แผนที่ดาวโบราณใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก”: ตอนที่ 7

Share

แผนที่ดาวโบราณใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก”: ตอนที่ 7

ผู้เรียบเรียงบทความชุดนี้สนใจในประเด็นเกี่ยวกับวิวัฒนาการและความเป็นมาของแผนที่ดาวใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก” จึงได้เรียบเรียงบทความชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งผู้อ่านควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องราวของ “ทรงกลมท้องฟ้า” (Celestial Sphere) มาก่อน โดยสามารถอ่านได้ตามลิงก์ต่อไปนี้

ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ของโครงการ LESA

http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/LESA212/1/celestial_sphere/celestial/celestial.html

 

เอกสารวิชาดาราศาสตร์ ของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

http://www.mwit.ac.th/~astronomy/astro_m4/lesson2.pdf

 

----------------------------------------------------

 

แผนที่ดาวโบราณของญี่ปุ่น

 

7. ตัวอย่างแผนที่ดาวโบราณของญี่ปุ่น

 

ถึงแม้ว่าแผนที่ดาวโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น จะมาหลังจากแผนที่ดาวที่เก่าแก่ที่สุดของจีน แต่ญี่ปุ่นก็มีแผนที่ดาวโบราณอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในยุคเอโดะ

 

7.1 แผนที่ดาวของญี่ปุ่นก่อนยุคเอโดะ

 

รูปที่ 84 Credit ภาพ: Steve Renshaw

(อธิบายรูปที่ 84) สุสานทากามัตสึซึกะ (Takamatsuzuka tomb, 高松塚古墳 “ทากามัตสึซึกะ โกฟุง”) ในจังหวัดนาระ ภูมิภาคคันไซ สร้างขึ้นในช่วงประมาณปลายคริสตศตวรรษที่ 7 - ต้นคริสตศตวรรษที่ 8 ที่เพดานภายในสุสานมีภาพกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 และกลุ่มดาวบริเวณขั้วฟ้าเหนือในสมัยนั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าญี่ปุ่นก็ได้รับระบบกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 จากจีน เช่นเดียวกับเกาหลี

 

รูปที่ 85

(อธิบายรูปที่ 85) ภาพร่างของภาพกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 ที่เรียงอยู่โดยรอบกลุ่มดาวบริเวณขั้วฟ้าเหนือ บนเพดานภายในสุสานทากามัตสึซึกะ

เนื้อหาเพิ่มเติมของแผนที่ดาวในสุสานทากามัตสึซึกะ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.renshaworks.com/jastro/asuka.htm 

เนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุสานทากามัตสึซึกะ โดยสมาคมโบราณคดีญี่ปุ่น http://archaeology.jp/sites/2008/takamatsu.htm 

 

รูปที่ 86

(อธิบายรูปที่ 86) สุสานคิโตระ (Kitora tomb, キトラ古墳 “คิโตระ โกฟุง”) จังหวัดนาระ ภูมิภาคคันไซ ถูกสร้างขึ้นในช่วงประมาณปลายคริสตศตวรรษที่ 7 - ต้นคริสตศตวรรษที่ 8 ที่ห้องขนาดเล็กสำหรับบรรจุศพในสุสาน ยาว 2.4 เมตร กว้าง 1 เมตร สูง 1.1 เมตร ผนังทั้ง 4 ด้านมีรูปดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และสัตว์เทพทั้ง 4 (มังกรฟ้า เต่าดำ เสือขาว และหงส์แดง) ซึ่งเป็นรูปร่างของกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 ที่รวมเป็นกลุ่มดาวใหญ่ 4 กลุ่ม โดยนอกจากกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 แล้ว ญี่ปุ่นยังรับกลุ่มดาวใหญ่ 4 กลุ่มจากจีนด้วย ส่วนที่เพดานห้องมีแผนที่ดาวอยู่

 

รูปที่ 87

(อธิบายรูปที่ 87) ภาพร่างแผนที่ดาวบนเพดานภายในสุสานคิโตระ แสดงกลุ่มดาวพื้นบ้าน 68 กลุ่ม ซึ่งจากการศึกษาแผนที่ดาวสุสานคิโตระของนักดาราศาสตร์ มีแนวคิดเรื่องแผนที่ดาวต้นแบบที่ทำขึ้นก่อนสร้างสุสาน ซึ่งยังคงไม่ชัดเจนเรื่องสถานที่และช่วงเวลาทำการสังเกตการณ์ 

ช่วงเวลาสังเกตการณ์สำหรับแผนที่ดาวต้นแบบที่สามารถเป็นไปได้ คือ ช่วง ค.ศ.240-520 หรือ 120 ปี - 40 ปีก่อนคริสตกาล

ส่วนสถานที่สังเกตการณ์ที่สามารถเป็นไปได้ ได้แก่

- จีน บริเวณเส้นละติจูดที่ 34 องศาเหนือ มีเมืองโบราณสำคัญคือ ลั่วหยางและซีอาน (ฉางอัน) 

- เกาหลี มีเมืองโบราณสำคัญคือ พย็องยัง (เปียงยาง) และซออุล (โซล)

สำหรับเรื่องแผนที่ดาวสุสานคิโตระ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.renshaworks.com/jastro/kitora.htm

 

รูปที่ 88

(อธิบายรูปที่ 88) ภาพถ่ายแสดงภาพกลุ่มดาวบนแผนที่ดาวสุสานคิโตระ ซึ่งมีการปิดทองที่ตำแหน่งดาวในแผนที่ดาว ทางซ้ายบนในรูปนี้แสดงดาว “กระบวยทางเหนือ” (กลุ่มดาวหมีใหญ่ หรือ “ดาวจระเข้” ของไทย)

 

รูปที่ 89 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 89) แผนที่ดาว “โควชิเก็ชชินซึ” (Koushigesshinzu, 格子月進図) ทำขึ้นในช่วงประมาณ ค.ศ.1324 มีลักษณะคล้ายกับแผนที่ดาวในตำรา “ซินอี๋เซี่ยงฝ่าเย่า” ของจีน (ค.ศ.1092) ซึ่งมีการแบ่งท้องฟ้าเป็น 28 เขต ตามระบบกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศในญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำลายแผนที่ดาวฉบับจริงไปแล้ว เหลือเพียงภาพถ่ายสำเนา 

 

รูปที่ 90 ที่มาของภาพ: http://fukuhen.lammfromm.jp/?p=956

(อธิบายรูปที่ 90) แผนที่ดาววัดทากิดันจิ (“ทากิดันจิ เท็นโนซึ” 瀧谷寺天之図) ทำขึ้นประมาณคริสตศตวรรษที่ 14-15 แสดงดาวฤกษ์ 1,554 ดวง ในกลุ่มดาวพื้นบ้าน 331 กลุ่ม

 

7.2 แผนที่ดาวของญี่ปุ่นในยุคเอโดะ

 

รูปที่ 91

(อธิบายรูปที่ 91) ภาพวาดแบบพื้นบ้านของญี่ปุ่นโดย คัตสึชิกะ โฮกุไซ ประมาณช่วง ค.ศ.1804-1813 แสดงรูปกล้องโทรทรรศน์

กล้องโทรทรรศน์ ถือว่าเป็นตัวบ่งชี้ตัวหนึ่งเกี่ยวกับการเข้ามาของดาราศาสตร์แบบตะวันตก ในญี่ปุ่นยุคเอโดะ โดยกล้องโทรทรรศน์ตัวแรกในญี่ปุ่นนั้น ถูกนำเข้ามาพร้อมกับภารกิจเพื่อเปิดการค้าระหว่างอังกฤษกับญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1614 ซึ่งในช่วงใกล้เคียงกัน (ต้นคริสตศตวรรษที่ 17) ก็มีช่างฝีมือบางคนที่เมืองนางาซากิ เริ่มประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ขึ้น ก่อนที่กล้องโทรทรรศน์จะใช้กันแพร่หลายในญี่ปุ่น ช่วงคริสตศตวรรษที่ 17-18 แต่ใช้ในเชิงการทหารและการสำรวจบนพื้นโลก จนในช่วง ค.ศ.1800 นักดาราศาสตร์ญี่ปุ่นได้ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์มาใช้สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ และนำมาปรับใช้กับการสร้างแผนที่ดาวในเวลาต่อมา

 

รูปที่ 92 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 92) แผนที่ข้างขึ้นข้างแรมในปฏิทิน “เซ็มเมียวเรกิ” (Senmyoureki, 宣明暦) เป็นแผนที่เกี่ยวกับวัตถุท้องฟ้าในรูปแบบอื่นๆ ร่วมยุคเอโดะ โดยแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของดวงจันทร์ ทำขึ้นในปี ค.ศ.1644 

 

รูปที่ 93 ภาพโดยพิสิฏฐ นิธิยานันท์, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

(อธิบายรูปที่ 93) ลูกทรงกลมท้องฟ้า (Tenkyugi; 天球儀 “เท็งคิวงิ”) ทำจากทองแดง ประดิษฐ์ในปี ค.ศ.1673 โดยชิบุกาวะ ฮารุมิ (Shibukawa Harumi; 渋川春海) นักดาราศาสตร์หลวง (Official astronomer; 天文方 “เท็มมงกาตะ”) คนแรกในรัฐบาลโชกุนของญี่ปุ่นยุคเอโดะ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น กรุงโตเกียว

 

รูปที่ 94 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 94) แผนที่ดาว “เท็มมงบุนยาโนซึ” (Tenmonbunyanozu, 天文分野之図) ทำขึ้นในปี ค.ศ.1677 โดยชิบุกาวะ ฮารุมิ 

 

รูปที่ 95 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 95) แผนที่ดาวในตำรา “เท็มมงซึไก” (Tenmonzukai, 天文図解) ทำโดยอิงุจิ โจวฮัง (Iguchi Jouhan; 井口常範) ในปี ค.ศ.1689 

 

รูปที่ 96 ภาพโดยพิสิฏฐ นิธิยานันท์, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

(อธิบายรูปที่ 96) ลูกทรงกลมท้องฟ้าทำจากกระดาษประดิษฐ์โดย ชิบุกาวะ ฮารุมิ ในปี ค.ศ.1690 จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น กรุงโตเกียว 

 

รูปที่ 97 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 97) แผนที่ดาวในตำรา “เท็มมงเซย์โชว” (Tenmon Seishou; 天文成象) ทำโดยชิบุกาวะ ฮารุมิ ในปี ค.ศ.1699 

 

รูปที่ 98

(อธิบายรูปที่ 98) ภาพวาดแสดงเกาะเดจิมะ เมืองนางาซากิ เมื่อครั้งยุคเอโดะ

โชกุนโทกุงาวะ โยชิมุเนะ ต้องการให้สร้างปฏิทินได้แม่นยำขึ้น จึงต้องศึกษาวิทยาการจากนอกประเทศ ส่งผลให้มีคำสั่งเลิกแบนการนำเข้าตำราความรู้จากต่างประเทศในปี ค.ศ.1720 ตำราวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากชาติตะวันตก (ยกเว้นตำราที่เกี่ยวกับศาสนา) ผ่านตัวกลางการค้า (Trading House) ของเนเธอร์แลนด์บนเกาะเดจิมะ 

การที่ญี่ปุ่นมีนโยบายปิดประเทศ (Sakoku, 鎖国 “ซาโกกุ”) ในช่วง ค.ศ.1633-1853 แต่ก็ยังมีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกเฉพาะเนเธอร์แลนด์ (ดัตช์) เพียงชาติเดียว ถึงแม้จะจำกัดพื้นที่การค้าที่เกาะเดจิมะเท่านั้นก็ตาม เกิดองค์ความรู้ที่ญี่ปุ่นต่อยอดจากตำราวิทยาการตะวันตก ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ องค์ความรู้ดังกล่าวเรียกว่า “รังงากุ” (Rangaku, 蘭学 แปลตรงตัวคือ “วิชาของพวกดัตช์”) และเป็นองค์ความรู้ที่ทำให้ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาประเทศขนานใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่สหรัฐฯบีบให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ เมื่อ ค.ศ.1854

ทั้งนี้ “รังงากุ” ก็ส่งผลให้ญี่ปุ่นเริ่มได้รับอิทธิพลของดาราศาสตร์ตะวันตกเช่นกัน

 

รูปที่ 99 ที่มาของภาพ: NAOJ  

(อธิบายรูปที่ 99) แผนที่ดาวในตำรา “เท็งเกย์วากุมง” (Tenkeiwakumon; 天経或問) ซึ่งดัดแปลงให้แสดงเฉพาะกลุ่มดาวพื้นบ้านบริเวณทางช้างเผือก ส่วนเส้นที่ลากในแนวเหนือ-ใต้ที่ปรากฏในแนวรัศมีบนแผนที่ดาว เป็นเส้นแบ่งท้องฟ้าออกเป็น 28 โซน ตามกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 ตำราฉบับนี้ทำขึ้นในปี ค.ศ.1750 

 

รูปที่ 100 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 100) รูปทรงกลมท้องฟ้า จากตำรา “เท็มมงโชวเกย์ เฮย์เท็งกิซึไก” (Tenmonshoukei Heitengizukai; 天文捷径 平天儀図解) ซึ่งเป็นตำรารวมภาพวาดและอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์ตรวจวัดตำแหน่งดวงดาว ทำขึ้นในปี ค.ศ.1802 โดยอิวาฮาชิ เซ็มเบย์ (Iwahashi Zenbei, 岩橋善兵衛) แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นเริ่มนำหลักการเรื่อง “ทรงกลมท้องฟ้า” (Celestial Sphere) จากดาราศาสตร์ตะวันตกมาอธิบายการขึ้น-ตกของดาว และระบบพิกัดท้องฟ้า เพิ่มเติมจากแผนที่ดาวแบบดั้งเดิม 

 

รูปที่ 101 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 101) แผนที่ดาวในตำรา “เท็มมงเซย์โชวซึไก” (Tenmonsei Shouzukai; 天文星象図解) ที่ทำโดยนางากุโบะ เซกิซึย (Nagakubo Sekisui, 長久保赤水) ในปี ค.ศ.1824 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับแผนที่ดาวแบบแผ่นหมุนที่ใช้ดูดาวในปัจจุบัน โดยพิมพ์แผนที่ดาวลงไปในแผ่นกลม แล้วติดหมุดตรงขั้วดาวเข้ากับหน้าตำรา ทำให้แผ่นแผนที่ดาวนี้สามารถหมุนได้ (ภาพบน) ส่วนอีกหน้าหนึ่งเจาะช่องว่างเป็นรูปวงกลม สำหรับทับหน้าที่ติดแผนที่ดาว ใช้เป็นตัวบอกขอบฟ้าทิศต่างๆ (ภาพล่าง) 

 

รูปที่ 102 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 102) แผนที่ดาว “บุนยาเซย์ซึ” (Bunyaseizu; 分野星図) ซึ่งทำขึ้นในปี ค.ศ.1849 หากสังเกตเส้นที่ลากในแนวเหนือ-ใต้ที่ปรากฏในแผนที่ดาว จะพบว่าแผนที่ดาวฉบับนี้ต่างจากตัวอย่างแผนที่ดาวของญี่ปุ่นที่แล้วมา ตรงที่ไม่ได้แบ่งท้องฟ้าออกเป็น 28 โซน ตามระบบกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 แล้ว (ซึ่งการแบ่งท้องฟ้าเป็น 28 โซนตามระบบกลุ่มดาวนักษัตรนี้ แต่ละโซนจะกว้างไม่เท่ากัน) แต่แบ่งท้องฟ้าเป็น 12 โซนที่กว้างเท่าๆกันแทน 

 

รูปที่ 103 ที่มาของภาพ: NAOJ

(อธิบายรูปที่ 103) รูปวาดเกี่ยวกับทรงกลมท้องฟ้าในตำรา “เซย์งากุซึย” (Seigakuzui; 星学図彙) ซึ่งแสดงถึงระบบพิกัดท้องฟ้าสองแบบ ได้แก่

- ระบบพิกัดศูนย์สูตร (Equatorial Coordinate System): ในรูปนี้แสดงเฉพาะขั้วฟ้าเหนือ-ใต้ และเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า 

- ระบบพิกัดสุริยวิถี (Ecliptic Coordinate System): ในรูปนี้แสดงเฉพาะสุริยวิถี (Ecliptic) ซึ่งเป็น เส้นที่ลากเชื่อมตำแหน่งปรากฏของดวงอาทิตย์ในแต่ละวัน ผ่านกลุ่มดาวราศีต่างๆ จะมีระนาบเดียวกับระนาบวงโคจรของโลก และเส้น “ลองจิจูดสุริยวิถี” (Ecliptic longitude)

รูปวาดทรงกลมท้องฟ้ารูปนี้ เน้นให้เห็นว่าดาราศาสตร์ตะวันตกได้เป็นที่แพร่หลายในญี่ปุ่นแล้ว (ผ่าน “รังงากุ”) เห็นได้จากระบบพิกัดสุริยวิถี ซึ่งไม่ปรากฏในแผนที่ดาวโบราณของเอเชียตะวันออก ก่อนที่ดาราศาสตร์ตะวันตกจะเข้ามา แต่ปรากฏในแผนที่ดาวของจีนและเกาหลีหลังการเข้ามาของดาราศาสตร์ตะวันตก

นักดาราศาสตร์ของญี่ปุ่นไม่ทราบว่าตำรา “เซย์งากุซึย” นี้ ทำขึ้นในปีใด แต่ต้องเป็นช่วงหลังการค้นพบดาวเนปจูนในปี ค.ศ.1846 แล้ว เนื่องจากในตำรานี้มีรูปวาดแบบจำลองระบบสุริยะที่รวมถึงดาวเนปจูนด้วย

 

7.3 ภาพรวมตัวอย่างแผนที่ดาวโบราณของญี่ปุ่นในยุคสมัยต่างๆ

 

(อธิบายตาราง) ตารางแสดงช่วงเวลาที่แผนที่ดาวโบราณของญี่ปุ่นแบบต่างๆถูกทำขึ้น โดยเทียบกับแต่ละยุคสมัยต่างๆ ของญี่ปุ่น เหตุการณ์การผ่อนปรนคำสั่งแบนการนำเข้าตำราตะวันตก และแผนที่ดาวที่ได้รับอิทธิพลจากดาราศาสตร์ตะวันตก จะมีกรอบสี่เหลี่ยมสีแดงล้อมรอบชื่อ

 

----------------------------------

 

แผนที่ดาวโบราณของญี่ปุ่น มีวิวัฒนาการในช่วงแรกใกล้เคียงกับแผนที่ดาวโบราณของจีนและเกาหลี คืออยู่ตามสุสาน ในรูปแบบจิตรกรรมฝาผนังรูปแผนที่ดาวบนเพดานสุสาน ซึ่งสุสานที่มีแผนที่ดาวโบราณ 2 แห่งในจังหวัดนาระ (สุสานทากามัตสึซึกะ และสุสานคิโตระ) ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสตศตวรรษที่ 7 - ต้นคริสตศตวรรษที่ 8 

 

แผนที่ดาวโบราณในสุสานของญี่ปุ่น บ่งชี้ว่าญี่ปุ่นได้รับระบบกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 จากจีน แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าญี่ปุ่นได้รับจากจีนโดยตรง หรือรับมาผ่านเกาหลี ต่อมา ช่วงเวลาระหว่างแผนที่ดาวโบราณตามสุสาน (ตรงกับยุคอาสึกะ และนาระ) กับยุคเอโดะ (ค.ศ.1603-1868) มีตัวอย่างแผนที่ดาวโบราณอยู่บ้างเล็กน้อย

 

เมื่อเข้าสู่ยุคเอโดะ แผนที่ดาวของญี่ปุ่นก็ยังมีวิวัฒนาการคล้ายกับจีน และเกาหลี คือพัฒนาไปเป็นแผนที่ดาวที่ทำลงบนกระดาษ (ผืนแผนที่ดาว หรือบางหน้าในตำราดาราศาสตร์โบราณ) และลูกทรงกลมท้องฟ้า 

 

ในยุคเอโดะนี้เอง ที่ญี่ปุ่นเริ่มมีตำแหน่งนักดาราศาสตร์หลวง (เท็มมงกาตะ) ในปี ค.ศ.1685 มีหน้าที่รับผิดชอบการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์เพื่อทำแผนที่ดาว ปฏิทินและจัดการระบบเวลา ซึ่งนักดาราศาสตร์หลวงของญี่ปุ่นคนแรก “ชิบุกาวะ ฮารุมิ” ก็ได้ทำแผนที่ดาวและลูกทรงกลมท้องฟ้าอยู่มากพอสมควร

 

ดาราศาสตร์สมัยใหม่จากตะวันตกเข้าสู่ญี่ปุ่น 2 ระลอก ได้แก่

 

- ระลอกแรก: “กล้องโทรทรรศน์” ซึ่งเริ่มเข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านทางอังกฤษ ในช่วงต้นยุคเอโดะ (ค.ศ.1614) แต่กว่าที่นักดาราศาสตร์ญี่ปุ่นจะประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ เพื่อศึกษาทางดาราศาสตร์ก็ประมาณปี ค.ศ.1800 แล้ว

 

- ระลอกที่ 2: “ตำราวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากตะวันตก” 

ทางญี่ปุ่นเริ่มปิดประเทศ ไม่ติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก (ยกเว้นเนเธอร์แลนด์) ราว ค.ศ.1633 และเริ่มมีคำสั่งผ่อนปรนให้นำเข้าตำราวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์จากชาติตะวันตก โดยผ่านทางเนเธอร์แลนด์ ในปี ค.ศ.1720 

 

องค์ความรู้ที่ญี่ปุ่นต่อยอดจากตำราตะวันตก เรียกว่า “รังงากุ”  ซึ่งดาราศาสตร์สมัยใหม่ก็เป็นสาขาหนึ่งในนั้น ส่งผลให้อิทธิพลของดาราศาสตร์สมัยใหม่ ในแผนที่ดาวและตำราดาราศาสตร์ของญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เช่น เรื่อง “ทรงกลมท้องฟ้า” ที่ใช้อธิบายการขึ้น-ตกของดาว และระบบพิกัดสำหรับวัตถุท้องฟ้า ขณะที่ดาราศาสตร์แบบเก่า อย่างระบบกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 ของเอเชียตะวันออกก็เสื่อมความนิยมลง 

 

--------------------------------------

แปลและเรียบเรียง

พิสิฏฐ นิธิยานันท์

เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์

ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

ที่มาของข้อมูล

https://en.wikipedia.org/wiki/Chinese_star_maps

บทความตอนก่อนหน้านี้

ตอนที่ 1: แผนที่ดาวและวงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2246-eastasia-starchart-01

ตอนที่ 2: กลุ่มดาวของจีน (ตอนแรก)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2249-eastasia-starchart-02

ตอนที่ 3: กลุ่มดาวของจีน (ตอนหลัง)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2255-eastasia-starchart-03

ตอนที่ 4: แผนที่ดาวโบราณของจีน (ตอนแรก)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2503-eastasia-starchart-04

ตอนที่ 5: แผนที่ดาวโบราณของจีน (ตอนจบ)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2671-eastasia-starchart-05

ตอนที่ 6: แผนที่ดาวโบราณของเกาหลี

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2713-eastasia-starchart-06