ภาพถ่ายปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในรูปแบบ HDR (High Dynamic Range)

Share

ภาพถ่ายปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในรูปแบบ HDR (High Dynamic Range)

ในคอลัมน์นี้ยังคงนำเสนอเกี่ยวกับภาพถ่ายปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในรูปแบบ HDR (High Dynamic Range) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของเหล่านักถ่ายภาพดาราศาสตร์ในปีนี้เลยก็ว่าได้ 

ภาพถ่ายปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง แบบ HDR วันที่ 21 สิงหาคม 2560 ณ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา

(ภาพโดย : ศรัณย์  โปษยะจินดา / Camera : Canon 5D Mark ll / Lens : Takahashi FSQ85 + Teleconverter 1.5X / Focal length : 675 mm. / Aperture : f/8.0 / ISO : 200 / 12 Images)

 

        ภาพถ่ายสุริยุปราคาเต็มดวงแบบ HDR หลายคนคงสงสัยว่าทำไมนักดาราศาสตร์ถึงให้ความสนใจในการถ่ายภาพรูปแบบนี้ เนื่องมาจากปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้น เกิดจากการที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่มาบดบังดวงอาทิตย์ขณะเกิดปรากฏการณ์ นั่นหมายถึงภาพที่นักดาราศาสตร์กำลังถ่ายคือการถ่ายภาพดวงจันทร์นั่นเองครับ ประกอบกับขณะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงจะเกิดปรากฏการณ์แสงโลก (Earth shine) ที่แสงของดวงอาทิตย์ที่สะท้อนจากโลกไปยังดวงจันทร์อีกด้วย ทำให้นักถ่ายภาพมีโอกาสถ่ายภาพเก็บรายละเอียดของดวงจันทร์ได้ ในช่วงดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เต็มดวงนั่นเอง

 

การถ่ายภาพ HDR (High Dynamic Range) คืออะไร

        การถ่ายภาพโดยทั่วไปมักจะมีขีดกำจัดของอุปกรณ์ในการถ่ายภาพ เช่นการถ่ายภาพที่มีความสว่างแตกต่างกันมาก ตัวอย่างเช่นการถ่ายภาพย้อนแสง ซึ่งหากลองเปรียบเทียบกับการมองเห็นของตามนุษย์ จะพบว่าตาเรานั้นมีความสามารถในการมองเห็นภาพที่มีความสว่างแตกต่างกันมากๆ ได้ดีกว่ากล้องถ่ายภาพ เช่นการที่เราอยู่ในห้องมืดๆ และมองออกไปนอกห้อง ตาเราจะยังคงเห็นรายละเอียดภาพทั้งในห้องและนอกห้องได้ชัดเจน ซึ่งกล้อถ่ายภาพไม่สามารถบันทึกรายะเอียดได้เหมือนกับที่ตามองเห็น

ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนาเทคนิคขึ้นมาเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของอุปกรณ์นี้ได้ โดยการใช้เทคนิค HDR (High Dynamic Range) โดยการถ่ายภาพตั้งแต่ช่วงแสงที่สว่างมากไปจนถึงช่วงแสงสว่างน้อย แล้วนำภาพทั้งหมดมารวมกันจนในภาพเดียวกัน ทำให้ได้รายละเอียดของภาพทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง เพื่อเลียนแบบความสามารถของตามนุษย์

 

เทคนิคการถ่ายภาพและการประมวลผลภาพถ่ายสุริยุปราคาแบบ HDR 

1. ถ่ายภาพปรากฏการณ์ ตั้งแต่ช่วงแสงที่สว่างมาก ไปจนถึงสว่างน้อยแบบต่อเนื่อง จากภาพตัวอย่างด้านล่างเลือกใช้เวลาเปิดหน้ากล้อง (Shutter speed) ต่างๆกัน จำนวน 12 ภาพ ด้วยรูปแบบไฟล์ RAW

 

2. นำภาพทั้งหมดเปิดในโปรแกรมแต่งภาพที่มีฟังก์ชั่นการทำภาพแบบ HDR (สำหรับคอลัมน์นี้ผมใช้ Lightroom ในการประมวลผลภาพแบบ HDR)

1. คลิกคลุมทั้ง 12 ภาพ > 2. คลิ๊กขวา ไปที่คำสั่ง Export > 3. HDR Efex Pro 2 (เป็นปลั๊กอินที่ต้องติดตั้งเพิ่มในโปรแกรม)

 

4. หลังจากเข้าสู่ฟังก์ชั่น HDR Efex Pro 2 สามารถปรับค่าแสงชดเชยความสว่างของภาพได้เพิ่มเติมจากภาพต้นฉบับที่ถ่ายมา > 5. หลังจากปรับค่าเสร็จแล้ว คลิ๊ก CREATE HDR

 

6. โปรแกรมจะทำการรวมภาพทั้งหมดเข้าด้วยกันและแสดงรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างของภาพ สามารถปรับค่าต่างๆ เพิ่มขึ้นได้ เช่นค่า Depth Detail และ Drama เพื่อให้เห็นรายละเอียดของชั้น โคโรนา ที่ชัดเจนมากขึ้น 

 

7. นอกจากนั้น เพื่อให้ภาพมีรายละเอียดทั้งส่วนมืดและส่วนสว่างที่มากขึ้น แนะนำให้ปรับค่า Level และ Curves > 8. เสร็จแล้ว SAVE

 

9. เมื่อ SAVE เสร็จแล้วจากฟังก์ชั่น HDR Efex Pro 2 ก็ยังสามารถปรับค่า Clarity เพื่อให้เห็นภาพรายละเอียดของโคโรนา หรือโทนสีต่างๆ เพิ่มเติมได้ เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน

 

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

        การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงทำให้เราสามารถสังเกตเห็นโคโรนาซึ่งเป็นบรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ซึ่งปรากฏเป็นสีขาวแผ่ออกไปโดยรอบ และสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง

        โคโรนา (corona) นั้นแผ่ออกรอบดวงอาทิตย์นับล้านกิโลเมตร มีอุณหภูมิสูง 1-2 ล้านองศาเซลเซียส ในขณะที่พื้นผิวดวงอาทิตย์กลับมีอุณหภูมิเพียง 5,500 องศาเซลเซียสเท่านั้น 

        องค์ประกอบของโคโรนาส่วนมากเป็นแก๊สไฮโดรเจนที่แตกตัวออกเป็นโปรตอนและอิเล็กตรอนอิสระ ซึ่งมีความดันต่ำมากๆ แม้อุณหภูมิของโคโรนาจะสูงกว่าผิวดวงอาทิตย์มาก แต่เนื่องจากความดันที่ต่ำของมันทำให้แสงที่เปล่งจากโคโรนามีความเข้มต่ำ โดยปกติมันจึงถูกแสงจากผิวดวงอาทิตย์ที่ความเข้มสูงกว่ากลบจนหมดสิ้น 

 

ภาพเปรียบเทียบระหว่าง ภาพสุริยุปราคาเต็มดวงแบบทั่วไป กับ ภาพสุริยุปราคาเต็มดวงแบบ HDR