นักดาราศาสตร์ค้นพบกาแล็กซีสุดเลือนราง (ultradiffuse)

Share

18 สิงหาคม 2559

นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ใช้กล้องโทรทรรศน์ดรากอนฟลาย (Dragonfly Telephoto Array) ซึ่งเกิดจากการนำเลนส์หลายตัวมาเรียงต่อกันแล้วส่องไปศึกษากระจุกกาแล็กซีโคมา (Coma galaxy cluster) ซึ่งห่างออกไปมากถึง 330 ล้านปีแสง แล้วพบร่องรอยบางอย่างถึง 47 แห่ง

 

 

ร่องรอยที่เห็นน่าจะเป็นกาแล็กซีซึ่งเป็นสมาชิกของกระจุกกาแล็กซีโคมา แต่มันปรากฏเลือนรางมากๆ การพยายามตรวจจับให้ได้อย่างชัดเจนจึงเป็นเรื่องท้าทายมาก

ดังนั้นทีมนักวิจัยจึงศึกษาลงลึกด้วยการเจาะจงไปยัง Dragonfly 44 ซึ่งเป็นจุดที่สว่างและใหญ่ที่สุด  (แม้จะสว่างที่สุดแต่ก็สลัวพอๆกับกาแล็กซีแคระ) โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ Keck II ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 10 เมตร

 

ภาพกระจุกกาแล็กซีโคมา

 

        พวกเขาเก็บข้อมูล 6คืนแล้วนำมาวิเคราะห์จนพบว่าดาวฤกษ์ในกาแล็กซีดังกล่าวเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว 47 กิโลเมตรต่อวินาที และมีมวลค่อนข้างมากทีเดียว มวลของกาแล็กซีนี้มากพอๆกับทางช้างเผือกของเรา  นอกจากนี้นักวิจัยยังพบกระจุกดาวทรงกลมมากถึง 90 กระจุกซึ่งมากเกินกว่าจะอยู่ในกาแล็กซีเล็กๆ

        ปกติแล้วกาแล็กซีใหญ่ๆอย่างทางช้างเผือกมักจะมีดาวฤกษ์เกิดขึ้นมากมาย แต่กาแล็กซี Dragonfly 44 นั้นมีดาวฤกษ์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

 

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

        นักดาราศาสตร์ยังไม่มีข้อสรุป แต่ก็มีสมมติฐานกันไปต่างๆนานา เช่น ควอซาร์ที่ใจกลางของมันอาจเป่าแก๊สให้ไม่รวมกลุ่มกัน, แก๊สรอบๆกาแล็กซีอาจดึงดูดแก๊สในกาแล็กซีออกไป,มันเกิดมามีมวลน้อยเลยหมุนเร็วจนแก๊สกระจายหายไป ฯลฯ

 

 

อ้างอิง

http://www.nature.com/news/the-milky-way-s-dark-twin-revealed-1.20333

เรียบเรียงโดย

อาจวรงค์ จันทมาศ