ยานแคสสินีเผยภาพดวงจันทร์ไททันหนึ่งในบริวารของดาวเสาร์ พร้อมทั้งเดินหน้าทำภารกิจสุดท้าย

Share

1 พฤษภาคม 2560

เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ยานอวกาศแคสสินี (Cassini Spacecraft) ส่งข้อมูลภาพดวงจันทร์ไททัน (Titan) หนึ่งในบริวารของดาวเสาร์กลับมายังโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำหรับยานอวกาศแคสสินีก่อนทำภารกิจสุดท้ายในการมุ่งเข้าสู่วงโคจรสุดท้ายของดาวเสาร์ที่เรียกว่า Grand Finale Orbits ในวันพุธที่ 26 เมษายนที่ผ่านมาเพื่อทำการสำรวจวงแหวนดาวเสาร์อย่างละเอียด จนกระทั่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศชั้นบนของดาวเสาร์เพื่อเผาไหม้ตัวเองตามแผนการที่ทีมนักวิจัยขององค์การนาซาได้เตรียมไว้สำหรับจบภารกิจการสำรวจของยานอวกาศลำนี้ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2017  

รูปที่ 1 ภาพดวงจันทร์ไททันหนึ่งในบริวารดาวเสาร์ 

บันทึกโดยยานอวกาศแคสสินี เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2107 

 

        ภาพของดวงจันทร์ไททันที่ส่งกลับมายังโลกในครั้งนี้ บันทึกไว้ได้ขณะที่ยานแคสสินีเคลื่อนผ่านดวงจันทร์ไททันในระยะใกล้ เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา ด้วยห่างจากผิวของดวงจันทร์ไททันประมาณ 979 กิโลเมตร และยังสามารถบันทึกภาพทะเลสาบบนดวงจันทร์ไททันไว้ได้อีกด้วย (ดังแสดงในรูปที่2) จากข้อมูลภาพนักวิทยาศาสตร์คาดว่า ทะสาบแห่งนี้อุดมไปด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon)จำนวนมาก ซึ่งดวงจันทร์ไททันถือว่าเป็นดวงจันทร์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีแหล่งทะเลสาบคล้ายกับทะเลสาบบนพื้นผิวโลกเรา และในอดีตยานอวกาศแคสสินียังค้นพบทะเลสาบจำนวนมากบนพื้นผิวดวงจันทร์ไททันมาแล้วซึ่งเต็มไปด้วยของเหลวและบางทะเลสาบก็ว่างเปล่าในบริเวณแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า Ligeia Mare

 

รูปที่ 2  ภาพพื้นผิวดวงจันทร์ไททันที่ยังไม่ได้ปรับคุณภาพ

บันทึกโดยยานอวกาศแคสสินี เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2107

 

        หลังจากที่มีการค้นพบว่าดวงจันทร์ไททันมีแหล่งทะเลสาบของเหลวไฮโดรคาร์บอน (Ligeia Mare) ในช่วงที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์จากนาซา(NASA)และอีซา(ESA) ยังเผยข้อมูลการยุบตัวของพื้นผิวดวงจันทร์ไททันว่าที่มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาใกล้เคียงกับโลกอีกด้วยและนั่นเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจตลอดการทำหน้าที่ของยานอวกาศลำนี้

        สำหรับภารกิจขณะนี้ยานอวกาศแคสสินีได้เคลื่อนผ่านเข้าสู่ช่องเล็กๆ ระหว่างวงแหวนกับตัวดาวเสาร์ไปแล้วเมื่อวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจได้เริ่มทยอยส่งกลับมายังโลกบางแล้ว อย่างไรก็ตามในชุดภารกิจสุดท้ายของยานแคสสินีจะเป็นช่วงการสำรวจในระยะเวลาหลายเดือน โดยยานอวกาศจะโคจรระหว่างดาวเสาร์และวงแหวน ทั้งสิ้น 22 รอบ แต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 6 วัน รวมระยะเวลากว่า 4 เดือน แต่สิ่งสำคัญในภารกิจนี้นอกเหนือจากการสำรวจแล้วยานอวกาศแคสสินีจะต้องโคจรรอบดาวเสาร์ในระยะใกล้ที่สุดให้ได้ นั่นหมายถึงยานอวกาศแคสสีนีจะต้องเร่งความเร็วให้มากพอและด้วยทีมสำรวจได้วางแผนให้ยานอาศัยแรงโน้มถ่วงจากการเคลื่อนผ่านดวงจันทร์ไททันและใช้แรงเหวี่ยงเพิ่มความเร็วได้ถึง 860.5 เมตรต่อวินาที ถึงจะเข้าสู่วงโคจรในระยะใกล้ได้สำเร็จนับว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

        ข้อมูลต่อไปนี้เป็นรายการและสรุปภารกิจสุดท้ายของยานอวกาศแคสสินีในการสำรวจดาวเสาร์และวงแหวน (ดังแสดงในรูปที่ 3) ยกตัวอย่างเช่น 

        - เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศด้านบนของดาวเสาร์ ทั้งหมด 5 ครั้ง

        - เคลื่อนผ่านวงแหวนชั้น D ทั้งหมด 4 ครั้ง 

        - ยานแคสสินีจะบินโฉบ (flyby) ด้วยความเร็วถึง 123,608 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

 

รูปที่ 3 ภาพแสดงรายการและสรุปข้อมูลภารกิจสุดท้ายของยานอวกาศแคสสินีในการสำรวจดาวเสาร์และวงแหวน

 

ชมภาพจำลองแสดงภารกิจสำรวจสุดท้าย (Grand Finale) ของยานอวกาศแคสสินีแบบ 360 องศา 

https://www.youtube.com/watch?list=PLTiv_XWHnOZpKPaDTVy36z0U8GxoiIkZa&v=hFjzFSidX3s

 

 

เรียบเรียงโดย

บุญญฤทธิ์  ชุนหกิจ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)

แหล่งข้อมูล https://www.nasa.gov/feature/jpl/cassini-completes-final-and-fateful-titan-flyby

อนุเคราะห์ภาพโดย : NASA/JPL-Caltech/Space Science Institute