สุริยุปราคาเต็มดวง (Total Solar Eclipse)

Share

ภาพถ่ายดวงอาทิตย์ขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง (Total Solar Eclipse) ปี พ.ศ 2552 ณ ประเทศจีน สามารถมองเห็นโคโรนาของดวงอาทิตย์ชัดเจน ภาพโดย: วรวิทย์ ตัณวุฒิบันฑิต

 

      ในช่วงเวลาตอนเช้าของวันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 ตามเวลาของประเทศไทยจะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา (Solar Eclipse) หรือที่เรียกว่าสุริยะคราส ขึ้นเป็นครั้งที่สองของปี พ.ศ. 2555 เป็นปรากฏการการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง (Total Solar Eclipse) ชุดซารอสที่ 133 แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้จากประเทศไทย เพราะแนวทางคราสเต็มดวงจะเคลื่อนที่พาดผ่านทางตอนเหนือของทวีปออสเตรเลียและทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก เนื่องจากบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นไม่มีผืนแแผ่นดินเราจึงไม่สามารถตั้งฐานในการสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ได้ จะเหลือแค่เพียงพื้นที่ทางตอนเหนือของทวีปออสเตรเลียที่จะมีความเหมาะสมในการตั้งฐานสังเกตการณ์มากที่สุด โดยระยะเวลาในการเกิดปรากฏการณ์ตั้งแต่เริมต้นจนจบเป็นเวลายาวนานถึง 3.1 ชั่วโมง

 

 

     ปรากฏการณ์สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์เคลื่อนที่มาสัมผัสกับผิวโลกในที่นี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 02:37 น. ตามเวลาของประเทศไทย ส่วนปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเงามืดของดวงจันทร์เคลื่อนที่มาสัมผัสกับผิวโลกซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03:35 น. เงามืดจะเคลื่อนตัวพาดผ่านทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ (Queensland) ซึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นตั้งฐานสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงคือบริเวณเมืองแคนส์ (Cairns) ของประเทศออสเตรเลีย เงามืดของดวงจันทร์พาดผ่านกินพื้นที่เป็นวงกว้าง 30 กิโลเมตร ผู้สังเกตจะสามารถสังเกตการณ์สุริยุปราคาในขณะเต็มดวงเป็นเวลานานถึง 2.23 นาที ในขณะนั้นดวงอาทิตย์จะสูงจากขอบฟ้าประมาณ 14 องศา

     หลังจากนั้นเงามืดของดวงจันทร์จะเคลื่อนที่ออกจากบริเวณดังกล่าว แนวคราสเต็มดวงจะเคลื่อนที่พาดผ่านทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ในบริเวณนี้ไม่มีเกาะหรือหมู่เกาะขนาดใหญ่ๆ ที่จะสามารถตั้งเป็นฐานในการสังเกตการณ์สุริยุปราคาได้เลย ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างมากเพราะในช่วงนี้เงามืดของดวงจันทร์จะพาดผ่านและกินพื้นที่เป็นวงกว้างถึง 179 กิโลเมตร ทำให้สามารถสังเกตสุริยุปราคาเต็มดวงเป็นเวลานานถึง 4.02 นาที เงามืดของดวงจันทร์จะเคลื่อนที่ออกไป ก่อนจะไปสิ้นสุดคือหลุดออกจากผิวโลกในมหาสมุทรบริเวณตอนใต้ของประเทศชิลี เวลา 06:48 จากนั้นเงามัวของดวงจันทร์ก็เคลื่อนตัวจะหลุดออกจากผิวโลกเวลา 07:46 น. ถือเป็นการสิ้นสุดสุริยุปราคาในวันนี้

สุริยุปราคาเต็มดวง

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555

เวลาขณะที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลกเรียงตัวอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน = 05:07 น.

เวลาขณะกึ่งกลางคราส = 05:11 น.

ค่าอันดับความสว่างปรากฏของสุริยุปราคาเต็มดวง = 1.0500

ซารอสที่ 133 ครั้งที่ 45 ใน 72 ครั้ง

 

ตำแหน่งดวงอาทิตย์กึ่งกลางคราส

(Geocentric Coordinates)

R.A. = 15h18m06.7s

Dec. = -18°15'02.7"

S.D. = 00°16'09.9"

H.P. = 00°00'08.9"

ตำแหน่งดวงจันทร์ ขณะกึ่งกลางคราส

(Geocentric Coordinates)

R.A. = 15h17m51.2s

Dec. = -18°37'29.7"

S.D. = 00°16'42.4"

H.P. = 01°01'19.0"

as20121112 1 03

เงามัวสัมผัส/เคลื่อนตัวพ้นขอบโลก

เงามัวสัมผัสขอบโลก (P1)= 02:37 น.

เงามัวเคลื่อนตัวพ้นขอบโลก (P4)= 07:45 น.

 

 

เงามืดสัมผัส/เคลื่อนตัวพ้นขอบโลก

เรามืดเริ่มสัมผัสขอบโลก (U1) = 03:35 น.

เงามืดเริ่มสัมผัสเต็มดวง (U2) = 03:37 น.

เงามืดสิ้นสุดการสัมผัสเต็มดวง (U3) = 06:46 น.

เงามืดเคลื่อนตัวพ้นขอบโลก (U4) = 06:48 น.

ข้อมูลที่ตำแหน่งกึ่งกลางคราส

ละติจูด = 39°57.6'S มุมเงยของดวงอาทิตย์ (Alt.) = 67.9°

ลองติจูด =161°20.2'W มุมราบของดวงอาทิตย์ (Azm.) = 11.4°

เงามืดของดวงจันทร์กว้างที่สุด =179 กิโลเมตร ระยะเวลายาวนานที่สุดในการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง = 4 นาที 02 วินาที

ภาพแสดงแนวกลางคราสที่เคลื่อนที่ผ่านประเทศออสเตรเลยและบริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งแสดเงาของดวงจันทร์และช่วงเวลาในการเกิดปรากฏการณ์ ภาพโดย : F. Espenak, NASA’s GSFC
eclipse.gsfc.nasa.gov/eclipse.html

as20121112 1 04as20121112 1 05

ภาพแผนที่แสดงเส้นทางเดินของแนวคราสผ่านรัฐควีนแลนส์ ประเทศออสเตรเลีย
ภาพจาก : http://www.eclipse2012.org.au/cairns_eclipse_faqs.pdf

 

    ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งที่ 45 ใน 72 ครั้งของชุดซารอสที่ 133 โดยซารอสชุดนี้มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย 2 ครั้ง นั่นคือเป็นสุริยุปราคาในชุดซารอสเดียวกันกับสุริยุปราคาที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงทอดพระเนตรซึ่งครั้งแรกคือสุริยุปราคาเต็มดวงที่พระที่นั่งเย็น เมืองละโว้ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2231 (ประเทศไทยมองเห็นได้แค่บางส่วน) ส่วนครั้งที่ 2 คือสุริยุปราคาเต็มดวงที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ทรงคำนวณและเสด็จไปทอดพระเนตรที่บ้านหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

   ปรากฏการณ์สุริยุปราคา เกิดขึ้นได้เฉพาะวันเดือนดับ (New Moon) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์และเคลื่อนที่เข้ามาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันพอดีโดยวันเดือนดับจะเกิดขึ้นทุกๆ 29.5 วัน แต่ปรากฏการณ์สุริยุปราคาไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน ทั้งนี้เป็นเพราะระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับวงโคจรของโลกแต่จะเอียงทำมุมประมาณ 5 องศาทำให้มีบางโอกาสเท่านั้นที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลกจะโคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน แต่โดยปกติแล้วเงาของดวงจันทร์จะไม่ทอดลงบนโลกเมื่อดวงจันทร์อยู่เหนือ หรือใต้ระนาบวงโคจรของโลกในช่วงเดือนดับ

as20121112 1 06

ภาพแสดงลักษณะการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงซึ่งเป็นการเรียงตัวอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลก ซึ่งขนาดปรากฏของดวงจันทร์สามารถซ้อนทับกับขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์เกือบพอดี ภาพจาก : http://www.eclipse.aaq.org.au/

   ลักษณะของสุริยุปราคาที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกัน เนื่องจากวงโคจรของดวงจันทร์มีรูปค่อนข้างรี ดังนั้นตำแหน่งและระยะห่างของดวงจันทร์กับโลก จะทำลักษณะของการเกิดสุริยุปราคาที่แตกต่างกัน ในขณะที่เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคานั้นขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์และขนาดของดวงจันทร์ จะใกล้เคียงกันสามารถทับซ้อนกันได้เกือบพอดี สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะระยะทางจากดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่าดวงอาทิตย์เมื่อเปรียบเทียบอัตราส่วนแล้วปรากฏว่ามีขนาดปรากฏใกล้เคียงกัน

ประเภทของสุริยุปราคา

  สุริยุปราคาจะแบ่งตามลักษณะเงาของดวงจันทร์ที่ตกกระทบพื้นผิวโลกและค่าอัตราส่วนระหว่างขนาดปรากฏของดวงจันทร์กับขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์ในขณะเกิดปรากฏการณ์ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทคือ

1. ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง (Total Solar Eclipse)

2. ปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน (Annular Solar Eclipse)

3. ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน (Partial Solar Eclipse)

4. ปรากฏการณ์สุริยุแบบผสม (Hybrid Solar Eclipse)

ความถี่ในการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา

  การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคานั้นจะเกิดขึ้นได้ปีละประมาณ 2-5 ครั้ง โดยโอกาสการเกิดปรากฏการณ์สองครั้งต่อปีมีมากถึง ร้อยละ 75 แต่โอกาสที่เกิดปรากฏการณ์ปีละ 5 ครั้งนั้นมีน้อยมากโดยครั้งล่าสุกเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2478 และครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2749

 

เรียบเรียงโดย
สำนักบริกาวิชาการฯ
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ที่มาของข่าว

http://www.eclipse.aaq.org.au/
http://www.narit.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=335:-astronomy-phenomenon-2012&catid=12:astronomical-article&Itemid=16
http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/eclipses/2012eclipses.html

ข้อมูลจากคู่มือสุริยุปราคาในประเทศไทยปี 2552-2553 โดย ทวิจรัส สาโรชสกุลชัย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)