เตรียมพร้อมถ่ายดวงจันทร์ในคืนวัน Micro Moon

Share

เตรียมพร้อมถ่ายดวงจันทร์ในคืนวัน Micro Moon

ในเดือนมิถุนายนที่จะมาถึงนี้จะเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ คือ ไมโครมูน (Micro Moon) ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์ “เต็มดวงและโคจรอยู่ห่างจากโลกที่สุด” เกิดขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ที่ระยะห่างประมาณ 406,401 กิโลเมตร (ดวงจันทร์เต็มดวงมากสุดในเวลาประมาณ 20.09 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ทำให้คืนดังกล่าวดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กที่สุดในรอบปี และหากเปรียบเทียบขนาดของดวงจันทร์เต็มดวงขณะโคจรมาใกล้โลกกับไกลโลกที่สุด ช่วงไกลโลกที่สุดจะมีขนาดปรากฏเล็กกว่าประมาณ 14% และมีความสว่างน้อยกว่าถึง 30%

 

        ปกติแล้วดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นวงรีจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก 1 รอบ ใช้ระยะเวลา 27.3 วัน หรือประมาณ 1 เดือน ในแต่ละเดือน จะมีทั้งวันที่ดวงจันทร์ไกลโลกและดวงจันทร์ใกล้โลก จุดที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด เรียกว่า เปริจี (Perigee) มีระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 357,000 กิโลเมตร ส่วนจุดที่ดวงจันทร์ห่างจากโลกมากที่สุด เรียกว่า อะโปจี (Apogee) มีระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 406,000 กิโลเมตร การที่ผู้คนบนโลกสามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในคืนที่โคจรเข้ามาใกล้โลกหรือไกลจากโลกนับว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

 

ไมโครมูน (Micro Moon) คืออะไร?

        ไมโครมูน หรือ ดวงจันทร์เต็มดวงขณะที่ดวงจันทร์อยู่ในวงโคจรที่ไกลโลก และทำให้คนบนโลกสามารถมองเห็นดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าปกติ เนื่องจากดวงจันทร์โคจรออกห่างโลกที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่างตั้งแต่ 406,000 กิโลเมตร โดยประมาณ และเป็นวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงพอดี

 

  

        จากที่กล่าวมาข้างต้น หลายคนมักให้ความสนใจกับ Super Moon ซึ่งอีกปรากฏการณ์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ Micro Moon คือช่วงที่ดวงจันทร์มีวงโคจรที่ห่างจากโลกมากที่สุด หากเราถ่ายภาพปรากฏการณ์ Micro Moon ไว้ในวันที่ 9 มิถุนายน นี้ไว้ก็สามารถนำไปเปรียบเทียบขนาดปรากฏเชิงมุมกับปรากฏการณ์ Super Moon ในวันที่ 3 ธันวาคม ช่วงปลายปีนี้ได้อีกด้วย

 

ถ่ายภาพปรากฏการณ์อย่างไร

        สำหรับการถ่ายภาพปรากฏการณ์ Micro Moon นั้นก็เหมือนกับการถ่ายภาพดวงจันทร์ทั่วๆไป แต่หากใครที่เป็นมือใหม่ ลองทำตามคำแนะนำเบื้องต้นดังนี้ครับ

        1. เลือกใช้เลนส์เทเลโฟโต้ ที่มีทางยาวโฟกัสตั้งแต่ 300 mm. ขึ้นไปเพื่อให้ๆได้ภาพดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่

 

ตัวอย่างเลนส์เทเลโฟโต้ ขนาดทางยาวโฟกัส 400 mm.

 

        2. ใช้ค่าความไวแสง (ISO) ตั้งแต่ 200-400 ซึ่งดวงจันทร์ในช่วงเต็มดวงจะมีความเข้มแสงมากอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ความไวแสงสูงๆ

        3. การปรับโฟกัสภาพ ควรใช้ระบบ Live view ที่จอหลังกล้อง เพื่อช่วยให้การปรับโฟกัสได้คมชัดมากที่สุด นอกจากนั้นในการใช้ Live view ยังทำให้กล้องยกกระจกสะท้อนภาพขึ้น ทำให้สามารถลดการสั่นไหวขณะถ่ายภาพได้อีกด้วย รวมทั้งสามารถดูความสว่างของดวงจันทร์จากการปรับค่าได้อีกด้วย

 

ตัวอย่างการโฟกัสภาพดวงจันทร์ด้วยช่องมองภาพหลังกล้อง Live View

 

        4. ใช้โหมดการถ่ายภาพแบบแมนนวล M ซึ่งในการถ่ายภาพด้วยโหมด M เราสามารถปรับตั้งค่าทั้งรูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์ ได้สะดวก

        5. ความเร็วชัตเตอร์ ควรสัมพันธ์กับทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้ เช่น หากเราใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 600 mm ควรใช้ความเร็วชัตเตอร์ไม่ต่ำกว่า 1/600s ซึ่งหากภาพที่ถ่ายออกมามืดเกินไปก็ให้ปรับค่าความไวแสง (ISO) เพิ่มขึ้นจนได้แสงที่พอดี 

        6. รูรับแสง อาจใช้ค่ารูรับแสงประมาณ f/4.0 – f/8.0 เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดทั่วทั้งภาพ

        7. ปิดระบบกันสั่นของเลนส์ 

        8. ถ่ายภาพบนขาตั้งกล้องที่มั่นคง

        9. ใช้สายลั่นชัตเตอร์ในการถ่ายภาพและตั้งบนขาตั้งกล้องที่มั่นคงเพื่อลดการสั่นไหวของตัวกล้อง

        10. การบันทึกข้อมูลควรเลือกรูปแบบไฟล์เป็น RAW format ความยืดหยุ่นในการปรับภาพในภายหลัง

 

ข้อแนะนำสำหรับการถ่ายภาพ 

        สำหรับการถ่ายภาพปรากฏการณ์นี้นอกจากเทคนิคดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การถ่ายภาพดวงจันทร์ในแต่ละช่วงปรากฏการณ์ ควรใช้กล้องที่มีทางยาวโฟกัสเดียวกัน อุปกรณ์เหมือนกันในการถ่ายภาพ เพื่อให้ได้ภาพที่สามารถนำมาเปรียบเทียบในภายหลังได้อย่างชัดเจน และสำหรับภาพดวงจันทร์ Micro Moon ที่เราจะถ่ายกันในวันที่ 15 มิถุนายนนี้จะสมบูรณ์แบบได้ก็คงต้องรอภาพดวงจันทร์ Super Moon มาเปรียบเทียบกันอีกทีในช่วงปลายปี