ท้องฟ้าในเดือนพฤศจิกายน

Share

ท้องฟ้าในเดือนพฤศจิกายน

 

        สวัสดีครับสำหรับมุมนักดูดาวในเดือนพฤศจิกายนนี้ อากาศก็เริ่มเย็นลงเพราะเป็นช่วงต้นฤดูหนาวของหลายภูมิภาคและเป็นฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยว ซึ่งหลายท่านก็อาจจะเริ่มวางแผนเพื่อออกไปท่องเที่ยวกันแล้ว และสำหรับคนที่เลือกที่จะไปเที่ยวแบบธรรมชาติก็ควรมีความรู้ติดตัวไปบางสักหน่อยครับ เพราะบางครั้งเงยหน้าเห็นบนฟ้าในช่วงเวลากลางคืนเห็นดาวมากมาย แต่ไม่รู้จักก็น่าเสียดายอาจทำให้ขาดอรรถรสในการชมดาวไป และเพื่อเพิ่มเวลาความสุขในการชมดาวเดือนนี้

 

กลุ่มดาวในช่วงเดือนพฤศจิกายน

        เมื่อผู้สังเกตหันหน้าไปทางทิศเหนือในช่วงหัวค่ำจะสามารถสังเกตเห็น กลุ่มดาวค้างคาว (Cassiopeia) กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส (Perseus) กลุ่มดาวเซฟิอัส (Cepheus) กลุ่มดาวมังกร (Draco) กลุ่มดาวสารถี หรือกลุ่มคนเลี้ยงแกะ (Auriga) ทางทิศตะวันออก กลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus) แอนโดรเมดา (Andromeda) กลุ่มดาวซีตัส หรือกลุ่มดาววาฬ (Cetus) กลุ่มดาววัว (Taurus) กลุ่มดาวแกะ (Aries) กลุ่มดาวปลา (Pisces) ทางทิศตะวันตก กลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila) กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) กลุ่มดาวพิณ (Lyra) กลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส (Hercules) กลุ่มดาวคนยิงธนู (Sagittarius) กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ (Aquarius) กลุ่มดาวแพะทะเล หรือกลุ่มดาวมกร (Capricornus) และกลุ่มดาวมงกุฎใต้ (Corona Australis) ส่วนทางทิศใต้ มี กลุ่มดาวปลาใต้ (Pisces Austrinus) กลุ่มดาวนกกระเรียน (Grus) และนอกจากนั้นยังมีกลุ่มดาวเรียงเด่นที่ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์สว่างในท้องฟ้าที่เรียงตัวกันเป็นรูปทรงต่าง เช่นสามเหลี่ยมฤดูร้อน ซึ่งประกอบด้วยดาวเดเนป ในกลุ่มดาวหงส์ ดาวอัลแตร์ ในกลุ่มดาวนกอินทรี ดาวเวกา ในกลุ่มดาวพิณ เมื่อเรารกเส้นสมมุติต่อกันระหว่างดาวทั้ง 3 ดวง จะมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว และอีกหนึ่งกลุ่มดาวเรียงเด่นคือ สี่เหลี่ยมใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยดาวฤกษ์สว่าง 4 ดวง จากกลุ่มดาว 2 กลุ่ม ที่เรียงตัวคล้ายกับรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยกลุ่มดาวแรกคือกลุ่มดาวม้าปีก ซึ่งมีดาวฤกษ์สว่างที่ประกอบอยู่ในกลุ่มดาวเรียงเด่นถึง 3 ดวง คือ ดาวอัลเจนิบ (Algenib), ดาวมาร์แคบ (Markab), (Scheat) และอีก 1 ดวง อยู่ในกลุ่มดาวแอนโดรเมดา คือ ดาวอัลฟิแรทซ์ (Alpheratz)

 

รูปที่ 1 ท้องฟ้าในเดือนพฤศจิกายนเวลา 20:00 .

 

เรื่องเล่ากลุ่มดาว

        สำหรับในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็จะนำเสนอเรื่องเล่าของกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ (Aquarius) ซึ่งกลุ่มดาวดาวคนแบกหม้อน้ำถึงแม้ว่าดาวฤกษ์ที่ประกอบในกลุ่มดาวจะไม่มีความโดดเด่นเช่นเดียวกับกลุ่มดาวอื่น แต่ก็เป็นกลุ่มดาวที่สำคัญที่มีเส้นสุริยะวิถีตัดผ่านกลุ่มดาวนี้ และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำหลายท่านก็คงคิดว่ากลุ่มดาวนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มดาว 12 ราศี ที่อยู่ในลำดับที่ 11 และที่พื้นที่ของกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และไม่มีดาวสว่างที่สะดุดตา ซึ่งทำให้มองหากลุ่มดาวนี้อาจจะค่อนข้างหายากไปสักหน่อย ถึงแม้ว่าจะไม่มีดาวฤกษ์ที่สว่างที่สะดุดตาแต่กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำนี้ก็มีประวัติที่เก่าแก่อีกกลุ่มดาวหนึ่ง นั้นก็แสดงว่ามนุษย์ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มดาวนี้มาช้านานแล้ว เนื่องจากกลุ่มดาวนี้มีเส้นสุริยวิถีตัดผ่าน โดยดวงอาทิตย์จะผ่านเข้ามาในบริเบณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำในช่วงระหว่างปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ในปัจจุบันกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำนี้ก็ยังคงเป็นกลุ่มดาวที่สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้มีการกำหนดให้เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวจากทั้งหมด 88 กลุ่มดาว โดยมีการหากเส้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายดังรูปที่

 

รูปที่ 2 แสดงลักษณะตำแหน่งดาวฤกษ์ภายในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ

 

ตารางที่ 1 แสดงชื่อดาวฤกษ์และรายละเอียดของดาวในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำที่สำคัญ

ชื่อดาว

  ค่าความสว่าง  

ปรากฏ

ชื่อเฉพราะ

  ชื่ออ่านภาษาไทย  

  ชื่อสามัญ  

  ชื่อในภาษาไทย  

  Albali

  อัลบาลิ

εAqr

ไม่มี

3.78

  Sadalsuud

  ซาดอัลซูด

βAqr

ไม่มี

2.87

  Ancha

  แอนชา

θAqr

ไม่มี

4.30

  Sadalmelik

  ซาดอัลเมลิก

αAqr

ไม่มี

2.95

  Sadalbachia  

  ซาดอัลบาเชีย

γAqr

ไม่มี

3.86

  Skat

  สแกต

δAqr

ไม่มี

3.27

  88 Aqr

  88

88 Aqr

ไม่มี

3.80

  Lambda

  แลมบ์ดา

λAqr

ไม่มี

3.73

 

 

วัตถุท้องฟ้าที่อยู่ในบริเวณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ

        ภายในบริเวณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำมีวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจดังนี้ เช่นเนบิวลาดาวเคราะห์  (Planetary  Nebula) คือ NGC7293 ที่รู้จักกันในชื่อของ เนบิวลาเกลียว (Helix Nebula) และ NGC 7009 ที่รู้จักกันในชื่อของ เนบิวลาดาวเสาร์  (Saturn Nebula)  เนื่องจากเนบิวลาดาวเคราะห์นี้มีลักษณะคล้ายดาวเสาร์มาเมื่อมองผ่านกล้องดูดาวขนาดเล็ก  นอกจากนี้ในกลุ่มดาวราศีกุมภ์ยังมีกระจุกดาวทรงกลม  M2  (NGC 7089) ที่มองเห็นได้โดยใช้กล้อง 2 ตา 

 

 

รูปที่ 3 ภาพซ้ายมือคือ เนบิวลาเกลียว และด้านขวามือคือ เนบิวลาดาวเสาร์

ภาพเนบิวลาเกลียวอนุเคราะห์โดย http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/0/06/Helix_nebula.jpg

ภาพเนบิวลาดาวเสาร์อนุเคราะห์โดย http://www.iaa.es/xpn/pn_files/NGC7009/NGC7009.html

 

รูปที่ 4 กระจุกดาวทรงกลม M2 

ภาพ M2 อนุเคราะห์โดย http://thebigfoto.com/messier-objects-gallery-m1-m11

 

ประวัติศาสตร์และตำนาน

        เมื่อประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตศักราช ในบัญชีรายชื่อกลุ่มดาวของชาวบาบิโลนกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำถูกระบุว่า ในชื่อกูลา” (GU.LA) หมายถึงผู้ยิ่งใหญ่” (The Great One) และเป็นตัวแทนของเทพเจ้าเออา (Ea) ของชาวบาบิโลนเอง โดยส่วนใหญ่แล้วจะปรากฏเป็นรูปเทพเจ้าที่ถือแจกันที่มีน้ำล้นออกมา โดยรูปร่างของกลุ่มดาวนี้มีหลักฐานปรากฏแสดงอยู่บนหินมีรูปทรงกระบอก โดยถูกแกะสลักเป็นรูปต่าง เพื่อใช้เป็นตัวแทนของกลุ่มดาว จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยังพบว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเมื่อสองพันปีกว่ามาแล้ว และจากการศึกษายังพบว่ามีการบันทึกว่าในกลุ่มดาวนี้มียังจุดเหมายัน (Winter Solstice) อยู่ในนั้นด้วย 

        ในทางดาราศาสตร์ของชาวบาบิโลนถือว่ากลุ่มดาวนี้เป็นตัวแทนของเทพเจ้าเออา ซึ่งเป็นเทพเจ้าผู้ปกครอง 1 ใน 4 เส้นทางของดวงอาทิตย์ทางใต้ ชาวบาบิโลนเรียกว่าวิถีแห่งเออาซึ่งมีความสอดคล้องกับระยะเวลา 45 วัน ของจุดเหมายัน และช่วงเดือนที่ 11 ในเมืองบาบิโลน (ระหว่างเดือนมกราคมกุมภาพันธ์) จะเป็นช่วงที่มีฝนตกหนักที่สุดในรอบปี ดังนั้นกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำจึงมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำท่วมในเมืองบาบิโลนเป็นประจำ

 

รูปที่ 5 ภาพแกะสลักของเทพเจ้าเออา

 

        ในประเทศอียิปต์โบราณเองชาวอียิปต์มองว่ากลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำเป็นตัวแทนของเทพเจ้าฮาปิ (Hapi) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งแม่น้ำไนล์ (เป็นเทพเจ้าที่รับผิดชอบทำให้น้ำในแม่น้ำไนล์เพิ่มขึ้น) ว่ากันว่าแถบริมฝั่งของลุ่มแม่น้ำไนล์ถูกน้ำท่วม เกิดจากกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำเทน้ำจากหม้อของเขาลงในแม่น้ำไนล์ เป็นการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของประเทศอียิปต์ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่น้ำในแม่น้ำไนล์หลาก

 

    

รูปที่ 6 ภาพแกะสลักเทพฮาปิ (พระเจ้าแห่งแม่น้ำไนล์) ที่วิหารแห่งฮอรัส ในเอ็ดฟู (Edfu) ประเทศอียิปต์

ภาพซ้ายถ่ายโดย Günther Eichhorn (http://guenther-eichhorn.com/egypt_hapi.html)

 

        ในสมัยกรีกโบราณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำก็ได้รับสืบทอดต่อ กับมา โดยเป็นตัวแทนของแจกันแค่อันเดียวที่เทน้ำไหลเป็นทางลงไปยังกลุ่มดาวปลาทางใต้ (Piscis Austrinus) และมีชื่อเรียกกลุ่มดาวนี้ยังมีชื่อเรียกในภาษาฮินดูอีกด้วย โดยชาวฮินดูเรียกกลุ่มดาวนี้ว่ากุมภา” (Kumbha) ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกันว่าน้ำเหยือกแสดงให้เห็นว่าชื่อของกลุ่มดาวนี้มาถึงอินเดียโดยผ่านชาวกรีก

        ในตำนานเทพนิยายกรีกกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ซึ่งบางครั้งมีความเกี่ยวข้องกับเดคาลิออน (Deucalion) กับเพวรา (Pyrrha) ที่รอดจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่มหาเทพซุสสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายสร้าง พวกเขาแล่นเรือออกมาก่อน 9 วัน ก่อนที่มหาเทพซุสจะทำลายล้าง ทั้งสองได้มาขึ้นฝั่งบนภูเขาพาร์นาสซุส (Parnassus) และกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำในบางครั้งยังมีความสัมพันธ์กับแกนีมีด (Ganymede) เจ้าชายหนุ่มรูปงามลูกชายของกษัตริย์ลาโอเมดอน (Laomedon) แห่งทรอย ในตำนานเทพนิยายกรีกที่ถูกลักพาตัว โดยมหาเทพซุส แกนีมีดถูกลักพาตัวไปจากภูเขาไอดา (Mount Ida) ในพรายเจีย (Phrygia) ในขณะที่กำลังเฝ้าฝูงแกะ เมื่อมหาเทพซุสเห็นแกนีมีดเขาเกิดความชอบในตัวของแกนีมีด จึงได้ส่งให้นกอินทรีลงมาลักพาตัวแกนีมีด และในบางตำนานบอกว่ามหาเทพซุสได้แปลงร่างเป็นนกอินทรีเพื่อมาลงลักพาตัวแกนีมีดมายังภูเขาโอลิมปัส (Mount Olympus) เพื่อให้แกนีมีดมาทำหน้าที่เป็นผู้ถือถ้วยให้กับตัวเอง และเพื่อเป็นการชดเชยให้แก่กษัตริย์ลาโอเมดอนมหาเทพซุสได้มอบม้าให้เป็นการตอบแทน

        แกนีมีดมักจะขี่นกอินทรีออกเดินทางไปท่องเที่ยว และมักจะถือถ้วยทองคำพร้อมกับมหาเทพซุส แกนีมีดสร้างความประทับใจด้วยความเมตตาของเขา ซึ่งเห็นได้ชัดเมื่อทราบว่ามนุษย์บนโลกกำลังต้องการน้ำและมาอ้อนวอนขอกับมหาเทพซุส แกนีมีดจะได้รับมอบหยามให้ส่งฝนลงมายังโลก ในที่สุดมหาเทพซุสจึงได้ยกย่องในตัวของแกนีมีด และโยนภาพของแกนีมีดขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อให้เป็นกลุ่มดาวเทพเจ้าแห่งฝน และใกล้ กันนั้นคือกลุ่มดาวนกอินทรี ซึ่งเป็นตัวแทนของนกอินทรีที่ได้รับคำสั่งของมหาเทพซุสให้การลักพาตัวแกนีมีด

 

รูปที่ 7 ภาพวาดนกอินทรีที่เทพซุสสั่งมาให้ลักพาตัวของแกนีมีด วาดโดย อูสตาเซ เลอ ซัวล์ (Eustache Le Sueur) ในปี ..2193 (..1650)

 

   

(ก)                                                                ()

รูปที่ 8 () งานแกะสลักรูปของกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ เป็นศิลปะในช่วงศตวรรษที่ 15 ซึ่งในรูปจะแสดงเครื่องหมายดอกจันสีดำที่บอกถึงตำแหน่งของดาวที่ทำขึ้นในกลุ่มดาวนี้ กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวสิบสองราศี ภาพประกอบนี้มาจากหนังสือบทกวีดาราศาสตร์ชื่อโปทิคอน แอ็สโทรโนมิคอน (Poeticon Astronomicon) แผนที่ดาว โดยไฮจินัส (Hyginus) ตีพิมพ์เมื่อ ..2025 (.. 1482)

รูปจาก : ROYAL ASTRONOMICAL SOCIETY/SCIENCE PHOTO LIBRARY

() ภาพวาดของกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ เป็นภาพประกอบจากหนังสือ ลิเดอร์ แอ็สโตรโนเมีย (Liber Astronomaie) โดยเกียโด โบแนทติ (Guido Bonatti) ตีพิมพ์เมื่อ ..2093 (.. 1550) ซึ่งมีเครื่องหมายดอกจันสีดำที่บอกถึงตำแหน่งของดาวที่ทำขึ้นในกลุ่มดาวนี้คล้ายกับภาพ ()

รูปจาก : http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Aquarius-bonatti.png

 

รูปที่ 9 กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำกำลังเทน้ำออกจากโถลงไปในปากของปลาใต้ Prodromus astronomiae Johannes Hevelius 1690

 

        ในทางดาราศาสตร์จีน ลำธารน้ำไหลออกจากหม้อน้ำของกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ชาวจีนมองว่าเป็นตัวแทนของกองทัพของหยู้หลิน (Army of Yu-Lin)” ชื่อหยู้หลินหมายถึงขนนกและป่าดาวแสงจาง จำนวนมากหมายถึงรอยเท้าของทหาร


ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในเดือนพฤศจิกายน

        สำหรับปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ มีปรากฏการณ์สำคัญ 2 รายการ คือ ปรากฏการณ์สุริยะปราคาแบบผสม และฝนดาวตกลิโลนิดส์ ส่วนปรากฏการณ์อื่น ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน แต่ปรากฏการณ์สำคัญประจำเดือนนี้คงต้องยกให้ปรากฏการณ์สุริยะปราคาแบบผสม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์อุปราคาครั้งสุดท้ายของปีนี้และเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากที่สุดในรอบปีนี้ และปรากฏการณ์สุริยุปราคาดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งเป็นชุดซารอสที่ 143 ในซารอสชุดนี้จะเกิดสุริยุปราคารวมทั้งหมดด้วยกัน 71 ครั้ง โดยปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้เกิดเป็นครั้งที่ 23 ของชุดซารอสนี้ 

        เส้นทางของเงาของดวงจันทร์จะเริ่มขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ อยู่ห่างจากแจ็กสันวิลล์ไปทางทางทิศตะวันออกประมาณ 1000 กิโลเมตร และเงาของดวงจันทร์จะเริ่มขึ้นแผ่นดินที่ชายฝั่งของประเทศกาบอง และเงาสุดท้ายของเงาดวงจันทร์ จะผ่านทางตอนภาคใต้ของประเทศเอธิโอเปีย ก่อนที่เงาจะออกจากพื้นผิวโลก โดยเงาของดวงจันทร์ที่ทอดมาบนโลกใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3.3 ชั่วโมง และตัดผ่านบนพื้นผิวโลกไปตามเส้นทางยาวประมาณ 13,600 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุม 0.09% ของพื้นที่ผิวโลก

 

รูปที่ 10 เส้นทางของเงาดวงจันทร์ที่ทอดลงมาบนโลกในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์สุริยะปราคาผสม

 

        ปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบผสมเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้สังเกตการณ์นี้อาศัยอยู่ตามเส้นทางที่เงาของดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่าน ซึ่งผู้สังเกตการณ์บางพื้นที่อาจจะเห็นเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวน และในบางพื้นที่จะเห็นเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบเต็มดวง เนื่องจากเงาของดวงจันทร์เคลื่อนที่ไปตามส่วนโค้งของโลก ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระยะทางของกรวยเงามืดของดวงจันทร์ที่สัมผัสกับพื้นผิวโลก

 

ปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (Leonid meteor shower)

        ปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ หรือฝนตกกลุ่มดาวสิงโต จะเกิดขึ้นในช่วงประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งผู้สังเกตสามารถมองเห็นฝนดาวตกเหล่านี้ได้ด้วยตาเปล่า สำหรับแหน่งที่มาฝนดาวตกลีโอนิดส์นี้มาจากเศษซากที่หลงเหลือของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ซึ่งมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีโดยหนึ่งรอบใช้เวลา 33.2 ปี และทุกๆ 33 ปี ดาวหางนี้จะโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ทำให้ดาวหางทิ้งเศษซากไว้จำนวนมากและทำให้เกิดฝนดาวตกมากเป็นพิเศษ หรือที่กันเรียกว่าพายุฝนดาวตก” (Meteor Storm) โดยล่าสุดหางดาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ในวันที่ 10 พฤษภาคม .. 2556 นี้

 

ข้อมูลทั่วไปของฝนดาวตกลีโอนิดส์

เกิดจากเศษซากของ

ดาวหาง 55พี เทมเพล – ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle)

ศูนย์กลางการกระจาย

กลุ่มดาวสิงโต

ช่วงเวลาการเกิด

10 – 23 พฤศจิกายน

ช่วงเวลาที่เกิดมากที่สุด

17 – 18 พฤศจิกายน

จำนวนดาวหาง ณ ช่วงเวลาที่เกิดมากที่สุด

ประมาณ 10 – 20ดวงต่อชั่วโมง

ความเร็วของดาวตก

71 กิโลเมตรต่อวินาที

เวลาที่เหมาะสมแก่การสังเกต

หลังจากดวงจันทร์ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว ในวันที่ 17 -18 พฤศจิกายนเวลาประมาณ 03.00 – 04.15 น.

 

 

รูปที่ 11 แสดงบริเวณศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตกลีโอนิดส์ จากโปรแกรม Stellarium

 

        ฝนดาวตกลีโอนิดส์ครั้งนี้จะเกิดในช่วงวันที่ 7 – 28 พฤศจิกายน .. 2556 ในการสังเกตฝนดาวตกนั้นควรเป็นสถานที่ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงไฟรบกวน หรือห่างจากเมืองใหญ่ไม่น้อยกว่า 100 กิโลเมตร โดยมองไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใกล้กับกลุ่มดาวสิงโตซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตก ซึ่งเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเฝ้าดูฝนดาวตกนี้คือ หลังจากดวงจันทร์ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว ในวันที่ 17 – 18 พฤศจิกายน .. 2556 เวลาประมาณ 03.00 – 04.15 . ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เกิดฝนดาวตกมากที่สุด ซึ่งครั้งนี้อาจจะเห็นดาวตกมากถึง 10 – 20 ดวงต่อชั่วโมง

 

รูปที่ 12 ถ่ายฝนดาวตกลีโอนิดส์ ในวันที่ 18 พฤศจิกายน .. 2552 เวลา 01.19 .

รูปอนุเคราะห์จาก http://news.nationalgeographic.com/news/2012/11/121112-leonids-meteor-shower-shooting-stars-space-science/

 

การสังเกตการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์

        การสังเกตการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ในปีนี้อาจทำได้อยากเนื่องจาก ในวันที่ 17 – 18 พฤศจิกายน .. 2556 เป็นช่วงที่เกิดดวงจันทร์เต็มดวง โดยดวงจันทร์จะขึ้นจากขอบฟ้าประมาณ 17:30 . และตกลับขอบฟ้าในเวลา 06:30 . และส่วนหัวของกลุ่มดาวสิงโตจะเริ่มปรากฎในช่วงเวลา 24:00 . และโผ่ลพ่นทั้งตัวในเวลา 02:00 . ของวันที่ 18 พฤศจิกายน ซึ่งผู้สังเกตสามารถสังเกตได้จนถึงเช้า

 

การมาเยือนของดาวหางไอซอน  (Comet ISON)

        ปรากฏการณ์ส่งท้ายปีนี้ยังมีดาวหางอีกดวงที่จะมาปรากฏให้เห็น เรียกไปว่าเป็นปีแห่งดาวหางเลยก็ว่าได้ ดาวหางไอซอนดวงนี้เป็นดาวหางเฉียดดวงอาทิตย์ (Sungrazing Comet) ในวันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน 2556 ดาวหางไอซอนจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดที่ระยะทางประมาณ 1,800,000 กิโลเมตร (0.012 หน่วยดาราศาสตร์) และจากการคาดการณ์ดาวหางไอซอนน่าจะสว่างกว่าดาวหางแพนสตาร์ส โดยนักดาราศาสตร์คาดดาวหางไอซอนขณะดาวหางสว่างที่สุด น่าจะมีความสว่างมาก ซึ่งอาจมีความสว่าง 5 ถึง 3 ค่าความสว่างมีค่าใกล้เคียงกับค่าความสว่างของดวงจันทร์เต็มดวง หรืออาจจะสว่างกว่าดวงจันทร์เต็มดวงอีก และถ้าหากดาวหางไอซอนสว่างตามที่ความคาดหมายไว้ ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่ในประเทศไทยจะสามารถมองเห็นดาวหางไอซอน ได้ด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน ซึ่งผู้สังเกตการณ์จะสามารถเริ่มสังเกตได้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2556 จนถึงต้นเดือนมกราคม 2557 ทางทิศตะวันออกในช่วงเช้ามืด แต่นักดาราศาสตร์ก็ได้เตือนว่าอย่าคาดหวังมาก เพราะดาวหางไอซอนอาจจะไม่สว่างน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก็ได้

 

รูปที่ 13 ภาพถ่ายดาวหางไอซอน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556

ภาพถ่ายโดย Gerald Rhemann จาก http://www.astrostudio.at/

 

ตารางที่ 2 แสดงปรากฏการณ์ในเดือนพฤศจิกายน 2556

วันที่

ปรากฏการณ์

2

  - ดาวพุธอยู่ที่ตำแหน่งร่วมทิศวงใน

 

  - ดาวศุกร์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด

3

  - ปรากฏการณ์สุริยะปราคาผสม (ไม่สามารถสังเกตการณ์ได้จากประเทศไทย)

 

  - จันทร์ดับ

6

  - ดาวเสาร์อยู่ที่ตำแหน่งร่วมทิศ

 

  - ดาวศุกร์อยู่ใกล้ใจกลางทางช้างเผือก

 

  - จันทร์กึ่งแรก

14

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวยูเรนัส 5 องศา

17

  - ฝนดาวตกลิโลนิดส์ อัตราเฉลี่ยประมาณ 40 ดวงต่อชี่วโมง (มีแสงจันทร์รบกวน)

 

  - จันทร์เพ็ญ

18

  - ดาวพุธอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ไปทางทิศตะวันตกมากที่สุด

19

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอัลดีบาแรน 2.75 องศา

26

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเรสกูลัส 6.28 องศา

 

  - จันทร์กึ่งหลัง

 

  - ดาวพุธอยู่ใกล้ดาวเสาร์ 0.20 องศา

28

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอังคาร 6.88 องศา

30

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวสไปกา 3.18 องศา

 


ดาวเคราะห์ในเดือนพฤศจิกายน 2556

        ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้เราสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ ได้ทั้งหมด 5 ดวง คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ซึ่งทั้ง 5 ดวง เราสารมารถทำการสังเกตได้ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ 

 

รูปที่ 14 แสดงลักษณะปรากฏของดาวเคราะห์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

 

การสังเกตดาวพุธ

        ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ผู้สังเกตยังไม่สามารถทำการสังเกตการณ์ดาวพุธได้เนื่องจากดาวพุธอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มาก แต่หลังจากวันที่ 8 เป็นต้นไปเราจะสามารถมองเห็นดาวพุธขึ้นมาจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกในกลุ่มดาวหญิงสาว ซึ่งสามารถทำการสังเกตไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน สำหรับในช่วงแรกที่สามารถสังเกตเห็นดาวพุธนั้นสามารถสังเกตเห็นดาวพุธได้ไม่นานหนักก่อนที่ดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นจากขอบฟ้าตามขึ้นมาติดๆ และเราจะสามารถสังเกตเห็นดาวพุธได้นานขึ้นเรื่อย ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวพุธช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อยู่ที่ระหว่าง 0.69 ถึง – 0.41

 

ตารางเวลาขึ้น-ตก ของดาวพุธ 

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0 เหนือ ลองจิจูด 100o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ตก

1 พฤศจิกายน

06:29

12:12

17:56

2 พฤศจิกายน

06:20

12:04

17:48

3 พฤศจิกายน

06:11

11:55

17:40

4 พฤศจิกายน

06:02

11:47

17:33

5 พฤศจิกายน

05:53

11:40

17:26

6 พฤศจิกายน

05:45

11:32

17:20

7 พฤศจิกายน

05:38

11:26

17:14

8 พฤศจิกายน

05:31

11:20

17:09

9 พฤศจิกายน

05:25

11:15

17:04

10 พฤศจิกายน

05:20

11:10

17:00

11 พฤศจิกายน

05:16

11:06

16:56

12 พฤศจิกายน

05:13

11:03

16:53

13 พฤศจิกายน

05:10

11:00

16:51

14 พฤศจิกายน

05:08

10:58

16:49

15 พฤศจิกายน

05:06

10:57

16:47

16 พฤศจิกายน

05:05

10:56

16:46

17 พฤศจิกายน

05:05

10:55

16:45

18 พฤศจิกายน

05:05

10:55

16:45

19 พฤศจิกายน

05:05

10:55

16:44

20 พฤศจิกายน

05:06

10:55

16:44

21 พฤศจิกายน

05:07

10:56

16:45

22 พฤศจิกายน

05:08

10:57

16:45

23 พฤศจิกายน

05:10

10:58

16:46

24 พฤศจิกายน

05:12

10:59

16:46

25 พฤศจิกายน

05:14

11:00

16:47

26 พฤศจิกายน

05:16

11:02

16:48

27 พฤศจิกายน

05:18

11:04

16:49

28 พฤศจิกายน

05:20

11:05

16:50

29 พฤศจิกายน

05:22

11:06

16:51

30 พฤศจิกายน

05:24

11:07

16:52

 

 

การสังเกตดาวศุกร์

        สำหรับการสังเกตการณ์ดาวศุกร์ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เราสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ในช่วงหัวค่ำซึ่งดาวศุกร์จะอยู่สูงจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตก โดยดาวศุกร์จะปรากฏอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวคนยิงธนู และผู้สังเกตยังจะได้เห็นดาวศุกร์อยู่ภายในบริเวณทางช้างเผือกในช่วงหัวค่ำหลังจากที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปไม่นานและสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้จนถึงเวลา 20:44 . ก่อนที่ดาวศุกร์จะตกลาลับขอบฟ้าไป ซึ่งในช่วงเดือนนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองที่จะทำการสังเกตดาวศุกร์ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวดาวศุกร์จะค่าความสว่างปรากฏอยู่ที่ระหว่าง – 4.06 ถึง – 4.27 และในช่วงต้นเดือนถ้าสังเกตมองดาวศุกร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏในกล้องโทรทรรศน์ครึ่งดวงคล้ายกับดวงจันทร์ตอนขึ้น 8 ค่ำ และทุก วันดาวศุกร์จะเริ่มแหว่งไปทีละน้อยจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน (ให้ดูลักษณะเสี้ยวของดาวศุกร์ในรูปที่ 15)

 

รูปที่ 15 แสดงลักษณะปรากฏของดาวศุกร์ ถ่ายเมื่อวันที่ 6 20 และ 27 เดือนพฤศจิกายน .. 2548 ตามลำดับ

ภาพถ่ายโดย ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา

 

ตารางเวลาขึ้นตก ของดาวศุกร์ 

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0 เหนือ ลองจิจูด 100o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ตก

1 พฤศจิกายน

09:52

15:23

20:54

2 พฤศจิกายน

09:52

15:24

20:55

3 พฤศจิกายน

09:53

15:24

20:55

4 พฤศจิกายน

09:53

15:25

20:56

5 พฤศจิกายน

09:54

15:25

20:56

6 พฤศจิกายน

09:54

15:25

20:57

7 พฤศจิกายน

09:55

15:26

20:57

8 พฤศจิกายน

09:55

15:26

20:57

9 พฤศจิกายน

09:55

15:26

20:58

10 พฤศจิกายน

09:55

15:27

20:58

11 พฤศจิกายน

09:56

15:27

20:58

12 พฤศจิกายน

09:56

15:27

20:58

13 พฤศจิกายน

09:56

15:27

20:59

14 พฤศจิกายน

09:56

15:27

20:59

15 พฤศจิกายน

09:56

15:27

20:59

16 พฤศจิกายน

09:56

15:27

20:59

17 พฤศจิกายน

09:55

15:27

20:59

18 พฤศจิกายน

09:55

15:27

20:59

19 พฤศจิกายน

09:55

15:27

20:59

20 พฤศจิกายน

09:54

15:26

20:59

21 พฤศจิกายน

09:54

15:26

20:58

22 พฤศจิกายน

09:53

15:26

20:58

23 พฤศจิกายน

09:53

15:25

20:58

24 พฤศจิกายน

09:52

15:25

20:57

25 พฤศจิกายน

09:51

15:24

20:57

26 พฤศจิกายน

09:50

15:23

20:56

27 พฤศจิกายน

09:49

15:22

20:56

28 พฤศจิกายน

09:48

15:21

20:55

29 พฤศจิกายน

09:47

15:20

20:54

30 พฤศจิกายน

09:46

15:19

20:53

 

 

การสังเกตดาวอังคาร

        การสังเกตดาวอังคารในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวอังคารได้ในช่วงเช้ามืดจากทางทิศตะวันออก โดยดาวอังคารจะเริ่มโผล่พ่นขอบฟ้าออกมาในเวลา 02:20 . พร้อมกับกลุ่มดาวสิงโต และถ้าหากผู้สังเกตมองดาวอังคารผ่านกล้องโทรทรรศน์กลางจะสามารถมองเห็นขั่วน้ำแข็งบนดาวอังคารได้ และสำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวอังคารในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อยู่ที่ระหว่าง 0.77 ถึง 0.79

 

ตารางเวลาขึ้นตก ของดาวอังคาร

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0 เหนือ ลองจิจูด 100o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ตก

1 พฤศจิกายน

02:17

08:30

14:42

2 พฤศจิกายน

02:16

08:28

14:40

3 พฤศจิกายน

02:14

08:26

14:38

4 พฤศจิกายน

02:13

08:24

14:36

5 พฤศจิกายน

02:11

08:22

14:34

6 พฤศจิกายน

02:10

08:21

14:32

7 พฤศจิกายน

02:08

08:19

14:29

8 พฤศจิกายน

02:07

08:17

14:27

9 พฤศจิกายน

02:05

08:15

14:25

10 พฤศจิกายน

02:03

08:13

14:23

11 พฤศจิกายน

02:02

08:12

14:21

12 พฤศจิกายน

02:00

08:10

14:19

13 พฤศจิกายน

01:59

08:08

14:17

14 พฤศจิกายน

01:57

08:06

14:15

15 พฤศจิกายน

01:55

08:04

14:13

16 พฤศจิกายน

01:54

08:02

14:11

17 พฤศจิกายน

01:52

08:01

14:09

18 พฤศจิกายน

01:51

07:59

14:07

19 พฤศจิกายน

01:49

07:57

14:05

20 พฤศจิกายน

01:47

07:55

14:02

21 พฤศจิกายน

01:46

07:53

14:00

22 พฤศจิกายน

01:44

07:51

13:58

23 พฤศจิกายน

01:42

07:49

13:56

24 พฤศจิกายน

01:40

07:47

13:54

25 พฤศจิกายน

01:39

07:45

13:52

26 พฤศจิกายน

01:37

07:43

13:50

27 พฤศจิกายน

01:35

07:41

13:47

28 พฤศจิกายน

01:34

07:40

13:45

29 พฤศจิกายน

01:32

07:39

13:43

30 พฤศจิกายน

01:30

07:37

13:41

 

 

การสังเกตดาวพฤหัสบดี

        สำหรับการสังเกตดาวพฤหัสบดีราชาแห่งดาวเคราะห์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ผู้สังเกตจะสามารถเห็นดาวพฤหัสบดีปรากฏขึ้นจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกพร้อมกับกลุ่มดาวคนคู่ ในช่วงเวลาเกือบประมาณ 5 ทุ่ม และสามารถดาวพฤหัสบดีไปจนถึงเช้า สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวพฤหัสบดีช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อยู่ที่ระหว่าง – 1.97 ถึง – 2.09

 

ตารางเวลาขึ้นตก ของดาวพฤหัสบดี 

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0 เหนือ ลองจิจูด 100o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ตก

1 พฤศจิกายน

22:41

05:11

11:37

2 พฤศจิกายน

22:37

05:07

11:33

3 พฤศจิกายน

22:33

05:03

11:29

4 พฤศจิกายน

22:29

04:59

11:26

5 พฤศจิกายน

22:25

04:55

11:22

6 พฤศจิกายน

22:21

04:52

11:18

7 พฤศจิกายน

22:17

04:48

11:14

8 พฤศจิกายน

22:14

04:44

11:10

9 พฤศจิกายน

22:10

04:40

11:06

10 พฤศจิกายน

22:06

04:36

11:02

11 พฤศจิกายน

22:02

04:32

10:58

12 พฤศจิกายน

21:58

04:28

10:54

13 พฤศจิกายน

21:54

04:24

10:50

14 พฤศจิกายน

21:50

04:20

10:46

15 พฤศจิกายน

21:46

04:16

10:42

16 พฤศจิกายน

21:41

04:12

10:38

17 พฤศจิกายน

21:37

04:08

10:34

18 พฤศจิกายน

21:33

04:04

10:30

19 พฤศจิกายน

21:29

03:59

10:26

20 พฤศจิกายน

21:25

03:55

10:22

21 พฤศจิกายน

21:21

03:51

10:18

22 พฤศจิกายน

21:17

03:47

10:13

23 พฤศจิกายน

21:13

03:43

10:09

24 พฤศจิกายน

21:08

03:39

10:05

25 พฤศจิกายน

21:04

03:35

10:01

26 พฤศจิกายน

21:00

03:31

09:57

27 พฤศจิกายน

20:56

03:26

09:53

28 พฤศจิกายน

20:52

03:22

09:48

29 พฤศจิกายน

20:48

03:18

09:44

30 พฤศจิกายน

20:44

03:14

09:40

 

 

การสังเกตดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

        ในการสังเกตดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีในแต่ละคืนตำแหน่งของดวงจันทร์จะมีความแตกต่างกันไป ซึ่งในแต่ละคืนอาจเกิดปรากฏการณ์บนดาวพฤหัสบดี เช่น อุปราคาบนดาวพฤหัสบดี เกิดจากเงาของดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีเอง เมื่อผู้สังเกตดูปรากฏการณ์นี้ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นเป็นจุดสีดำบนดาวพฤหัสบดี

 

รูปที่ 15 แสดงตำแหน่งดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีในช่วงเดือนพฤศจิกายน

 

การสังเกตดาวเสาร์

        การสังเกตดาวเสาร์ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ผู้สังเกตยังไม่สามารถมองเห็นดาวเสาร์ได้ เนื่องจากดาวเสาร์จะขึ้นและตกไปพร้อม กับดวงอาทิตย์ แต่หลังจากวันที่ 17 ดาวเสาร์ก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นทางด้านขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออก พร้อมกับกลุ่มดาวคันชั่งและดาวเสาร์จะเริ่มปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้าเรื่อย ในช่วงปลายเดือน สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวเสาร์ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อยู่ที่ระหว่าง 0.75

 

ตารางเวลาขึ้นตก ของดาวเสาร์

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0 เหนือ ลองจิจูด 100o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ตก

1 พฤศจิกายน

06:42

12:29

18:15

2 พฤศจิกายน

06:39

12:25

18:11

3 พฤศจิกายน

06:35

12:22

18:08

4 พฤศจิกายน

06:32

12:18

18:04

5 พฤศจิกายน

06:28

12:15

18:01

6 พฤศจิกายน

06:25

12:11

17:57

7 พฤศจิกายน

06:22

12:08

17:54

8 พฤศจิกายน

06:18

12:04

17:50

9 พฤศจิกายน

06:15

12:01

17:47

10 พฤศจิกายน

06:11

11:57

17:43

11 พฤศจิกายน

06:08

11:54

17:40

12 พฤศจิกายน

06:04

11:50

17:36

13 พฤศจิกายน

06:01

11:47

17:33

14 พฤศจิกายน

05:58

11:43

17:29

15 พฤศจิกายน

05:54

11:40

17:26

16 พฤศจิกายน

05:51

11:37

17:22

17 พฤศจิกายน

05:47

11:33

17:19

18 พฤศจิกายน

05:44

11:30

17:15

19 พฤศจิกายน

05:40

11:26

17:12

20 พฤศจิกายน

05:37

11:23

17:08

21 พฤศจิกายน

05:34

11:19

17:05

22 พฤศจิกายน

05:30

11:16

17:01

23 พฤศจิกายน

05:27

11:12

16:58

24 พฤศจิกายน

05:23

11:09

16:54

25 พฤศจิกายน

05:20

11:05

16:51

26 พฤศจิกายน

05:16

11:02

16:47

27 พฤศจิกายน

05:13

10:58

16:44

28 พฤศจิกายน

05:10

10:55

16:40

29 พฤศจิกายน

05:07

10:49

16:36

30 พฤศจิกายน

05:04

10:46

16:32

 

 

 

ความสุขของคนดูดาว คือ การที่ได้เฝ้ามองท้องฟ้าอันสวยงาม

 

กรกมล ศรีบุญเรือง

นักวิชาการ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Additional information