การค้นพบกาแล็กซีแคระมืด (Dark dwarf Galaxy)

  • พิมพ์

21 เมษายน 2559

นักดาราศาสตร์ตค้นพบกาแล็กซีแคระมืด (Dark dwarf galaxy)ที่อยู่ไกลออกไป 4 พันล้านปีแสงด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ

        ก่อนหน้านี้ นักดาราศาสตร์ตรวจพบแสงลักษณะคล้ายวงแหวนขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 23 มิลลิฟิลิปดา วงแหวนดังกล่าวเกิดจากแสงของกาแล็กซีพื้นหลังที่บิดเบี้ยวเนื่องจากแรงโน้มถ่วง (Graviatational distortion) ของกาแล็กซีที่อยู่ใกล้โลกมากกว่า

        กาแล็กซีที่อยู่ใกล้โลกเป็นกาแล็กซีขนาดใหญ่ ชื่อ SDP 81 ทำหน้าที่คล้ายเลนส์ความโน้มถ่วงซึ่งจะเบนแสงจากกาแล็กซีพื้นหลังออกจนมีลักษณะเป็นวงแหวน

        แสงรูปวงแหวนดังกล่าวนี้ ถูกตรวจพบโดยเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุ Atacama Large Millimeter Array ในทะเลทรายอาตาคาม่า ประเทศชิลี แต่ข้อมูลที่ได้ในช่วงเวลานั้นยังไม่สามารถวิเคราะห์เพื่อหารายละเอียดของสิ่งที่พบได้อย่างชัดเจน

        แต่ในปัจจุบัน Yasher Hezaveh นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเดิมที่ได้ใหม่อีกครั้งด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ Blue Waters เพื่อไขปริศนาลักษณะแสงที่บิดเบี้ยวนี้ เขาพบว่าแสงของกาแล็กซีพื้นหลังที่บิดเบี้ยวบ่งบอกว่า บริเวณกาแล็กซี SDP 81 มีกาแล็กซีแคระมืดที่มีมวลประมาณพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์อยู่ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของสสารมืดบริเวณฮาโลของกาแล็กซี SDP 81 ด้วย

        กลุ่มสสารมืดบริเวณกาแล็กซี SDP 81 ที่ตรวจวัดได้สอดคล้องกับสิ่งที่นักดาราศาสตร์คาดการณ์ไว้จากแบบจำลองวิวัฒนาการของเอกภพ 

        อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่นักดาราศาสตร์สงสัยกันอยู่คือ เหตุใดจำนวนของการแล็กซีแคระที่อยู่รอบกาแล็กซีทางช้างเผือกจึงน้อยกว่าในแบบจำลองเชิงทฤษฎีอย่างมาก ปัญหาดังกล่าวเรียกว่า  missing satelite problem ซึ่งดูเหมือนว่ากาแล็กซีแคระที่ปลดปล่อยแสงเพียงเล็กน้อยเหล่านั้น กำลังรอการตรวจพบเพื่อเติมเต็มจำนวนที่แบบจำลองได้ทำนายไว้

 

ภาพที่ 1 ปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วง แสงจากกาแล็กซีพื้นหลัง (บริเวณสีแดง) เคลื่อนที่เข้าใกล้กาแล็กซี SDP 81 ที่ทำหน้าเปรียบเสมือนเลนส์ (บริเวณสีฟ้า) จนเกิดการบิดเบี้ยวเป็นวงแหวนและจุดสีขาวล่างซ้ายแสดงตำแหน่งของกาแล็กซีแคระมืดที่ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสังเกตเห็นแสงที่แปล่งออกมาได้ แต่ตรวจวัดได้จากลักษณะที่บิดเบี้ยวของภาพกาแล็กซีพื้นหลัง