ตั้งตารอคอยถ่ายภาพ “ฝนดาวตกวันแม่” 12 สิงหาคม 2561

Share

ตั้งตารอคอยถ่ายภาพ “ฝนดาวตกวันแม่” 12 สิงหาคม 2561 

สำหรับในเดือนสิงหาคมนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids Meteor Shower) หรือมักเรียกว่า “ฝนดาวตกวันแม่” สามารถสังเกตการณ์ได้หลังเที่ยงคืนวันที่ 12 สิงหาคมประมาณตีสองครึ่ง จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 13 สิงหาคม คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 110 ดวงต่อชั่วโมง มีศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวเพอร์เซอัส บนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และมีศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่ใกล้กับขั้วฟ้าเหนือ สังเกตได้ด้วยตาเปล่า โดยในคืนดังกล่าวไม่มีแสงจันทร์รบกวนเหมาะสำหรับการสังเกตการณ์เป็นอย่างมาก หากฟ้าใสปลอดเมฆดูด้วยตาเปล่าได้ทุกพื้นที่ทั่วไทย 

 

        ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิล (109P/Swift-Tuttle) เหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้ เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ มีสีสันสวยงาม สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงระหว่างวันที่ 17 กรกฏาคม - 24 สิงหาคมของทุกปี โดยในช่วงวันที่ 12 - 13 สิงหาคม จะเป็นช่วงที่เกิดฝนดาวตกมากที่สุด

 

ความพิเศษของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ ในปีนี้ 

- ฝนดาวตกครั้งนี้มีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 110 ดวงต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีอัตราการตกต่อชั่วโมงสูงมาก

- ในปีนี้ไม่มีแสงจันทร์รบกวน ในช่วงคืนวันที่ 12 สิงหาคมถึงรุ่งเช้า 13 สิงหาคม จึงเหมาะแก่การสังเกตการณ์ 

- ช่วงเวลาในการถ่ายภาพเริ่มตั้งแต่ 2.30 น. จนถึงรุ่งเช้า เป็นช่วงหลังเที่ยงคืน ถือเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะซีกโลกที่เราอยู่จะรับดาวตกที่พุ่งเข้ามาแบบตรงๆ ดาวตกจะวิ่งตามทิศทางการหมุนของโลก จึงทำให้เห็นดาวตกวิ่งช้า และทำให้มีโอกาสได้ภาพฝนดาวตกหางยาวๆได้ง่าย

- จุดศูนย์กลางการกระจาย (Radiant) ของฝนดาวตก อยู่ใกล้กับแนวทางช้างเผือก และวัตถุท้องฟ้าในห้วงอวกาศลึก (Deep Sky Objects) อาทิ กระจุกดาวคู่ (NGC869 NGC884) กาแล็กซีแอนโดรเมดา (M31)

- ฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ 

- เนื่องจากฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์มีศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่ใกล้กับขั้วฟ้าเหนือ ทำให้การถ่ายภาพด้วยขาตั้งกล้องทั่วไปสามารถถ่ายภาพออกมาได้ไม่ยากนัก เหมาะแก่การฝึกเริ่มต้นถ่ายภาพฝนดาวตก ด้วยเช่นกัน

 

(ภาพโดย : ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ / Camera : Canon 1DX / Lens : Canon EF16-35mm f/2.8L II USM / Focal length : 16 mm. / Aperture : f/2.8 / ISO : 4000 / Exposure : 30 sec x 26 Images)

 

เทคนิคการถ่ายภาพฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์

        ปัจจุบันการถ่ายภาพฝนดาวตกนั้น นักถ่ายภาพดาราศาสตร์นิยมใช้การถ่ายภาพฝนดาวตกบนอุปกรณ์ตามดาว โดยถ่ายภาพแบบต่อเนื่องหลายๆ ชั่วโมงแล้วนำภาพทั้งหมดมารวมกัน มากกว่าการถ่ายภาพแบบ 1 ช็อต เพื่อรอแค่ไฟล์บอลลูกใหญ่ๆ เพราะการถ่ายภาพบนอุปกรณ์ตามดาวให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก เพราะนอกจากจะมีโอกาสถ่ายติดภาพไฟล์บอลลูกใหญ่ๆแล้ว ยังเก็บภาพการกระจายตัวของฝนดาวตกได้ตลอดทั้งคืนอีกด้วย โดยมีรายละเอียดการถ่ายภาพดังนี้

1. เลือกใช้เลนส์มุมกว้างในการถ่ายภาพ เพื่อให้สามารถเก็บภาพการกระจายตัวของฝนดาวตกได้กว้างที่สุด เนื่องจากฝนดาวตกจะกระจายตัวออกห่างจากศูนย์กลางกลุ่มดาวค่อนข้างมาก

2. รูรับแสงเปิดกว้างสุด เนื่องจากแสงจากฝนดาวตกไม่ได้สว่างมากนัก การเปิดรูรับแสงกว้างช่วยให้กล้องมีความไวแสงมากยิ่งในการเก็บเส้นแสงของดาวตกได้ดีที่สุด

3. ความไวแสงสูง เช่น ISO:3200 เพื่อให้กล้องสามารถเก็บภาพเส้นแสงฝนดาวตกได้มากที่สุด หากใช้ความไวแสงต่ำมากเกินไป เราก็จะได้แค่เพียงดาวตกที่เป็นไฟล์บอลดวงใหญ่ๆเท่านั้น ดังนั้นหากต้องการให้ได้จำนวนภาพเส้นแสงดาวตกมากๆ การใช้ความไวแสงสูงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

4. ถ่ายแบบต่อเนื่อง โดยใช้สูตร Rule of 400/600 ในการคำนวณเวลาการเปิดหน้ากล้อง หรืออาจเปิดได้นานมากกว่าการคำนวณได้อีกเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น หากใช้กล้องแบบ APS-C กับเลนส์ที่มีความยาวโฟกัส 18 มม. ก็ให้ใช้ค่า 400 หาร 18 จะได้เวลาเปิดหน้ากล้องเท่ากับ 22 วินาที แต่หากใช้กล้องแบบ Full Frame ก็ใช้ค่า 600 หาร ทางยาวโฟกัส

5. ถ่ายภาพบนขาตั้งกล้องแบบตามดาวโดยให้ศูนย์กลางการกระจายตัวของฝนดาวตกอยู่ตรงกลางภาพ เนื่องจากการกระจายตัวของดาวตกไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะพุ่งไปในทิศทางใดมากที่สุด

 

ตัวอย่างอุปกรณ์ตามดาวแบบพกพาที่นิยมใช้ในการถ่ายภาพแบบติดตามวัตถุท้อง ซึ่งนักถ่ายภาพดาราศาสตร์มักนิยมเลือกใช้

 

6. แนะนำพันแถบความร้อนกันฝ้าขึ้นหน้ากล้องตลอดช่วงเวลาการถ่ายภาพ โดยสามารถทำเองแบบ DIY ได้ง่ายๆ (สามารถดูวิธีการทำแถบความร้อนเองตามลิงก์ https://goo.gl/TVe1Jq)

 

ตัวอย่างแถบความร้อนที่ใช้พันบริเวณหน้าเลนส์เพื่อป้องกันฝ้าขึ้นหน้ากล้อง ซึ่งสามารถทำเองได้ไม่ยาก

 

  7. สุดท้ายนำภาพถ่ายฝนดาวตกจากหลายร้อยภาพมาเลือกเฉพาะที่ติดดาวตกมารวมกันใน Photoshop ทำให้ได้ภาพฝนดาวตกที่เห็นการกระจายตัวของฝนดาวตกได้อย่างชัดเจน