สดร. ลงนามกับ เอ็มทีเมคคาทรอนิกส์ เยอรมัน ซื้อกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ จานแรกในไทย ใหญ่ที่สุดในอาเซียน คาดใช้งาน ปี 2564

Share

17 มีนาคม 2560

กรุงเทพฯ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลงนามกับบริษัทเอ็มทีเมคคาทรอนิกส์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผู้นำระดับโลกด้านกล้องโทรทรรศน์และเทคโนโลยีวิศวกรรมการสื่อสารในห้วงอวกาศลึก จัดซื้อกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ เส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร จานแรกของไทย ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เดินหน้าโครงการพัฒนาเครือข่ายดาราศาสตร์วิทยุและยีออเดซี่ หนุนงานวิจัยดาราศาสตร์วิทยุในไทยและใช้เฝ้าระวังภัยพิบัติที่อาจมีผลกระทบต่อโลก คาดเริ่มใช้งานปี 2564 มุ่งเป้าใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์ยากท้าทายการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ และพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมขั้นสูงในอนาคต 

 

พิธีลงนามจัดซื้อกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ภาพซ้าย) จากซ้าย : นายเพเทอร์ พรือเกล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย นายโทมัส ซิมเมอเรอ ผู้แทนบริษัทเอ็มทีเมคคาทรอนิกส์ รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ นายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

        รองศาสตราจารย์บุญรักษา  สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า สดร. ได้ลงนามจัดซื้อกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร จากบริษัทเอ็มทีเมคคาทรอนิกส์ (MT Mechatronics GmbH) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายดาราศาสตร์วิทยุและยีออเดซี่ กล้องโทรทรรศน์วิทยุดังกล่าว จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักทางดาราศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ นอกเหนือจากหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ที่ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.4 เมตร ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่  โครงการฯ ดังกล่าวจะก่อให้เกิดความร่วมมือกับเครือข่ายดาราศาสตร์วิทยุทั่วโลก เพื่อการพัฒนางานวิจัยทางด้านดาราศาสตร์วิทยุและทางด้านธรณีวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาผลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเปลือกโลกซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการเกิดภัยพิบัติบนพื้นโลก เช่น การเกิดแผ่นดินไหว หรือสึนามิ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจะก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านดาราศาสตร์วิทยุในภูมิภาคอาเซียน ยังผลให้ดาราศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้นด้วย 

 

 

        ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร. กล่าวถึงรายละเอียดของกล้องโทรทรรศน์วิทยุว่า กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่  จำเป็นต้องมีการออกแบบ ผลิต และสร้างซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามความต้องการของแต่ละหน่วยงาน สำหรับกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติที่ลงนามจัดซื้อในวันนี้ ประกอบด้วย กล้องโทรรศน์วิทยุ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย จานรับสัญญาณชนิดโพราโบลอยด์ ระบบควบคุมเพื่อรับและรวมคลื่นวิทยุไปยังระบบรับสัญญานวิทยุ หน่วยสะท้อนสัญญาน และห้องรับสัญญาน พร้อมซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงาน 

        บริษัทเอ็มทีเมคคาทรอนิกส์ จำกัด สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตั้งอยู่ที่เมืองไมนซ์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นผู้นำระดับโลกด้านกล้องโทรทรรศน์และเทคโนโลยีวิศวกรรมการสื่อสารในห้วงอวกาศลึก มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ การพัฒนา การรวมระบบ การว่าจ้าง การฝึกอบรม การบำรุงรักษา และการดำเนินงานสำหรับการสื่อสารและเสาอากาศสำหรับอวกาศลึก กล้องโทรทรรศน์วิทยุและกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง อุปกรณ์เมคคาทรอนิกส์ต่างๆ  มีประสบการณ์การผลิตกล้องโทรทรรศน์ให้กับหอดูดาวต่างๆ ทั่วโลกมากว่า 50 ปี 

        กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ ใช้ต้นแบบและพัฒนามาจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุเยเบส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ฐานรากมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 เมตร อาคารฐานรากมีความสูงประมาณอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการนักดาราศาสตร์ ห้องเก็บอุปกรณ์รับสัญญาณวิทยุ ห้องรับสัญญาณ รับความถี่คลื่นวิทยุได้ถึง 100 กิกะเฮิร์ตซ์  กำหนดแผนดำเนินการระหว่างปี 2560-2563 คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จ เริ่มใช้งานประมาณปี 2564 ในอนาคตยังมีแผนติดตั้งกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 เมตร และขยายเครือข่ายสถานีเชื่อมสัญญาณไปอีก 3 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี กาญจนบุรี และสงขลา 

        สำหรับพื้นที่ดำเนินโครงการฯ สดร. ได้รับความอนุเคราะห์ให้ใช้พื้นที่ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่  พื้นที่ดังกล่าว มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อยู่ห่างตัวเมืองเชียงใหม่ออกไปประมาณ 30 กิโลเมตร ห่างไกลจากแหล่งกำเนิดสัญญาณวิทยุรบกวน  นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกันวางแผนจัดตั้ง “อุทยานเรียนรู้ดาราศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตามแนวพระราชดำริฯ อีกด้วย

 

        ดร.ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าต้นกำเนิดของระบบไวไฟ (Wi-Fi) หรือเครือข่ายการสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless Network) มาจากงานวิจัยด้านดาราศาสตร์วิทยุ จากการคิดค้นวิธีรับสัญญานจากวัตถุท้องฟ้ากลับมายังโลกโดยปราศจากการใช้สายสัญญาณในการเชื่อมต่อ ใช้คลื่นวิทยุเป็นช่องทางการสื่อสาร รับส่งข้อมูลระหว่างกันผ่านอากาศ จนกลายมาเป็นระบบสื่อสารที่ผู้คนทั่วโลกนิยมใช้กันมากที่สุด การวิจัยด้านดาราศาสตร์วิทยุ ต้องใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูงในหลายสาขา การพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเองจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันข้อจำกัดในงานวิจัยทางวิศวกรรม คือไม่มีโจทย์ที่ท้าทายและเวทีสำหรับการนำไปใช้งานจริง กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ จะเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีขั้นสูงได้รับการพัฒนาขึ้นจากบุคลากรด้านเทคนิคคนไทยหลายสาขา เช่น วิศวกรรม โทรคมนาคม อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เกิดเป็นศูนย์การเรียนรู้และศูนย์วิศวกรรมขั้นสูง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและความร่วมมือด้านเทคนิคขั้นสูงระหว่างหลายหน่วยงาน อาทิ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)  ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  มหาวิทยาลัยหลายแห่งในไทย เครือข่าย VLBI  ของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น สถาบันแมกซ์แพลงค์ดาราศาสตร์วิทยุ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เป็นต้น องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานด้านดาราศาสตร์เท่านั้น ยังสามารถนำไปต่อยอดประยุกต์สำหรับงานเทคโนโลยีขั้นสูงสาขาวิชาอื่น และภาคอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคต

 

        จากซ้าย : นายฮาเกน เดิร์คเซน กงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี  ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายเพเทอร์ พรือเกล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย นายโทมัส ซิมเมอเรอ ผู้แทนบริษัทเอ็มทีเมคคาทรอนิกส์ รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ นายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา  รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

 

 

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

โทร. 053-225569 ต่อ 210 , 081-8854353 โทรสาร 053-225524

E-mail: [email protected]     Website : www.narit.or.th

Facebook : www.facebook.com/NARITpage

Twitter : @N_Earth ,  Instagram : @NongEarthNARIT

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313