ข่าวดาราศาสตร์


ดาราศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน Pokémon GO
จากฝนดาวตกสู่โปเกมอนดาวตก “เมเทโน”

ช่วงนี้เกม Pokémon GO มีอีเวนต์พิเศษเกี่ยวกับฝนดาวตก NARIT จะพาไปส่องความพิเศษของอีเวนต์นี้สไตล์ชาวดาราศาสตร์กัน

856266701 1816109432741973 1026990009388343052 N

ก่อนอื่น ลองจินตนาการกันว่า ถ้า “ดาวตก” มีชีวิตขึ้นมา จะหน้าตาเป็นอย่างไร?

คำตอบนี้ซ่อนอยู่ในโลกของ Pokémon GO กับการปรากฏตัวของ “เมเทโน” (Minior) โปเกมอนสายพันธุ์ดาวตก (Meteor Pokémon) จากภูมิภาคอโลลา (Alola) ที่มีต้นแบบมาจากวัตถุในห้วงอวกาศ พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับปรากฏการณ์ฝนดาวตก (Meteor Shower) บนท้องฟ้าจริง
กิจกรรมนี้ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นในการตามล่าโปเกมอน เราจะพบโปเกมอนเมเทโนได้เฉพาะช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเท่านั้น แล้วเมเทโน กับฝนดาวตกในทางดาราศาสตร์ มีความน่าสนใจยังไงกันนะ 

เมเทโน โปเกมอนจากฟากฟ้า

ตามเรื่องราวในจักรวาลโปเกมอน เมเทโนถือกำเนิดขึ้นในชั้นโอโซน และดำรงชีวิตด้วยการกินฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศเป็นอาหาร เมื่อสะสมฝุ่นมากขึ้น เปลือกนอกก็จะหนาและหนักขึ้น จนกระทั่งตกสู่พื้นโลกในที่สุด

ลักษณะเด่นของเมเทโนคือมีเปลือกหินห่อหุ้มแกนกลางสีสันสดใส มาพร้อมกับความสามารถที่เรียกว่า Shields Down เมื่อเปลือกหุ้มแตกออก จะเห็นแกนกลางภายในที่มีสีสันแตกต่างกันถึง 7 สี ตามเฉดสีรุ้ง ได้แก่ ม่วง คราม ฟ้า เขียว เหลือง แสด แดง  

แม้เรื่องราวเหล่านี้จะเป็นเพียงจินตนาการในโลกโปเกมอน แต่มีแรงบันดาลใจมาจากปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เรียกว่า ฝนดาวตก (Meteor shower)

“ดาวตก” และ “ฝนดาวตก”

มาดูกันว่าทั้งสองสิ่งในทางดาราศาสตร์มีคำอธิบายอย่างไร

ดาวตก (Meteor) คือแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า เกิดขึ้นเมื่อเศษหินหรือฝุ่นจากอวกาศ ที่อยู่ชั้น Mesosphere ถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดเข้าสู่ชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูง เสียดสีกับบรรยากาศและลุกไหม้ ปรากฏเป็นแสงสว่างวาบพาดผ่านท้องฟ้า

ส่วน ฝนดาวตก (Meteor showers) เกิดจากโลกโคจรตัดผ่านสายธารของเศษหินและฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ในอวกาศ เป็นเศษวัตถุที่ดาวหางกับดาวเคราะห์น้อยทิ้งไว้ตามวงโคจรของมัน โดยแรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงดูดเศษวัตถุเหล่านี้เข้ามา ทำให้เกิดการเสียดสีและเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ ช่วงเวลานี้จึงเกิด

“ดาวตกบนท้องฟ้าในอัตราที่สูงกว่าปกติ” หรือบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่เรียกว่า Fireball

ที่มาของชื่อฝนดาวตก

ในเกม Pokémon GO กิจกรรมตามล่าเมเทโนจะจัดขึ้นตรงกับช่วงเวลาที่เกิดฝนดาวตกจริงบนโลก ประกอบด้วย Orionids, Leonids, Geminids, Eta Aquariids, Southern Delta Aquariids และ Perseids 

ชื่อเหล่านี้ตั้งตามจุดศูนย์กลางการกระจายตัว (Radiant) ของฝนดาวตก เมื่อจุดศูนย์กลางการกระจายตัวตรงหรืออยู่ใกล้เคียงกับกลุ่มดาวใด ก็จะเรียกชื่อฝนดาวตกตามกลุ่มดาวนั้น ๆ 

ปรากฏการณ์ฝนดาวตกจะเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงเวลาเดิมของทุกปี เนื่องจากในหนึ่งปีที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ วงโคจรของโลกจะตัดผ่านสายธารเศษฝุ่นเดิมที่ดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยเคยทิ้งไว้ ซึ่งสายธารเหล่านั้นคงอยู่ที่ตำแหน่งเดิมเสมอ เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปก็จะดึงดูดเอาเศษฝุ่นเหล่านั้นเข้ามาในชั้นบรรยากาศพร้อม ๆ กัน จนมองเห็นดาวตกหลายดวงพุ่งออกมาจากจุดกระจายตัวเดียวกันเดียวกัน เช่น

  • Orionids (ฝนดาวตกโอไรโอนิดส์)
    ศูนย์กลางการกระจายตัว : กลุ่มดาวนายพราน (Orion)
    ช่วงเวลาเกิดจริง : วันที่ 2 ตุลาคม - 7 พฤศจิกายน 2569
    ช่วงที่ตกสูงสุด (Peak) : วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2569 (สูงสุดประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง)
    ช่วงกิจกรรมในเกม : วันที่ 19 - 24 ตุลาคม 2569
  • Leonids (ฝนดาวตกลีโอนิดส์)
    ศูนย์กลางการกระจายตัว : กลุ่มดาวสิงโต (Leo)
    ช่วงเวลาเกิดจริง : วันที่ 6 - 30 พฤศจิกายน 2569
    ช่วงที่ตกสูงสุด (Peak) : วันที่ 17 - 18 พฤศจิกายน 2569 (สูงสุดประมาณ 15 ดวงต่อชั่วโมง)
    ช่วงกิจกรรมในเกม : 14 - 19 พฤศจิกายน 2569
  • Geminids (ฝนดาวตกเจมินิดส์)
    ศูนย์กลางการกระจายตัว : กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini)
    ช่วงเวลาเกิดจริง : วันที่ 4 - 20 ธันวาคม 2569
    ช่วงที่ตกสูงสุด (Peak) : วันที่ 14 - 15 ธันวาคม 2569 (สูงสุดประมาณ 150 ดวงต่อชั่วโมง)
    ช่วงกิจกรรมในเกม : 11 - 16 ธันวาคม 2569
  • Eta Aquariids (ฝนดาวตกอีตา อควอริดส์)
    ศูนย์กลางการกระจายตัว : กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ (Aquarius)
    ช่วงเวลาเกิดจริง : วันที่ 19 เมษายน - 28 พฤษภาคม 2570
    ช่วงที่ตกสูงสุด (Peak) : วันที่ 6 - 7 พฤษภาคม 2570 (สูงสุดประมาณ 50 ดวงต่อชั่วโมง)
    ช่วงกิจกรรมในเกม : 3 - 8 พฤษภาคม 2570
  • Southern Delta Aquariids (ฝนดาวตกเดลตา อควอริดส์)
    ศูนย์กลางการกระจายตัว : กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ (Aquarius)
    ช่วงเวลาเกิดจริง : วันที่ 12 กรกฎาคม - 23 สิงหาคม 2570
    ช่วงที่ตกสูงสุด (Peak) : วันที่ 28 - 29 กรกฎาคม 2570 (สูงสุดประมาณ 25 ดวงต่อชั่วโมง)
    ช่วงกิจกรรมในเกม : 28 กรกฎาคมถึง 2 สิงหาคม 2570
  • Perseids (ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์)
    ศูนย์กลางการกระจายตัว : กลุ่มดาวเพอร์เซอุส (Perseus)
    ช่วงเวลาเกิดจริง : วันที่ 17 กรกฎาคม - 24 สิงหาคม 2570
    ช่วงที่ตกสูงสุด (Peak) : วันที่ 13 - 14 สิงหาคม 2570 (สูงสุดประมาณ 110 ดวงต่อชั่วโมง)
    ช่วงกิจกรรมในเกม : 10 - 15 สิงหาคม 2570
สีของดาวตก

เมเทโนในโลกของโปเกมอนมีแกนกลาง 7 สี แต่ละสีเกี่ยวข้องกับชนิดของฝุ่นละอองและสารอาหารที่มันดูดซับเข้าไป แม้แนวคิดนี้จะเป็นเรื่องราวในโลกโปเกมอน แต่ก็ชวนให้นึกถึงปรากฏการณ์จริงที่ดาวตกปรากฏเป็นสีต่าง ๆ เมื่อเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก 

แสงที่เปล่งออกมาจากอะตอมโลหะของดาวตก จะแตกต่างกันไปตามองค์ประกอบทางเคมี เช่น อะตอมแคลเซียม (Ca) ให้แสงสีออกโทนม่วง อะตอมแมกนีเซียม (Mg) ให้แสงสีฟ้าเขียว อะตอมโซเดียม (Na) ให้แสงสีส้มเหลือง อะตอมเหล็ก (Fe) ให้แสงสีเหลือง ในขณะที่โมเลกุลในชั้นบรรยากาศโลก จะมีอะตอมของออกซิเจน (O) และไนโตรเจน (N) เป็นองค์ประกอบ ซึ่งจะให้แสงสีแดง ดังนั้น สีของดาวตกจึงขึ้นอยู่กับการเปล่งแสงขององค์ประกอบแต่ละชนิด และการเปล่งแสงของอากาศโดยรอบตัวดาวตกที่ร้อนจัด ซึ่งจะให้แสงสีแดงและสีเขียวเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับความสูงจากพื้นโลกนั้นเอง

เมื่อเกมพาเราออกไปมองท้องฟ้า

เสน่ห์ของ Pokémon GO คือการนำโลกเสมือนมาซ้อนทับกับโลกจริง และกิจกรรมของเมเทโนก็ทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเล่น

ในช่วงกิจกรรม เราจะมีโอกาสเจอเมเทโนได้มากขึ้น รวมถึงบนฟ้าก็มีเอฟเฟคฝนดาวตกสวย ๆ ให้ชมด้วย ทำให้ปรากฏการณ์บนท้องฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในเกม เมื่อจับเมเทโนตามช่วงที่เกิดฝนดาวตกได้แล้ว มาดูกันซิว่าเราจะได้สีที่เป็นองค์ประกอบทางเคมีอะไรกันนะ หรือเราจะได้ Shiny Meteno กันนะ!