แผนที่ดาวโบราณใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก”: ตอนที่ 5

Share

แผนที่ดาวโบราณใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก”: ตอนที่ 5

ผู้เรียบเรียงบทความชุดนี้สนใจในประเด็นเกี่ยวกับวิวัฒนาการและความเป็นมาของแผนที่ดาวใน “วงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก” จึงได้เรียบเรียงบทความชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งผู้อ่านควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องราวของ “ทรงกลมท้องฟ้า” (Celestial Sphere) มาก่อน โดยสามารถอ่านได้ตามลิงก์ต่อไปนี้

ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ของโครงการ LESA

http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/LESA212/1/celestial_sphere/celestial/celestial.html

 

เอกสารวิชาดาราศาสตร์ ของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

http://www.mwit.ac.th/~astronomy/astro_m4/lesson2.pdf

 

----------------------------------------------------

 

แผนที่ดาวโบราณของจีน (ตอนที่ 2)

 

5. ตัวอย่างแผนที่ดาวของจีน (ตอนจบ)

5.3 แผนที่ดาวของจีนในสมัยจักรพรรดิจีน (ต่อ)

 

ตัวอย่างแผนที่ดาวเหล่านี้จะเรียงตามปีที่ทำแผนที่ดาว

 

รูปที่ 57

(อธิบายรูปที่ 57) จิตรกรรมฝาผนังรูปดวงดาวจำนวนมากกว่า 300 ดวง และทางช้างเผือกบนท้องฟ้า บนเพดานรูปโดม ในสุสานของหยวนอี้ (Yuan Yi, จีนตัวย่อ: 元乂) ขุนนางในราชวงศ์เว่ย์เหนือ ในเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน ภาคกลางของจีน จิตรกรรมฝาผนังนี้ทำขึ้นพร้อมสุสานในช่วงปี ค.ศ.526

 

 

รูปที่ 58

(อธิบายรูปที่ 58) บันทึก “หลิงไถมี่ย่วน” (จีนตัวย่อ:灵台秘苑 จีนตัวเต็ม:靈臺秘苑) เป็นบันทึกทางดาราศาสตร์ที่รวมแผนที่ดาวของจีนรุ่นก่อนหน้านี้จากแหล่งต่างๆ รวบรวมโดย “ยวี่จี้ไฉ” (จีนตัวย่อ:庾季才) และ “โจวเฝิน” (จีนตัวย่อ:周坟 จีนตัวเต็ม:周墳) จัดทำขึ้นในปี ค.ศ.604 (สมัยราชวงศ์สุย)

 

รูปที่ 59 ที่มาของภาพ: International Dunhuang Project http://idp.bl.uk/4DCGI/education/astronomy_researchers/index.a4d

(อธิบายรูปที่ 59) แผนที่ดาวตุนหวง (Dunhuang star chart “ตุนหวงซิงถู” จีนตัวย่อ:敦煌星图 จีนตัวเต็ม:敦煌星图) หนึ่งในแผนที่ดาวฉบับสมบูรณ์ของจีนที่เก่าแก่ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ ทำขึ้นในช่วงปี ค.ศ.705-710 (สมัยราชวงศ์ถัง)

แผนที่ดาวตุนหวงแสดงดาว 1,345 ดวง 257 กลุ่มดาว โดยใช้สีต่างๆ 4 สีระบายบนดาวแต่ละดวงบนแผนที่ดาว ได้แก่ สีดำ, ขาว, แดง และเหลือง เพื่อแยกว่าข้อมูลดาวแต่ละดวงมาจากแหล่งข้อมูลต่างกัน เช่น ดาวสีดำ แสดงถึงดาวจากบันทึกข้อมูลของ “กานเต๋อ” (จีนตัวเต็มและตัวย่อ:甘徳) นักดาราศาสตร์ชาวจีน ในช่วง 4 ศตวรรษก่อนคริสตกาล ซึ่งแหล่งข้อมูลเหล่านี้ได้จากการสังเกตการณ์ในช่วงราชวงศ์ชาง (1,600-1,046 ปีก่อนคริสตกาล) และยุคจ้านกั๋ว (Warring States อยู่ในช่วง 475-221 ปีก่อนคริสตกาล)

แผนที่ดาวตุนหวงถูกค้นพบในถ้ำมั่วเกา เมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เมื่อปี ค.ศ.1907 ก่อนที่จะถูกเก็บรักษาโดยหอสมุดบริติช (The British Library) ในปัจจุบัน

ตัวแผนที่ดาวเป็นส่วนหนึ่งของม้วนหนังสือโบราณ ยาว 210 เซนติเมตร กว้าง 24.4 เซนติเมตร ซึ่งตัวแผนที่ดาวถูกแบ่งออกเป็น 13 ตอน ตอนหนึ่งเป็นกลุ่มดาวต่างๆบริเวณใกล้ขั้วฟ้าเหนือ (หรือใกล้ดาวเหนือ) และอีก 12 ตอนแสดงกลุ่มดาวบนท้องฟ้าแต่ละซีกที่ถูกแบ่งเป็น 12 ซีกตามจำนวนเดือนในรอบปี

 

รูปที่ 60

(อธิบายรูปที่ 60) ภาพร่างจากแผนที่ดาว “แผนที่ดาวสลักหินบนสุสานของเฉียนหยวนกว้าน จักรพรรดิเหวินมู่แห่งอาณาจักรอู๋เยวี่ยในยุคห้าราชวงศ์” (จีนตัวย่อ: 五代吴越文穆王钱元瓘墓石刻星像图) ซึ่งแสดงกลุ่มดาวบริเวณใกล้ขั้วฟ้าเหนือที่ไม่ตกลับขอบฟ้า (Circumpolar asterisms) และกลุ่มดาว “ห้องพักทั้ง 28” ซึ่งเป็นกลุ่มดาวนักษัตร 28 กลุ่มในดาราศาสตร์พื้นบ้านของจีน โดยแผนที่ดาวนี้ทำขึ้นในช่วงประมาณ ค.ศ.941-960

 

รูปที่ 61

(อธิบายรูปที่ 61) แผนที่ดาวทั้ง 5 สำหรับลูกทรงกลมท้องฟ้า ที่ปรากฏในตำรา “ซินอี๋เซี่ยงฝ่าเย่า” (จีนตัวย่อ: 新仪象法要) โดย “ซูซ่ง” (จีนตัวย่อ: 苏颂) แสดงดาวฤกษ์ 1,464 ดวง จากกลุ่มดาว 283 กลุ่ม แผนที่ดาวในตำราดังกล่าวทำขึ้นในปี ค.ศ.1092 (ช่วงราชวงศ์ซ่ง)

 

รูปที่ 62

(อธิบายรูปที่ 62) แผนที่ดาวซูโจว (จีนตัวย่อ: 苏州石刻天文图 “ซูโจวสือเค่อเทียนเหวินถู”) ในเมืองซูโจว มณฑลเจียงสู ทางภาคตะวันออกของจีน แสดงดาวฤกษ์ 1,434 ดวงจากกลุ่มดาว 280 กลุ่ม ต้นฉบับของแผนที่ดาวซูโจวถูกวาดขึ้นในรัชสมัยของฮ่องเต้เสินจง (ค.ศ.1067-1085) ก่อนที่จะสลักลงไปบนแผ่นหินในปี ค.ศ.1247 (ช่วงราชวงศ์ซ่ง)

 

รูปที่ 63

(อธิบายรูปที่ 63) เส้นสำคัญต่างๆในแผนที่ดาวซูโจว

- เส้นวงกลมสีฟ้า: กลุ่มดาวที่แสดงอยู่ภายในวงกลมนี้ เป็นกลุ่มดาวบริเวณใกล้ดาวเหนือ หรือขั้วฟ้าเหนือ ซึ่งกลุ่มดาวบริเวณนี้จะไม่ตกลับขอบฟ้า (ทางดาราศาสตร์เรียกว่า Circumpolar)

- เส้นวงกลมสีเหลือง: เส้นสุริยวิถี (Ecliptic) - เส้นที่ลากเชื่อมตำแหน่งปรากฏของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าในแต่ละวัน กลุ่มดาวที่เส้นสุริยวิถีผ่าน เรียกว่า กลุ่มดาวจักรราศี

- เส้นวงกลมสีแดง: เส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า (Celestial Equator) แบ่งท้องฟ้าออกเป็น 2 ซีก คือซีกฟ้าเหนือ และซีกฟ้าใต้

- เส้นตรงที่อยู่ในแนวกระจายจากจุดศูนย์กลาง: เส้นแบ่งพื้นที่บนท้องฟ้า โดยแต่ละพื้นที่ระหว่างเส้นเหล่านี้ จะอ้างอิงกับกลุ่มดาวนักษัตรแต่ละกลุ่ม (กลุ่มดาวนักษัตร 28 กลุ่ม -> 28 พื้นที่ตามกลุ่มดาวนักษัตร -> 28 เส้น)

 

 

รูปที่ 64

(อธิบายรูปที่ 64) แผนภาพดาวที่ยอดหลุมศพจางซื่อซิงแห่งเซวียนฮว่า (宣化张世卿墓顶星图) มณฑลเหอเป่ย์ ภาคเหนือของจีน เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงกลุ่มดาวนักษัตรทั้ง 28 กลุ่ม และสัญลักษณ์กลุ่มดาวจักรราศี 12 กลุ่มตามแบบตะวันตกกำกับ แผนที่ดาวโบราณนี้วาดขึ้นประมาณปี ค.ศ.1116 ตรงกับช่วงที่ราชวงศ์เหลียวปกครองตอนเหนือของจีน

 

รูปที่ 65

(อธิบายรูปที่ 65) “หอดูดาวโบราณกรุงเป่ย์จิง” (Beijing Ancient Observatory, จีนตัวย่อ: 北京古观象台 “เป่ย์จิงกู่กวานเซี่ยงไถ”) เป็นหอดูดาวที่ใช้สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ก่อนเริ่มใช้กล้องโทรทรรศน์ (Pretelescopic Observatory) ตัวหอดูดาวสร้างขึ้นบริเวณกำแพงเมืองเก่าสมัยราชวงศ์หมิง ในปี ค.ศ.1442 ก่อนปรับปรุงในสมัยราชวงศ์ชิง (แมนจู) เมื่อได้รับอุปกรณ์สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ใหม่กว่า แม่นยำกว่าจากคณะบาทหลวงเยซูอิตชาวยุโรป ในปี ค.ศ.1644

หอดูดาวโบราณกรุงเป่ย์จิง มีลักษณะเป็นหอก่ออิฐ คล้ายแท่นสี่เหลี่ยมยกสูง กว้างด้านละ 40 เมตร สูง 15 เมตร มีอุปกรณ์สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ใช้ในสมัยก่อนตั้งอยู่บนดาดฟ้า หรือบริเวณพื้นโดยรอบตัวหอดูดาว ซึ่งนักดาราศาสตร์จีนช่วงราชวงศ์หมิงและชิง ใช้ข้อมูลจากการสังเกตการณ์ช่วยทำแผนที่ดาวโบราณด้วย

ปัจจุบัน หอดูดาวโบราณกรุงเป่ย์จิง ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับดาราศาสตร์จีนโบราณ ภายใต้การดูแลของท้องฟ้าจำลองกรุงเป่ย์จิง (Beijing Planetarium)

 

รูปที่ 66

(อธิบายรูปที่ 66) ภาพวาดแสดงหอดูดาวโบราณกรุงเป่ย์จิง หลังจากการติดตั้งอุปกรณ์สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ จากบาทหลวงเยซูอิต

 

รูปที่ 67

(อธิบายรูปที่ 67) “แผนที่เดินเรือของเจิ้งเหอ” (จีนตัวย่อ: 郑和航海图 “เจิ้งเหอหางไห่ถู”) เป็นชุดของตำราการนำทางสำหรับการเดินเรือ โดยอยู่ใน “อู่เป้ย์จื้อ” (จีนตัวย่อ: 武备志) ตำราทางการทหารสมัยราชวงศ์หมิง แผนที่เดินเรือฉบับนี้เรียบเรียงปี ค.ศ.1621 ก่อนตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1628 และมักถือว่าเป็นมรดกจากการเดินเรือของเจิ้งเหอ ในช่วงปี ค.ศ.1405-1433 นอกจากนี้ “แผนที่เดินเรือของเจิ้งเหอ” เป็นแผนที่ของจีนฉบับแรกๆที่แสดงข้อมูลของบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปอร์เซีย อาหรับ และแอฟริกาตะวันออก

ใน “แผนที่เดินเรือของเจิ้งเหอ” มีแผนที่ดาว 4 แผนที่พร้อมคำบรรยายแนะนำการใช้ดวงดาวเพื่อการนำทาง เช่น ดาวเหนือ กลุ่มดาวกางเขนใต้ หรือดาวอัลฟา เซนทอรี เพื่อการเดินเรือในเส้นทางระหว่างเกาะสุมาตรา-ศรีลังกา และอาณาจักรออร์มุซ (อาณาจักรบริเวณช่องแคบระหว่างคาบสมุทรอาหรับกับเปอร์เซีย ช่วงคริสตศตวรรษที่ 10-17) - โคชิโคด (เมืองท่าแหล่งค้าเครื่องเทศของอินเดีย)

 

รูปที่ 68

(อธิบายรูปที่ 68) “แผนที่ดาวรวมซีกฟ้าเหนือ-ใต้ ตามระบบพิกัดศูนย์สูตรท้องฟ้า” (จีนตัวย่อ: 赤道南北两总星图) จัดทำโดย “สวีกวางฉี่” (Xu Guangqi, จีนตัวย่อ: 徐光启) นักปราชญ์ชาวจีนคาทอลิก และ “โยฮัน อดัม ชาล ฟอน เบล” (Johann Adam Schall von Bell) บาทหลวงเยซูอิตและนักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี ค.ศ.1634 บ่งชี้ถึงอิทธิพลของดาราศาสตร์ตะวันตกที่เข้ามาในแผนที่ดาวของจีน โดยเฉพาะกลุ่มดาวบริเวณขั้วฟ้าใต้ ซึ่งมองไม่เห็นจากจีน

 

 

รูปที่ 69

(อธิบายรูปที่ 69) ลูกทรงกลมท้องฟ้า (“เทียนถี่อี๋”, จีนตัวย่อ: 天体仪) สร้างขึ้นโดย Ferdinand Verbiest บาทหลวงเยซูอิตและนักดาราศาสตร์ชาวเฟลมิช (ภาคเหนือของเบลเยียม) ในปี ค.ศ.1673 เป็นลูกทรงกลมท้องฟ้าของจีนลูกแรก ที่แสดงกลุ่มดาวบริเวณขั้วฟ้าใต้

 

รูปที่ 70

(อธิบายรูปที่ 70) “รายการดาวฤกษ์จากตำราอี๋เซี่ยงเข่าเฉิง” (จีนตัวย่อ: 仪象考成恒星表) และแผนที่ดาวซีกฟ้าเหนือ-ใต้ ตามระบบพิกัดสุริยวิถี (จีนตัวย่อ: 黄道南北两星总图) จัดทำโดยหยวิ่นลู่ (Yun Lu, จีนตัวย่อ: 允禄) อิกนาซ เคอเกลอร์ (Ignaz Kögler) เสร็จในปี ค.ศ.1757 แสดงกลุ่มดาวพื้นบ้านของจีน 300 กลุ่ม ดาวฤกษ์ 3,083 ดวง โดยอ้างอิงข้อมูลดาวฤกษ์จากบัญชีข้อมูลดาวฤกษ์ของ John Flamsteed นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ ที่มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ.1646-1719

 

ถึงแม้ดาราศาสตร์ตะวันตกเริ่มเข้ามาในจีนในช่วงราชวงศ์หมิง แต่เมื่อเข้าช่วงราชวงศ์ชิง (แมนจู) เป็นต้นมา ดาราศาสตร์สมัยใหม่จากตะวันตกเข้ามาในจีนมากขึ้นและเป็นที่แพร่หลายในสากลมากขึ้น จนแผนที่ดาวตามแบบดาราศาสตร์พื้นบ้านจีนโบราณลดความนิยมลงไป

 

5.4 ภาพรวมตัวอย่างแผนที่ดาวโบราณของจีนในยุคสมัยต่างๆ

 

(อธิบายตาราง) ตารางแสดงช่วงเวลาที่แผนที่ดาวโบราณของจีนแบบต่างๆถูกทำขึ้น โดยเทียบกับแต่ละยุคสมัยที่ราชวงศ์ต่างๆปกครองแผ่นดินจีน (บางช่วงแผ่นดินจีนไม่ได้รวมเป็นหนึ่งเดียว จึงมีมากกว่า 1 ราชวงศ์ในเวลาเดียวกัน) แผนที่ดาวที่ได้รับอิทธิพลจากดาราศาสตร์ตะวันตก จะมีกรอบสี่เหลี่ยมสีแดงล้อมรอบชื่อแผนที่ดาวนั้น

 

--------------------------

 

ตอนแรกๆ แผนที่ดาวโบราณของจีนมักอยู่ในสุสาน ทั้งการเรียงวัตถุเป็นรูปกลุ่มดาว ข้าวของในสุสานที่วาดรูปกลุ่มดาว ภาพวาดฝาผนังหรือภาพสลักหิน ต่อมาก็เริ่มมีการวาดรูปวัตถุท้องฟ้า กลุ่มดาวต่างๆลงบนผืนผ้า แผนที่ดาวสลักหิน แล้วพัฒนาเป็นแผนที่ดาว หรือบัญชีรายชื่อดาวฤกษ์ในตำรา

 

ขณะเดียวกัน ไนอกจากแผนที่ดาวในตำราที่เป็น 2 มิติแล้ว แผนที่ดาวของจีนยังพัฒนาเป็นลูกทรงกลมท้องฟ้า เพื่อใช้ในการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ อธิบายการขึ้นตกของดาว หรือแสดงตำแหน่งของดาวบนท้องฟ้า ณ เวลาใดๆ (กรณีหลังจะคล้ายท้องฟ้าจำลองในปัจจุบัน) โดยลูกทรงกลมท้องฟ้าจะมี 2 แบบ คือ ลูกทรงกลมท้องฟ้าแบบวงล้อ (Armillary Sphere ภาษาจีนเรียกว่า 浑天仪 “หุนเทียนอี๋”) และลูกทรงกลมท้องฟ้าแบบแสดงกลุ่มดาว (Celestial Globe ภาษาจีนเรียกว่า 浑象 “หุนเซี่ยง”)

 

ในช่วงปลายสมัยราชวงศ์หมิง ดาราศาสตร์ตะวันตกได้เริ่มเข้าสู่จีน ผ่านบาทหลวงเยซูอิตที่มาเผยแพร่ศาสนา ตัวอย่างของอิทธิพลของดาราศาสตร์ตะวันตกต่อแผนที่ดาวของจีน คือ แผนที่ดาวที่แสดงกลุ่มดาวบริเวณขั้วฟ้าใต้ ซึ่งประเทศจีนอยู่บนละติจูดปานกลางของซีกโลกเหนือ จึงไม่สามารถเห็นกลุ่มดาวแถบขั้วฟ้าใต้ได้ แผนที่ดาวที่แสดงกลุ่มดาวแถวขั้วฟ้าใต้โดยละเอียดในสมัยก่อนจะมีเฉพาะ ประเทศตะวันตกที่มีการเดินเรือไปสำรวจซีกโลกใต้ ทั้งนี้ แผนที่ดาวโบราณของจีนก่อนดาราศาสตร์ตะวันตกจะเข้ามาก็มีกลุ่มดาวทางใต้ แต่มีไม่กี่กลุ่ม เช่น ใน “แผนที่เดินเรือของเจิ้งเหอ” แสดงเพียงกลุ่มดาวกางเขนใต้ และดาวอัลฟา เซนทอรี

 

ในแง่การเดินเรือ หลังจากกองเรือขนาดใหญ่ข้ามทวีปในสมัยราชวงศ์หมิงแล้ว จีนแทบไม่มีกองเรือขนาดใหญ่เดินทางข้ามทวีปอีกเลย เมื่อเทียบกับทางตะวันตกที่ส่งเรือออกสำรวจ “โลกใหม่” อย่างทวีปอเมริกาหรือออสเตรเลียอยู่บ่อยครั้ง การเดินเรือต้องใช้ดาวฤกษ์นำทาง แผนที่ดาวที่มีระบบพิกัดท้องฟ้าและกลุ่มดาวจึงถือเป็นอุปกรณ์สำคัญ ส่วนในแง่ดาราศาสตร์ ฝั่งตะวันตกได้พัฒนาอุปกรณ์สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ก้าวหน้ากว่า เช่น กล้องโทรทรรศน์ ส่งผลให้วงการดาราศาสตร์ตะวันตกเริ่มพลิกมาก้าวหน้ากว่าจีน  

 

จากปัจจัยทั้งการเดินเรือและวงการดาราศาสตร์แล้ว การใช้ระบบพิกัดท้องฟ้าและกลุ่มดาวแบบเดียวกันจะประสานงานและถ่ายทอดความรู้ทั้งในการเดินเรือและดาราศาสตร์ได้สะดวกกว่า ดังนั้น แผนที่ดาวและดาราศาสตร์แบบตะวันตกจึงได้รับความนิยมแพร่หลายในสากลมากกว่า ส่วน แผนที่ดาวและกลุ่มดาวพื้นบ้านของจีนถึงจะแพร่หลายไปยังดินแดนเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียง อย่างเกาหลีและญี่ปุ่น แต่ก็เริ่มเสื่อมความนิยมเมื่อดาราศาสตร์ตะวันตกเข้ามา

 

--------------------------------------

แปลและเรียบเรียง

พิสิฏฐ นิธิยานันท์

เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์

ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

ทับศัพท์และแปลชื่อเฉพาะในภาษาจีน

พัฒนา จินตรุ่งเรืองชัย

ผู้ช่วยวิจัย กลุ่มวิจัยและพัฒนา

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

ที่มาของข้อมูล

https://en.wikipedia.org/wiki/Chinese_star_maps

 

บทความตอนก่อนหน้านี้

ตอนที่ 1: แผนที่ดาวและวงวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2246-eastasia-starchart-01

ตอนที่ 2: กลุ่มดาวของจีน (ตอนแรก)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2249-eastasia-starchart-02

ตอนที่ 3: กลุ่มดาวของจีน (ตอนหลัง)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2255-eastasia-starchart-03

ตอนที่ 4: แผนที่ดาวโบราณของจีน (ตอนแรก)

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/2503-eastasia-starchart-04