป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านแสงและสเปกโทรสโกปีมาประยุกต์ใช้กับโจทย์ในสาขาอื่น

Mo U 01 2

นอกจากนี้ ยังพัฒนาอุปกรณ์บันทึกภาพหลายช่วงความยาวคลื่น (Hyperspectral Imaging System) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ต้นแบบสำหรับการตรวจวิเคราะห์ข้อมูลภาพในหลายช่วงความยาวคลื่น และมีศักยภาพประยุกต์เข้ากับกระบวนการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพในภาคอุตสาหกรรม

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือระหว่าง NARIT และ ม.อ. คือการกำหนดกลไกเพื่อเร่งนำผลงานวิจัยและต้นแบบเทคโนโลยีออกจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริง มุ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่าง ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีทัศนศาสตร์และโฟโตนิกส์ และกลุ่มงานการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ NARIT กับ คณะวิทยาศาสตร์ และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ม.อ. รวมถึงกลไก University Holding Company ของมหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบ การทดสอบในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง การพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

สำหรับการต่อยอดความร่วมมือในระยะเริ่มต้น ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการนำ Hyperspectral Imaging System ที่พัฒนาร่วมกันมาประยุกต์ใช้กับโรงงานต้นแบบผลิตสารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพรของ ม.อ. ซึ่งมีพืชกระท่อมเป็นหนึ่งในพืชต้นแบบ เพื่อทดสอบศักยภาพของเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ผลักดันให้ ม.อ. และสถาบันอุดมศึกษาในภาคใต้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพและเวลเนส ตลอดจนการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้แก่สมุนไพรและวัตถุดิบท้องถิ่น เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดร.ยศชนัน ลงพื้นที่ ม.อ. และเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบผลิตสารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพร ณ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา ซึ่งจะเป็นพื้นที่ติดตั้งเทคโนโลยีนำร่องตามความร่วมมือของ NARIT และ ม.อ. การนำเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการไปทดลองใช้กับกระบวนการผลิตจริงครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคการผลิต โดยมุ่งให้เทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง และต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในระดับที่กว้างขึ้น

Mo U 02 2

ดร. วิภู กล่าวปิดท้ายว่า นโยบายสำคัญของ NARIT ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม คือ “นวัตกรรมต้องใช้ได้จริง” โดยการพัฒนาเทคโนโลยีไม่ควรสิ้นสุดลงที่การสร้างต้นแบบหรือการตีพิมพ์ผลงานวิจัย แต่ต้องสามารถนำไปถึงหน้างานและตอบโจทย์ของผู้ใช้งานได้จริง เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย