สดร. เผยบรรยากาศการเฝ้าชมดาวอังคารใกล้โลกที่สุดในรอบ 11 ปี

Share

1 มิถุนายน 2559

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยบรรยากาศกิจกรรมสังเกตการณ์ดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 11 ปี คืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 3 จุดสังเกตการณ์หลักของสดร. ฉะเชิงเทราฟินสุด !! ฟ้าเปิด ดาวอังคารโผล่ทะลุฟ้า มาพร้อมดาวเสาร์ จัดกล้อง 0.7 เมตร ให้ประชาชนส่องแบบเต็มตา ส่วน เชียงใหม่ และโคราช ฝนตกหนัก เมฆหนาฟ้าปิดตลอดทั้งคืน หลายพื้นที่ของประเทศพลาดชมความสวยงามของปรากฏการณ์ในครั้งนี้ เหตุจากฝนตกหนักสภาพท้องฟ้าไม่อำนวย แต่มีบางจังหวัดฟ้าเปิดไร้ฝน ได้ยลโฉมดาวอังคารเต็มตา หลังจากนี้ ชวนจับตาดาวเสาร์ใกล้โลกจ่อรอคิวคืน 3 มิถุนายน 2559

 

        ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  กล่าวว่า บรรยากาศการจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ดาวอังคารใกล้โลกในรอบ 11 ปี คืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องพบกับความผิดหวังเนื่องจากมีฝนตกลงมาในช่วงหัวค่ำและตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ในส่วนของสดร. เองตั้งจุดสังเกตการณ์หลัก 3 จุด  เชียงใหม่ โคราช และ ฉะเชิงเทรา สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ จัดบริเวณลานน้ำพุ หน้าศูนย์การค้าเมญ่าเชียงใหม่ มีฝนตกลงมาตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงดึก จึงไม่สามารถจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ได้ รวมถึงที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ก็มีฝนเทลงมาตั้งแต่ช่วงกลางวันยาวต่อเนื่องถึงช่วงเย็นอย่างไม่ขาดสาย ประชาชนที่ทราบข่าวและตั้งใจมารอชมต่างผิดหวังไปตาม ๆ กัน แต่สำหรับหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา แม้ฝนตกลงมาในช่วงเย็น แต่หลังจากนั้นเวลาประมาณทุ่มครึ่งฝนหยุดตก ฟ้าเริ่มเปิด ดาวอังคารและดาวเสาร์ โผล่ทะลุเมฆมาให้ประชาชนได้ชมกันอย่างเต็มตา  ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณกลุ่มดาวแมงป่อง และในคืนนี้เราได้เปิดกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ไว้บริการประชาชนด้วย สามารถดูดาวอังคารและดาวเสาร์ผ่านช่องมองภาพของกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าว ซึ่งจะมองเห็นรายละเอียดพื้นผิวของดาวอังคารและวงแหวนของดาวเสาร์ได้อย่างชัดเจน  

        สำหรับเครือข่ายจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ หลายพื้นที่ส่วนใหญ่พบว่ามีฝนตกลงมาทำให้สภาพท้องฟ้าไม่เอื้อต่อการสังเกตการณ์ แต่ก็มีบางจังหวัด เช่น น่าน พะเยา นครพนม สงขลา ที่สภาพท้องฟ้าเปิด ไร้ฝน สามารถจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลกในคืนดังกล่าวได้ มีประชาชน นักเรียน ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

        ดร.ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากดาวอังคารโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ที่ระยะห่าง 76.31 ล้านกิโลเมตร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนกระทั่งจะเข้าใกล้โลกมากที่สุด ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ที่ระยะห่าง 75.28 ล้านกิโลเมตร เป็นการโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 11 ปี ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา และหลังจากนี้ดาวอังคารจะโคจรห่างออกไปเรื่อย ๆ เรายังคงสามารถสังเกตเห็นดาวอังคารปรากฏอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน แต่ความสว่างจะค่อยๆ ลดลง และจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดครั้งต่อไปอีกประมาณ 2 ปี ข้างหน้า คือในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ดาวอังคารจะห่างจากโลกที่ระยะทาง 57.59 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 15 ปี  

 

 

        ด.ช.ชวกร จรัส นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า 'ตั้งใจมาดูดาวอังคารโดยเฉพาะ ทราบกิจกรรมจากแฟนเพจ NARIT จึงชักชวนเพื่อนมาร่วมกิจกรรมนี้ เพราะอยากเห็นดาวอังคารชัด ๆ ผ่านกล้องโทรทรรศน์ เสียดายที่วันนี้ฝนตก แต่หากสดร. จัดกิจกรรมอีก จะมาร่วมอีกแน่นอน

 

ภาพโดย : ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา และธนกฤต สันติคุณาภรต์

 

        สำหรับผู้ที่พลาดชมความสวยงามของดาวอังคารใกล้โลกในคืนนี้ ยังมีอีก 1 ปรากฏการณ์ให้ได้ติดตาม ในคืนวันที่ 3 มิถุนายน 2559 ดาวเสาร์จะอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ปรากฏชัดสีเหลืองสว่างสุกใส ดูได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้หลังดวงอาทิตย์ตก อวดโฉมยาวนานตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า หากดูด้วยกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตา สามารถเห็นวงแหวนได้ชัดเจน สดร. เตรียมจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ "ดาวเสาร์ – ราชาแห่งวงแหวน” ให้ประชาชนสัมผัสเต็มตาที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา และ นครราชสีมา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/NARITpage 

 

 

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

โทร. 053-225569 ต่อ 210 , 081-8854353 โทรสาร 053-225524

E-mail: [email protected]     Website : www.narit.or.th

Facebook : www.facebook.com/NARITpage

Twitter : @N_Earth ,  Instagram : @NongEarthNARIT

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313