ข่าวดาราศาสตร์
7 เหตุผลที่ควรติดตามภารกิจ MMX
พรุ่งนี้แล้ว… ยาน MMX ของญี่ปุ่น เตรียมทะยานสู่ดวงจันทร์โฟบอสของดาวอังคาร เก็บตัวอย่างกลับโลก
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 04:41 น. ตามเวลามาตรฐานญี่ปุ่น (02:41 น. ตามเวลาประเทศไทย) ยาน MMX (Martian Moons eXploration) มีกำหนดทะยานสู่อวกาศด้วยจรวด H3 จากฐานปล่อยทาเนงาชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเริ่มต้นภารกิจที่ยังไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อนในประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ เก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์โฟบอสของดาวอังคารกลับมายังโลก ก่อนถึงเวลาปล่อยยาน เรามาดู 7 เหตุผลที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง กับนาทีประวัติศาสตร์นี้
![]() |
![]() |
1. ภารกิจไป-กลับจากวงโคจรดาวอังคารที่ยังไม่มีใครเคยทำสำเร็จ
แม้มนุษย์จะส่งยานสำรวจไปศึกษาดาวอังคารมาแล้วหลายครั้ง แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยมีภารกิจที่นำตัวอย่างจากบริเวณดาวอังคารกลับมาถึงโลกได้สำเร็จ ยาน MMX จึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่น่าจับตา เพราะมีเป้าหมายเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์โฟบอสของดาวอังคาร เก็บตัวอย่างจากพื้นผิว แล้วนำกลับมายังโลกในปี 2574 หากภารกิจสำเร็จ จะเป็นก้าวสำคัญของการสำรวจอวกาศ ที่เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์นำตัวอย่างจากบริเวณดาวอังคารมาศึกษาอย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการบนโลก
2. ภารกิจเก็บตัวอย่างจาก “ดวงจันทร์ของดาวอังคาร” กลับมายังโลกเป็นครั้งแรก
ในอีกห้าปีข้างหน้า เมื่อยาน MMX กลับมายังโลก จะนับเป็นครั้งแรกที่เราสามารถศึกษาตัวอย่างพื้นผิวที่มาจากวงโคจรของดาวอังคารในห้องทดลองบนโลก แม้ว่าเราจะเคยได้ศึกษาหินดาวอังคารมาก่อนแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ไปกับยานสำรวจ หรือจากอุกกาบาตดาวอังคารที่ตกลงมายังโลก แต่นี่จะนับเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์จะสามารถศึกษาชิ้นส่วนที่เป็นประวัติศาสตร์ของดาวอังคารในรูปแบบที่ยังไม่เคยมีใครศึกษามาก่อน
แม้ว่าภารกิจของ MMX จะเป็นการเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์ของดาวอังคาร แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพื้นผิวของโฟบอสนั้นอาจจะ “ปนเปื้อน” ไปด้วยประวัติศาสตร์ของพื้นผิวดาวอังคารที่กระเด็นขึ้นมาจากการพุ่งชนของอุกกาบาตตลอดหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะบอกเราได้ถึงต้นกำเนิดของน้ำบนดาวอังคาร ไปจนถึงต้นเหตุที่ดาวอังคารทุกวันนี้ไม่สามารถมีน้ำเป็นของเหลวได้อีกต่อไป ในการศึกษาดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเช่นนี้อาจนำไปซึ่งอีกความเป็นไปได้หนึ่งที่โลกอาจจะต้องเจอในอนาคต เพื่อที่เราจะได้รับมือกับมันได้
3. ตัวอย่างแรก จากดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ดวงอื่น
นี่จะเป็นครั้งแรก ที่เราสามารถเก็บชิ้นส่วนของดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ดวงอื่น นอกเหนือจากดวงจันทร์ของโลก ซึ่งดวงจันทร์โฟบอสนี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งในดวงจันทร์ที่แปลกประหลาดที่สุดในระบบสุริยะ จนนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า โฟบอสอาจจะไม่ใช่ดวงจันทร์บริวารที่แท้จริง แต่เป็นดาวเคราะห์น้อยที่ถูกดาวอังคารดึงดูดเอาไว้ หรืออาจจะเป็นดวงจันทร์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากการชนกันครั้งยิ่งใหญ่กับดาวอังคารในอดีต ซึ่งไม่ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร ยานสำรวจ MMX จะช่วยให้เราเข้าใกล้คำตอบที่แท้จริงมากขึ้นอีกนิดหนึ่งอย่างแน่นอน
4. ภาพเคลื่อนไหว 4k และ 8k แรก แบบใกล้ชิดกับพื้นผิวดวงจันทร์ของดาวอังคาร
หนึ่งในอุปกรณ์ที่ติดตั้งไปกับยาน MMX คือกล้อง SHV หรือ Super Hi-Vision cameras กล้องนี้ไม่ได้มีภารกิจหลักเพื่อเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการถ่ายภาพความละเอียดสูงแบบ 4k และ 8k เพื่อการสร้างความตระหนักให้แก่เยาวชน ภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายได้จะทำให้เด็กนักเรียนทั่วโลกจินตนาการได้ถึงการไปโคจรรอบดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ดวงอื่น ในแบบที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
5. Quasi Satellite Orbit ที่ยังไม่เคยใช้มาก่อน
ด้วยแรงโน้มถ่วงอันน้อยนิดของโฟบอส และวงโคจรที่ใกล้ดาวอังคาร ทำให้ MMX ไม่สามารถโคจรรอบดวงจันทร์โฟบอสได้ ภารกิจนี้จึงใช้วงโคจรที่เรียกว่า Quasi Satellite Orbit หรือ QSO ซึ่งเป็นวงโคจรที่ยังไม่เคยใช้ในภารกิจการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของยานสำรวจใดมาก่อน แม้ว่ายาน MMX จะโคจรรอบดาวอังคาร แต่จะโคจรควบคู่ไปกับโฟบอส จึงทำให้สามารถสังเกตการณ์โฟบอสได้โดยรอบ โดยที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงจำนวนมาก
6. IDEFIX Rover ยานสำรวจแบบมีล้อครั้งแรกในสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำ
ก่อนที่ยาน MMX จะลงจอดเพื่อเก็บตัวอย่าง จะมีการปล่อยยานสำรวจขนาดเล็ก IDEFIX Rover ซึ่งนับเป็นยานสำรวจที่ใช้ล้อเป็นครั้งแรกในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (ultra-low gravity) โดยบนพื้นผิวของโฟบอสมีแรงโน้มถ่วงเพียงประมาณ 1 ใน 1000 ของแรงโน้มถ่วงบนโลก ทำให้ยานสำรวจ IDEFIX ที่มีน้ำหนักบนโลก 25 กิโลกรัม นี้ มีน้ำหนักเสมือนเพียงแค่ 12 กรัม บนโฟบอสเพียงเท่านั้น
7. การสำรวจดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ดวงอื่นอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ด้วยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์หลายชนิดที่ติดตั้งบนยาน MMX และแผนการสำรวจโฟบอสเป็นเวลานานกว่า 3 ปี ภารกิจนี้จะทำให้เราได้ศึกษาดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ดวงอื่นนอกเหนือจากดวงจันทร์ของโลกอย่างละเอียดที่สุดครั้งหนึ่ง ข้อมูลที่ได้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโฟบอสได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่รายละเอียดของพื้นผิว หลุมอุกกาบาต ไปจนถึงสภาพภูมิประเทศที่ยังไม่เคยสำรวจอย่างใกล้ชิดมาก่อน
เมื่อภารกิจสิ้นสุดลงในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า ภาพของโฟบอสที่เราคุ้นเคยจากหนังสือเรียนและสื่อต่าง ๆ อาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
และด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้เราไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง กับการเอาใจช่วยภารกิจ MMX ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ติดตามการไลฟ์ของภารกิจ MMX ได้ใน วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลาประมาณ 01:46 น. ตามเวลาประเทศไทยเป็นต้นไป ทาง https://www.youtube.com/watch?v=Fn6gzuGa-6c
ข้อมูลและเรียบเรียง: ดร. มติพล ตั้งมติธรรม - นักวิชาการ NARIT








