สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นสักขีพยานความร่วมมือทางดาราศาสตร์ไทย-จีน อีกก้าวที่ยิ่งใหญ่ของดาราศาสตร์ไทยในเวทีโลก

Share

21 เมษายน 2560

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นสักขีพยานในพิธี ลงนามความร่วมมือทางดาราศาสตร์ ระหว่างสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งราชอาณาจักรไทย กับหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติจีน และความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

        รองศาสตราจารย์บุญรักษา  สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า  ในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 4-11 เมษายน 2560 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือทางดาราศาสตร์ไทย-จีน จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ความร่วมมือทางดาราศาสตร์ระหว่างสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติจีน และ 2) ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน 

        การเสด็จพระราชดำเนินฯ ครั้งนี้นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นครั้งที่ 41 ทรงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผลักดันให้มิตรภาพไทย–จีนในหลาย ๆ ด้านมีความเป็นปึกแผ่น มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความก้าวหน้าด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสเข้าร่วมโครงการวิทยาศาสตร์ใหญ่ ๆ ระดับโลกหลายโครงการ 

 

พิธีลงนามความร่วมมือทางดาราศาสตร์ระหว่างสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับ หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติจีน ฝ่ายไทยโดย รศ. บุญรักษา สุนทรธรรม ผอ. สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (ซ้าย) และฝ่ายจีน ศ. เหยียน จุ้น ผอ. หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติจีน (ขวา)

 

        พิธีลงนามความร่วมมือทางดาราศาสตร์ระหว่างสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) แห่งราชอาณาจักรไทย กับหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 ณ ศูนย์ควบคุมกลางของโครงการกล้องโทรทรรศน์วิทยุฟาสต์ นครกุ้ยหยาง มณฑล กุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดย รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย ดาราศาสตร์แห่งชาติ ฝ่ายไทย และ ศาสตราจารย์เหยียน จุ้น ผู้อำนวยการหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติจีน ความร่วมมือดังกล่าว มีเป้าหมายความร่วมมือทั้งด้านดาราศาสตร์แสง และดาราศาสตร์วิทยุ ทั้งการแลกเปลี่ยนบุคลากร การฝึกอบรม และการทำวิจัยร่วมกันระหว่างกล้องโทรทรรศน์ของทั้งสองหน่วยงาน

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกล้องโทรทรรศน์วิทยุ FAST 

ที่มีจานรับสัญญานวิทยุแบบจานเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

 

        หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติจีน เป็นหน่วยงานหลักด้านดาราศาสตร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน รับผิดชอบในการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เช่น กล้องโทรทรรศน์ 30 เมตร (Thirty Meter Telescope: TMT) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือกับหลายประเทศ กล้องโทรทรรศน์วิทยุ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 500 เมตร (Five-hundred-meter Aperture Spherical radio Telescope : FAST) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่มีจานรับสัญญาณคลื่นวิทยุแบบจานเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้น

 

        พิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560 ณ สถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ฝ่ายไทย ประกอบด้วยศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองศาสตราจารย์ บุญรักษา           สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และฝ่ายจีน โดยศาสตราจารย์ ดร.หวัง อี้ฟาง ผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง ความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพงานวิจัยด้านฟิสิกส์พลังงานสูง และฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาค มุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนาศักยภาพของบุคลากรไทย รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองทางฟิสิกส์พลังงานสูง

 

พิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

        เป้าหมายสำคัญประการหนึ่งภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ ได้แก่ การเข้าร่วมโครงการทดลองด้านฟิสิกส์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาค ที่มีชื่อว่า เจียงเหมินอันเดอร์กราวด์นิวทริโน  หรือจูโน (Jiangmen Underground Neutrino Observatory : JUNO) ห้องปฏิบัติการของโครงการนี้จะเป็นห้องปฏิบัติการใต้ดินลึกประมาณ 700 เมตร ตั้งอยู่ ณ เมืองเจียงเหมิน มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โครงการจูโน ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของหลายประเทศ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 71 หน่วยงาน จาก 16 ประเทศ ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้  โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนเมื่อปี ค.ศ. 2013 ด้วยงบประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ กำหนดแล้วเสร็จประมาณปี ค.ศ. 2021 

        สำหรับประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะร่วมกันจัดตั้งภาคีไทย-จูโน เพื่อร่วมดำเนินการวิจัยและพัฒนาด้านฟิสิกส์พลังงานสูงและดาราศาสตร์อนุภาค เปิดโอกาสให้นักวิจัย นักศึกษา และวิศวกรไทยเข้าร่วมโครงการทดลองระดับนานาชาติ มีโอกาสฝึกทำงานและเรียนรู้ถึงการบริหารจัดการโครงการใหญ่ระดับโลก ในระยะแรกภาคีไทย-จูโน จะร่วมกันวิจัย ออกแบบ และสร้างอุปกรณ์ชิ้นสำคัญของการทดลอง คือ อุปกรณ์ชดเชยสนามแม่เหล็กโลก (Earth Magnetic Field Compensation Coil) ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพของการทดลองและความสำเร็จของโครงการจูโน ข้อมูลที่ได้จากการทดลองอนุภาคนิวตริโนจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาค ฟิสิกส์ดาราศาสตร์พลังงานสูง และฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาค

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรห้องปฏิบัติการวิจัยที่จะใช้วัดนิวทริโน

ในโครงการจูโน ณ สถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

การสร้างและทดสอบหลอดโฟโตมัลติพลายเออร์ (Photomultiplier Tube) ณ ห้องปฏิบัติการวิจัยที่จะใช้วัดนิวทริโนในโครงการจูโน 

สถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

        สถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง (Institute of High Energy Physics: IHEP) เป็นศูนย์รวมห้องปฏิบัติการด้านฟิสิกส์พลังงานสูงที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเป้าหมายหลักในการวิจัยเพื่อศึกษากลไกและฟิสิกส์ของอนุภาคพื้นฐานจนถึงกำเนิดจักรวาล และโครงสร้างขนาดใหญ่ของจักรวาล มีพันธกิจหลักในการวิจัยและพัฒนา นำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐานไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ         มวลมนุษยชาติ มีการทำวิจัยทั้งด้านทฤษฎี การทดลอง และการพัฒนาเทคโนโลยี ในสาขาฟิสิกส์อนุภาค ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์พลังงานสูง และดาราศาสตร์อนุภาค เทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาค เทคนิคการวิเคราะห์ด้านนิวเคลียร์ และการให้บริการลำแสง (Beam Line) สำหรับงานวิจัยในสาขาอื่น

 

        ประเทศไทยมีความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสาธารณรัฐประชาชนจีน มาเป็นเวลาหลายสิบปี ที่ผ่านมาไทยมีความร่วมมือกับหน่วยงานดาราศาสตร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนหลายแห่ง เช่น หอดูดาวยูนนาน สถาบันวิจัยขั้วโลก เป็นต้น การที่ประเทศไทยมีความร่วมมือกับหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติจีน และสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ นับเป็นประโยชน์มหาศาล             ต่อวงการดาราศาสตร์ไทย เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักดาราศาสตร์ อาจารย์ ช่างเทคนิค บุคลากร และนักศึกษาไทย ที่จะมีส่วนร่วมกับการทดลองระดับโลก มีโอกาสพัฒนาทักษะด้านการวิจัย การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีทางวิศวกรรรมจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ได้จากความร่วมมือดังกล่าวฯ จะเป็นการยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยดาราศาสตร์ของประเทศไทยไทยอย่างก้าวกระโดดในอนาคต รศ. บุญรักษา กล่าวปิดท้าย

 

(ซ้าย) ศาสตราจารย์ ดร.หวัง อี้ฟาง ผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง

และ (ขวา) รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

 

 

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

โทร. 053-225569 ต่อ 210 , 081-8854353 โทรสาร 053-225524

E-mail: [email protected]  Website : www.narit.or.th

Facebook : www.facebook.com/NARITpage

Twitter : @N_Earth ,  Instagram : @NongEarthNARIT

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.13131