การถ่ายภาพแสงจักรราศี (Zodiacal Light)

Share

          ในช่วงเวลาหลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปแล้วหากใครมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวตามยอดดอยหรืออุทยานแห่งชาติต่างที่มีทัศนวิสัยของท้องฟ้าดีๆ นอกจากเราจะได้ชื่นชมกับภาพบรรยากาศของช่วงดวงอาทิตย์ตกดินและช่วงแสงทไวไลท์หลังจากดวงะอาทิตย์ตกดินไปแล้ว 10 -15 นาที หากลองสังเกตดูดีๆ ทางทิศตะวันตกบริเวณขอบฟ้า เราจะสังเกตเห็นแสงเรื่องๆ พุ่งขึ้นมาเป็นรูปสามเหลี่ยมหยาบๆ 

 
 
แสงจักรราศี บนท้องฟ้าในทางด้านทิศตะวันตกหลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า โดยในภาพจะสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์ปรากฏอยู่ในแนวระนาบของเส้นสุริยะวิถีอีกด้วย
(ภาพโดย : ศุภฤกษ์  คฤหานนท์ / Camera : Canon EOS 5D Mark ll / Lens : Canon FishEye 15 mm. / Focal length : 15 mm. / Aperture : 2.8 / ISO : 2000 / Exposure : 30s)
 
 
          บางครั้งเราอาจคิดว่าเป็นแสงไฟจากตัวเมือง แท้จริงแล้วมันคือแสงที่เราเรียกกันว่า “แสงจักรราศี” (Zodiacal Light) แต่สภาพท้องฟ้าที่จะมีโอกาสสังเกตเห็นแสงจักรราศี นั้นก็ต้องเป็นคืนที่อากาศโปร่ง ท้องฟ้ามืดสนิทปราศจากแสงจันทร์ แสงจากตัวเมืองและหมอกควันด้วย 
 
 
ทำความเข้าใจกันก่อน
          แสงจักราศี (Zodiacal Light) เป็นแสงเรืองจางๆ เป็นโครงรูปสามเหลี่ยมหยาบๆที่ปรากฏบนท้องฟ้า ยามค่ำคืนหลังจากที่แสงสนธยาของตะวันตกดินลับฟ้าไปแล้วโดยปรากฏอยู่ในแนวเส้นสุริยวิถี (Ecliptic)  โดยปกติความ สว่างจะน้อยกว่าทางช้างเผือก เกิดขึ้นจากอนุภาค ของฝุ่นละอองในอวกาศ หรือ ฝุ่นจากดาวหาง และดาวเคราะห์น้อย กระทบกับแสง จากดวงอาทิตย์ จะปรากฏอยู่ในแนวระนาบของเส้นสุริยะวิถี เราสามารถเห็น Zodiacal light ได้จากท้องฟ้าที่มืดสนิทไม่มีแสงจันทร์ และมลภาวะ ทางแสงจาก ขอบฟ้ารบกวน ทางด้านทิศตะวันตกหลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า และด้านทิศตะวันออกก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น
 
 
 
ภาพแสดงตำแหน่งแสงจักราศี (Zodiacal Light) ของทิศตะวันตกโดยปรากฏอยู่ในแนวเส้นสุริยวิถี(Ecliptic) ดังภาพตัวอย่าง
 
 
          จากที่กล่าวมาจะเห็นว่า ความท้าทายของการถ่ายภาพ Zodiacal Light นั้นจะเป็นช่วงเวลาหลังจากที่แสงสนธยาของตะวันตกดินลับฟ้าไปแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 30 นาทีโดยประมาณเท่านั้น ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมกันให้ดี ไม่เช่นนั้นมีหวังต้องรอถ่ายวันต่อไป 
 
 
อุปกรณ์ 
1. ขาตั้งกล้อง: เนื่องจากเป็นช่วงที่มีแสงน้อย ขาตั้งกล้องเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ภาพชัดและคุณภาพของภาพดีที่สุด แต่สำหรับใครที่ไม่มีขาตั้งกล้องลองหาถุงทราบ หรือถุงถั่วแทนก็ได้โดยใช้หนุนใต้กล้อง เพื่อปรับองศาให้ได้ตามต้องการ
2. เลนส์มุมกว้าง: เพราะเป็นการถ่ายภาพท้องฟ้าบริเวณกว้าง ดังนั้นการจะเก็บภาพ Zodiacal Light ซึ่งเป็นลำแสงค่อนข้างใหญ่ เราจึงควรเลือกช่วงเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสเริ่มตั้งแต่ 8-35 มม. ส่วนจะเลือกใช้ช่วงเลนส์มุมกว้างแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเราเองว่าต้องการเก็บองค์ประกอบภาพอื่นๆมากน้อยแค่ไหน หรืออาจเลือกใช้เลนส์มุมกว้างพิเศษหรือเลนส์ตาปลา (Fisheye lens) มีความยาวโฟกัสน้อยมาก ซึ่งอยู่ระหว่าง 6-16 มม.  มีมุมองศาในการรับภาพ 180-360 องศา ภาพที่ได้จะมีลักษณะโค้งกลม  นิยมใช้สำหรับการถ่ายภาพในลักษณะสร้างสรรค์ และแปลกตา
3. สายลั่นชัตเตอร์: เป็นอุปกรณ์เสริมที่ควรจะมีเพื่อให้ภาพไม่สั่นไหว หรือหากไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ก็อาจเลือกใช้โหมดการถ่ายภาพแบบหน่วงเวลาก็ได้ ที่กล้องทุกตัวมีอยู่แล้ว 
4. ไฟฉาย: อย่าลืมไฟฉายเมื่อต้องไปถ่ายในที่ที่มืดมากๆ เอาไว้ส่องการปรับตั้งค่ากล้อง เพื่อความปลอดภัย
 
 
 
ภาพแสดงตำแหน่งแสงจักราศี (Zodiacal Light) ของทิศตะวันตกโดยปรากฏอยู่ในแนวเส้นสุริยวิถี โดยในภาพจะสังเกตเห็นดาวศุกร์ปรากฏอยู่ในแนวระนาบของเส้นสุริยะวิถี
(ภาพโดย : ศุภฤกษ์  คฤหานนท์ / Camera : Canon EOS 5D Mark ll / Lens : Canon 24-70 mm. / Focal length : 24 mm. / Aperture : 2.8 / ISO : 2500 / Exposure : 30s)
 
 
เทคนิคและวิธีการ
        นอกจากการตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องที่มั่นคงแล้ว สิ่งแรกที่เราควรทำคือ การตั้งค่าต่างในกล้องถ่ายภาพของเราเสียก่อนเอาหล่ะครับมาดูกันว่าเราต้องต้องค่าอะไรกันบ้าง
1. เริ่มตั้งแต่การตั้งค่าคุณภาพการบันทึกภาพ หากกล้องของเราสามารถตั้งไฟล์ภาพแบบ Raw File ได้ ควรตั้งเป็นแบบ Raw File เพื่อสามารถนำภาพมาปรับเปลี่ยนอุณภูมิสีให้ตรงตามต้องการได้ภายหลัง
2. เวลาในการเปิดหน้ากล้องหรือความเร็วชัตเตอร์ สำหรับการถ่ายภาพโดยปกติแล้วหากเราใช้เลนส์มุมกว้างตั้งแต่ช่วง 24-28 มม. (กล้องฟูลเฟรม) หรือ 17-18 มม. (กล้องตัวคูณ) เวลาที่สามารถถ่ายได้โดยไม่ทำให้ดาวยืดมานัก สามารถถ่ายได้นานกว่า 30 วินาที หรือหากเลือกใช้เลนส์มุมกว้างพิเศษหรือเลนส์ตาปลา (Fisheye lens) ก็สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานกว่า 30 วินาที  
3. ความไวแสง (ISO) หากพูดตามหลักการถ่ายภาพเราก็ควรตั้งค่าความไวแสงให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ไม่มีสัญญาณรบกวน (noise) แต่ในความเป็นจริงแล้วการถ่ายภาพ Zodiacal Light ในช่วงเวลากลางคืน เมื่อตั้งความไวแสงต่ำ เวลาในการบันทึกภาพก็จะนานยิ่งขึ้นทำให้ดาวยืดเป็นเส้น (เนื่องจากดวงดาวมีการเคลื่อนที่โดยประมาณ 1 ชั่วโมง ดาวเคลื่อนที่ไป 15 องศา) ดังนั้นเราจงควรเลือกใช้ค่าความไวแสงสูงๆ ตั้งแต่ ISO 1600 ขึ้นไป เพื่อให้กล้องเก็บแสง Zodiacal Light ในเวลาไม่เกิน 30 วินาที เพื่อไม่ให้ดาวที่อยู่ในภาพยืดเป็นเส้น 
4. ควรเลือกขนาดรูรับแสงที่กว้างที่สุด เพื่อให้กล้องมีความไวแสงมากที่สุด
5. การปรับระยะโฟกัสของเลนส์ควรศึกษาระยะไกลสุด (อินฟินิตี้) หรือระยะอนันต์ ให้มองหาสัญลักษณ์ที่มีลักษณะคล้ายเลข 8 เป็นแนวนอนที่ตัวเลนส์ เนื่องจากภาพที่เราจะถ่ายคือดาวนั่นเองครับ โดยอาจทดลองปรับระยะไกลสุดในช่วงกลางวันก่อน โดยโฟกัสไปที่ระยะไกลสุดเท่าที่จะหาสิ่งที่ใช้ปรับโฟกัสได้ แล้วดูว่าภาพชัดทั่วทั้งภาพที่สุด ที่ตำแหน่งบนกระบอกเลนส์ตำแหน่งใด แล้วติดเทปเอาไว้เพื่อป้องกันโฟกัสเคลื่อน เพราะกล้องจะไม่สามารถหาโฟกัสได้ในตอนกลางคืน รวมทั้งปิดระบบกันสั่นของเลนส์ด้วย
6. เลือกใช้ระบบวัดแสงเฉลี่ยหนักกลางภาพ (Center-weight) เพราะเป็นระบบวัดแสงที่ให้น้ำหนักกับบริเวณจุดกลางภาพมากที่สุด จากนั้นจึงนำปริมาณแสงจากพื้นที่โดยรอบในสัดส่วนที่รองลงไปมาร่วมคำนวณหาค่าการเปิดรับแสงที่เหมาะสม ซึ่งเหมาะกับการถ่ายภาพที่มีตัวแบบหลักอยู่บริเวณกลางภาพโดยต้องการสภาพแวดล้อมแวดล้อมเอาไว้ด้วย แต่มีสภาพแสงที่ไม่แตกต่างกันมากจนเกินไปนัก
7. เปิดการใช้งานระบบ Noise Reduction หากเปิดรับแสงนานๆ เพื่อช่วยให้ภาพมี Noise น้อยลงแต่ต้องไม่ลืมว่าการประมวลผลก็จะนานเท่ากับเวลาที่เราถ่ายภาพ
8. ปรับตั้งค่าความเปรียบต่างของกล้อง โดยตั้งค่าพารามิเตอร์ความเปรียบต่างให้สูงๆ เพื่อให้ได้ภาพที่แสดงให้เห็นถึงส่วนมืดของท้องฟ้าและความสว่างของแสง Zodiacal Light ให้ชัดเจนมากที่สุด
 
 
 
แสงจักรราศี เหนือยอดเขาในทางด้านทิศตะวันตกหลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ณ โครงการสวนป่าในพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)
(ภาพโดย : กรกมล  ศรีบุญเรือง / Camera : Nikon D90 / Lens : Nikon Fisheye 10.5 mm. / Focal length :10.5 mm. / Aperture : 2.8 / ISO : 1600 / Exposure : 30s)
 
 
 
ภาพเปรียบเทียบแสงจักราศี (Zodiacal Light) ทางทิศตะวันตกกับแสงจากตัวเมือง ที่ถ่ายด้วยกล้องแบบเดียวกันและตั้งค่าเหมือนกัน จากภาพแสดงให้เห็นว่าแสงจักราศีจะมีลักษณะเป็นโครงรูปสามเหลี่ยมอย่างชัดเจน