ท้องฟ้าในเดือนมิถุนายน

Share

ท้องฟ้าในเดือนมิถุนายน

 

        ในเดือนมิถุนายนนี้เป็นเดือนที่ดวงอาทิตย์ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งทางเหนือมากที่จุดครีษมายัน” (Summer Solstice) ในปีนี้ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ดวงอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งจากทางใต้ขึ้นไปทางเหนือเรื่อย วันละเกือบ 1 องศา จนกระทั้งถึงวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่มีระยะกลางวันยาวนานกว่ากลางคืนมากที่สุด (สำหรับคนที่อาศัยอยู่ทางซีกโลกเหนือขึ้นไป และสำหรับคนที่อาศัยอยู่ทางซีกใต้เหตุการณ์เหล่านี้จะกลับกัน

 

รูปที่  1 แสดงการเปรียบเทียบตำแหน่งการขึ้นของดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกแต่ละช่วงใน 1 รอบปี ซึ่งในที่นี้จะแสดงของเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือสุดจากทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด เดือนมีนาคมเดือนกันยายน เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกพอดี และเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด (ไม่ได้อัตราส่วนจริง รูปนี้จำลองสำหรับผู้สังเกตการณ์ที่อยู่ ตำแหน่งละติจูด 15 องศา)

 

กลุ่มดาวในช่วงเดือนมิถุนายน

        การดูดาวในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ พระเอกในท้องฟ้าเดือนนี้คงต้องยกให้ กลุ่มดาวที่อยู่ในแนวระหว่างใจกลางทางช้างเผือก และทางช้างเผือกอันสวยงาม สำหรับผู้ที่เคยเห็นใจกลางทางช้างเผือกมาแล้วคงพอนึกถึงภาพความอลังการแห่งดวงดาวที่อยู่ในบริเวณใจกลางทางช้างเผือกกันได้ ซึ่งผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบกลุ่มดาวที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับใจกลางทางช้างเผือก เช่น กลุ่มดาวแมงป่อง กลุ่มดาวคนยิงธนู กลุ่มคนแบกงู ฯลฯ กลุ่มดาวเหล่านี้จะปรากฏในช่วงเวลาประมาณ 22:00 . ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยในเดือนมิถุนายนนี้ดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้าช้าและมีแสงสนธยาที่ค่อนข้างนาน กว่าท้องฟ้าจะมืดก็กินเวลาเกือบ 2 ทุ่ม (ยกเว้นในเมื่องใหญ่ ที่มีแสงจากเมืองรบกวนทำให้มีทัศนวิสัยไม่เหมาะกับการดูดาว) แต่สำหรับผู้สังเกตการณ์ที่อยู่บริเวณแถบชนบทมีความได้เปรียบมากในการดูดาว ได้ทั้งดูดาวและได้อยู่กับธรรมชาติ ซึ่งคืนไหนที่อากาศดี ก็อาจได้ดูทั้งดาวบนท้องฟ้าและบางวันก็มีฝูงหิ่งห้อย (ผมเรียกฝูงหิ่งห้อยเหล่านี้ว่าดาวบินได้”) บินมาร่วมวงกับแสงดาวทำให้บรรยากาศในการดูดาวเพิ่มมากขึ้น ฝูงหิ่งห้อยตัวน้อยเหล่านี้คล้ายกับว่าจะบินไปรวมฝูงกับเพื่อน ที่อยู่บนทางช้างเผือกที่เต็มไปด้วยเหล่าดวงดาวน้อยใหญ่นับพันล้านดวงความสุขเช่นนี้คงหาไม่ได้จากเมืองใหญ่

        รูปด้านล้างนี้คือทางช้างเผือกในช่วงที่ขึ้นจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ และช่วงเวลาที่ถ่ายเป็นส่วนที่ทางช้างเผือกกำลังจะตกลับขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้

 

รูปที่  2 ด้านหลังพระธาตุนภพลภูมิสิริคือใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกอันตระกาลตา ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

 

รูปที่  3 ภาพถ่ายใจกลางทางช้างเผือกในช่วงก่อนเช้า ลานจอดรถกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2556 รูปถ่ายโดยคุณสุวนิตย์ วุฒสังข์

 

        สำหรับผู้ที่อยากชมใจกลางทางช้างเผือกกับตาตัวเองก็สามารถชมได้ในช่วงเวลาตั้ง 22:00 เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า โดยทางช้างเผือกจะปรากฏขึ้นจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้

 

รูปที่  4 ท้องฟ้าในเดือนมิถุนายนเวลา 20:00 .

 

เรื่องเล่ากลุ่มดาว

        ในเดือนนี้ขอเสนอกลุ่มดาวที่เป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรม หลายท่านคงนึกออกแล้วว่าผมจะเล่าเรื่องกลุ่มดาวอะไร ครับที่เดาถูกแล้วครับ ในบทความนี้ผมจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคันชั่ง” (Libra)

        กลุ่มดาวคันชั่งเป็นกลุ่มดาวอันดับที่เจ็ดของดาวจักรราศี อยู่ระหว่างกลุ่มดาวหญิงสาว และกลุ่มดาวแมงป่อง ซึ่งอยู่บนแนวสุริยะวิถีพอดี ต่อมากลุ่มดาวคันชั่งยังเป็นกลุ่มดาวเดียวในกลุ่มดาว 12 ราศี ที่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ไม่มีชีวิต แต่เดิมเป็นดาวที่อยู่ในกลุ่มดาวแมงป่อง และชาวโรมันได้แยกดาวฤกษ์ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างให้เป็นกลุ่มดาวใหม่และตั้งชื่อว่ากลุ่มดาวคันชั่งเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่ นักดาราศาสตร์โบราณได้ค้นพบว่าเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ปรากฏผ่านเข้าไปที่จุดตัดระหว่างเส้นสุริยวิถีกับเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้าตัดกันในวันดังกล่าวกลางวันกับกลางคืนจะมีช่วงระยะเวลาเท่ากันพอดี

        รูปแบบการจัดเรียงของกลุ่มดาวคันชั่งสามารถลากเส้นเชื่อมต่อกันได้หลายรูปแบบในที่นี้ขอยกตัวอย่างมา เพียงแค่สองตัวอย่างดังรูปที่ 5 และรูปที่  6

 

รูปที่  5 แสดงลักษณะตำแหน่งดาวฤกษ์และการลากเส้นเชื่อมภายในกลุ่มดาวคันชั่งตามสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล

(International Astronomical Union : IAU)

 

รูปที่  6 แสดงลักษณะตำแหน่งดาวฤกษ์และการลากเส้นเชื่อมภายในกลุ่มดาวคันชั่งแบบอื่น 

 

ตารางที่ 1 แสดงชื่อดาวและรายละเอียดของดาวในกลุ่มดาวคันชั่งที่สำคัญ

ชื่อดาว

 ค่าความสว่าง 

ปรากฏ

 ค่าความสว่าง 

สัมบูรณ์

ชื่อเดิม

 ชื่ออ่านภาษาไทย   

 ชื่อสามัญ 

 ชื่อในภาษาไทย 

  Zubeneschamali  

  ซูบานิชซามาลี

βLib

-

2.74

 

  Zubenelgenubi

  ซูบานอิลจีนูบิ

αLib

-

2.90

 

  Brachium

  บราเชียม

σLib

-

3.29

 

  Upsilon

  แอ็บซิลอน ลิบรา

εLib

-

3.78

 

  Tau

  เทา ลิบรา

τLib

-

3.80

 

  Zuben Elakribi

  ซูบาน อัลอักกรีบี

δ Lib

-

4.02

 

  Zuben el Akrab

  ซูบาน อิล อิกรอบ

γLib

-

5.28

 

 

 

ประวัติศาสตร์และตำนานกลุ่มดาวคันชั่ง

        กลุ่มดาวคันชั่งเป็นที่รู้จักกันในทางดาราศาสตร์ของชาวบาบิโลนในชื่อมัล ซิบานิว (MUL Zibanu) ซึ่งมีความหมายว่าตาชั่งหรือเป็นก้ามของแมงป่อง ตาชั่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถือโดยเทพเจ้าแห่งดวงทิตย์ชาแมช (Shamash) ซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์ความยุติธรรม

        เมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช (ประมาณ 4,000 ปีที่ผ่านมา) ชาวซูเมอร์ (Sumerians) ในเมโสโปเตเมีย ได้สังเกตเห็นว่า ในวันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ผ่านเข้าไปบริเวณดังกล่าว เป็นจุดสมดุลแห่งท้องฟ้า ชาวซูเมอร์เรียกกลุ่มดาวบริเวณนี้ว่าซิบ-บา-อัน-นา” (ZIB-BA AN-NA) นักดาราศาสตร์ชาวซูเมอร์ถือว่าเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ปรากฏเข้ามาอยู่ในกลุ่มดาวนี้ ในวันที่ 23 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่มีช่วงระยะเวลากลางวันและกลางคืนเท่ากันพอดี ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี และสำหรับผู้สังเกตที่อยู่ใกล้บริเวณเส้นศูนย์สูตรในเวลาเทียงวันดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ผ่านกลางท้องฟ้าพอดี กลุ่มดาวนี้จึงเป็นตัวแทนของความเสมอภาคแห่งท้องฟ้า ปัจจุบันดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ปรากฏเข้ามาอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่ง ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นผลเนื่องจากการส่ายของแกนโลก แต่การเกิดกลางวันกลางคืนเท่ากันก็ยังคงเป็นวันที่ 23 กันยายน เช่นเดิม ต่อมาเรียกจุดนี้ว่าศารทวิษุวัติ” (Autumnal Equinox) และในฐานะที่กลุ่มดาวคันชั่งเป็นที่ตั้งของจุดวิษุวัต ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่าจุดแรกแห่งคันชัง” (First Point of Libra) แต่ตำแหน่งของจุดดังกล่าวสิ้นสุดลงในปี .. 1273 (..730) เนื่องจากผลจากการส่ายของแกนโลกนี้เอง

        ชาวฮีบรูสมัยโบราณ และพวกอริยกะที่อาศัยอยู่ในตอนกลางของประเทศอินเดียเรียกกลุ่มดาวคันชั่งว่าเป็นตัวแทนความเสมอภาคแห่งท้องฟ้า เช่นกัน

        ในสมัยอียิปต์โบราณ ชาวอียิปต์ได้กล่าวถึงเทพธิดามาอัท (Maat หรือ Ma'at) ใช้ขนนกกระจอกเทศในการวัดน้ำหนักของหัวใจด้วยตาชั่ง ซึ่งในจานด้านหนึ่งคือหัวใจของคนหรือวิญญาณ และในจานอีกด้านหนึ่งคือขนนกกระจอกเทศของเทพธิดามาอัท มาอัทเป็นเทพแห่งความจริง ความยุติธรรมและความเสมอภาคเท่าเทียม และเทพธิดามาอัทยังเป็นเทพผู้ควบคุมดวงดาว ฤดูกาล และการกระทำของทั้งมนุษย์และเทพ

 

รูปที่  7 เทพธิดามาอัท 

ภาพอนุเคราะห์จาก WWW.KATHSREALM.COM

 

        ในสมัยกรีกโบราณกลุ่มดาวคันชั่งเป็นกลุ่มดาวที่ยูโดซัส (Eudoxus) หรืออราตัส (Aratus) ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งในตอนนั้นชาวกรีกเห็นดาวฤกษ์ที่สว่าง 4 ดวง ที่อยู่หน้ากลุ่มดาวแมงป่องเป็นก้ามของแมงป่อง แต่ก็ไม่พบการตั้งชื่อของดาวฤกษ์ในบริเวณนี้ ส่วนในอาหรับเองกลุ่มดาวคันชั่งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวแมงป่องและมีชื่อเรียกดาวฤกษ์ดวงนี้ในภาษาอาหรับว่า ซูบานา (zub?n?) หรือซูบาน (Zuben) หมายถึงก้ามของแมงป่อง” 

 

รูปที่  8 ภาพวาดกลุ่มดาวแมงป่องที่มีก้ามทั้งสองข้างครอบคลุมมาถึงที่เป็นกลุ่มดาวคันชั่งในปัจจุบัน จากหนังสือ เดอ สเทลลา โนวา (De stella nova) ของเคปเลอร์ พิมพ์ในปี .. 2149 (.. 1606) 

ภาพอนุเคราะห์จาก http://williameamon.com/

 

        กลุ่มดาวคันชั่งสามารถสังเกตได้ในช่วงหัวค่ำของเดือนมิถุนายน กลุ่มดาวนี้อาจจะสังเกตอยากสักหน่อย เนื่องจากว่าภายในกลุ่มดาวนี้ไม่มีดาวฤกษ์ที่มีความโดดเด่น เลยค่อนข้างที่จะหายาก หากผู้สังเกตต้องการหากลุ่มดาวคันชั่งนี้ให้ใช้ดาวที่อยู่บริเวณส่วนหัวของกลุ่มดาวแมงป่องเพื่อช่วยในการหา หรือใช้ดาวสไปกา (ดาวรวงข้าว) ในการช่วยค้นหา โดยให้ผู้สังเกตชูกำปั้นแล้วเหยียดแขนให้ตึงแล้ววัดจากดาวสไปกาไป 4 กำปั้น ก็จะเจอกลุ่มดาวคันชั่ง

 

รูปที่  9 ท้องฟ้าในขณะที่ผู้สังเกตมองไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ช่วงเวลาประมาณ 20:00 . จนถึงช่วงเช้าของวันต่อไป กลุ่มดาวคันชั่งเป็นกลุ่มดาวสลัว


ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ

        ในวันที่ 1 มิถุนายน ช่วงหัวค่ำหลังจากที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว ผู้สังเกตจะสามารถสังเกตเห็นปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุมทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยผู้สังเกตจะเห็นดาวเคราะห์ 3 ดวงเรียงตัวกันเป็นเส้นตรง ระหว่างกลุ่มดาววัวกับกลุ่มดาวคนคู่ ซึ่งประกอบด้วยดาวพุธ ดาวศุกร์ และดาวพฤหัสบดี (เรียงจากบนลงล่าง) ดาวดาวพฤหัสบดีสูงจากขอบฟ้าประมาณ 7 องศา

 

รูปที่  10 จำลองปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุม ในวันที่ 1 มิถุนายน เวลา 19:20 .

 

        ในช่วงเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าของวันที่ 20 มิถุนายน ทางด้านทิศตะวันออก ผู้สังเกตสามารถสังเกตปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวนี้ได้ ซึ่งในการเรียงตัวการครั้งนี้เกิดจากดาวเคราะห์วงใน 2 ดวง คือ ดาวพุธ กับดาวศุกร์ อยู่ใกล้กันประมาณ 1.9 องศา ในกลุ่มดาวคนคู่

        ในการสังเกตการณ์ผู้สังเกตสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสามารถใช้กล้องสองตาช่วยในการสังเกตได้ สำหรับผู้สังเกตการที่ชอบการถ่ายภาพปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ก็ไม่ควรพลาดปรากฏการณ์ครั้งนี้ ในช่วงเดือนมิถุนายนหลายภูมิภาคอาจมีเมฆเยอะทำให้เป็นอุปสรรคในการสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้

 

รูปที่  11 จำลองปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุม ในวันที่ 20 มิถุนายน เวลา 19:20 .


ดาวเคราะห์ในเดือนมิถุนายน 2556

        ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้เราสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ ได้ทั้งหมด 5 ดวง คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ซึ่งทั้ง 5 ดวง เราสารมารถทำการสังเกตได้ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ยกเว้นดาวพฤหัสบดีที่กำลังเคลื่อนที่เข้าสู่ตำแหน่งร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ซึ่งทำให้เราสามารถมองเห็นดาวพฤหัสบดีได้แค่ช่วงต้นเดือนเท่านั้น ส่วนดาวอังคารอาจจะสามารถมองเห็นได้ยากสักหน่อย เนื่องจากตำแหน่งของดาวอังคารอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ และสำหรับดาวพุธ และดาวศุกร์ เป็นช่วงที่เหมาะสมในการดูอย่างยิ่ง

 

รูปที่ 12 แสดงลักษณะปรากฏของดาวเคราะห์ในช่วงเดือนมิถุนายน

 

ดาวพฤหัสบดี

        สำหรับในเดือนมิถุนายนเราคงต้องโบกมือลาดาวพฤหัสบดีกันแล้ว โดยในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏอยู่ทางด้านขอบฟ้าทิศตะวันตกและเคลื่อนที่ตกลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ครึ่งเดือนหลังเราจะไม่สามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีได้ เนื่องจากดาวพฤหัสบดีกำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้กับตำแหน่งร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ (Jupiter Conjunction) ซึ่งดาวพฤหัสบดีจะอยู่ที่ตำแหน่งดังกล่าวในวันที่ 19 มิถุนายน เราคงต้องอดใจรอดาวเคราะห์ก๊าซดวงนี้กันต่อไปจนกว่าดาวพฤหัสบดีจะเคลื่อนที่ห่างออกมาจากตำแหน่งร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ เราจึงจะสามารถสังเกตเห็นดาวดาวเคราะห์ดวงนี้ได้อีกครั้ง

 

รูปที่ 13 แสดงตำแหน่งของดาวพฤหัสบดีที่ตำแหน่งร่วมทิศ และที่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ 

(ไม่ใช่อัตราส่วนจริง)

 

ตารางที่ 2 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวพฤหัสบดี ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 มิถุนายน

23:49

06:20

12:48

 

2 มิถุนายน

23:46

06:17

12:45

 

3 มิถุนายน

23:43

06:14

12:42

 

4 มิถุนายน

23:40

06:11

12:39

 

5 มิถุนายน

23:37

06:08

12:36

 

6 มิถุนายน

23:34

06:05

12:33

 

7 มิถุนายน

23:31

06:02

12:30

 

8 มิถุนายน

23:28

05:59

12:27

 

9 มิถุนายน

23:25

05:56

12:24

 

10 มิถุนายน

23:22

05:53

12:21

 

11 มิถุนายน

23:19

05:50

12:18

 

12 มิถุนายน

23:16

05:47

12:15

 

13 มิถุนายน

23:13

05:44

12:12

 

14 มิถุนายน

23:10

05:41

12:10

 

15 มิถุนายน

23:07

05:38

12:07

 

16 มิถุนายน

23:04

05:36

12:04

 

17 มิถุนายน

23:01

05:33

12:01

 

18 มิถุนายน

22:59

05:30

11:58

 

19 มิถุนายน

22:56

05:27

11:55

 

20 มิถุนายน

22:53

05:24

11:52

 

21 มิถุนายน

22:50

05:21

11:49

 

22 มิถุนายน

22:47

05:18

11:46

 

23 มิถุนายน

22:44

05:15

11:43

 

24 มิถุนายน

22:41

05:12

11:40

 

25 มิถุนายน

22:38

05:09

11:37

 

26 มิถุนายน

22:35

05:06

11:34

 

27 มิถุนายน

22:32

05:03

11:31

 

28 มิถุนายน

22:29

05:00

11:28

 

29 มิถุนายน

22:26

04:57

11:26

 

30 มิถุนายน

22:23

04:54

11:23

 

* สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวพฤหัสบดีในช่วงเดือนมิถุนายนมีค่าประมาณ – 1.45

 

ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

        ดวงจันทร์กาลิเลโอของดาวพฤหัสบดี ชื่อนี้ถูกตั้งไว้เนื่องจากการค้นพบในปี .. 1610 ของกาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) ซึ่งแสดงให้เห็นความหลากหลายที่ยอดเยี่ยมของดวงจันทร์ ทั้ง 4 ดวง สามารถสังเกตได้ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กหรือกล้องสองตา ดวงจันทร์ไอโอเป็นดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีมากที่สุด ดวงจันทร์ไอโอยังเป็นวัตถุที่มีการระเบิดของภูเขาไฟที่มากที่สุดในระบบสุริยะ เนื่องจากความร้อนที่เกิดจากแรงไทดัล ซึ่งทำให้เกิดความยืดหยุ่นของเปลือก กล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูงจากโลกสามารถสังเกตเห็นภูเขาไฟบนดวงจันทร์ไอโอผลัดผิวใหม่อย่างต่อเนื่อง

        ดวงจันทร์ยูโรปาถูกปกคลุมไปด้วยเปลือกน้ำแข็งที่เรียบมาก ซึ่งอาจมีมหาสมุทรน้ำหรือน้ำที่เป็นของเหลวอยู่ภายใต้เปลือก อุ่นโดยแรงเดียวกันกับที่ให้ความร้อนภูเขาไฟบนดวงจันทร์ไอโอ

        ดวงจันทร์แกนีมีดที่มีภูเขา หุบเขา หลุมอุกกาบาต และลาวาไหลระบายความร้อน พื้นผิวของดวงจันทร์แกนีมีดสมัยโบราณคล้ายกับพื้นผิวดวงจันทร์ของโลก

        ดวงจันทร์คัลลิสโต เป็นดวงจันทร์ของกาลิเลโอดวงนอกสุด ทั้งหมดเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตขนาดเล็ก ที่แสดงให้เห็นว่าพื้นผิวของดวงจันทร์คัลลิสโตมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตั้งแต่วันแรกที่กำเนิดขึ้น

 

รูปที่ 14 ดวงจันทร์กาลิเลโอ (Galilean satellites)

อนุเคราะห์จาก http://commons.wikimedia.org

 

ดาวเสาร์

        สำหรับในเดือนมิถุนายนนี้เป็นโอกาสที่ดี ในการสังเกตดาวเสาร์ ซึ่งเราสามารถที่จะสังเกตดาวเสาร์ได้ตั้งแต่ในช่วงเวลาหัวค่ำไปจนถึงเวลาประมาณ 04:00 . (ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพท้องฟ้าของแต่ละภูมิภาคว่าเหมาะสมกับการสังเกตการณ์ท้องฟ้าแค่ไหน) ซึ่งดาวเสาร์ยังอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวหญิงสาว ห่างจากดาวรวงข้าว (ดาวสไปกา) ไปทางทิศตะวันออก (ระวังอย่าจำผิดดวงนะครับ) เนื่องจากดาวทั้งสองดวงมีค่าความสว่างใกล้เคียงใกล้อาจทำให้ผู้สังเกตการณ์เกิดความสับสนได้

        สำหรับผู้สังเกตที่เพิ่งเริ่มดูดาวซึ่งยังไม่ค่อยชำนาญในการสังเกต ให้ผู้สังเกตสังเกตว่าสังเกตดูสีของดวงทั้งสองดวง ซึ่งดาวเสาร์จะมีสีออกเหลืองส่วนดาวรวงข้าวจะมีสีขาว หรือหากเราดูดาวในช่วงหัวค่ำหันหน้าไปทางทิศตะวันออกดาวเสาร์จะอยู่ด้านล่างดาวรวงข้าว เมื่อผู้สังเกตดูดาวหลังเที่ยงคืนดาวทั้งสองดวงจะข้ามมาอยู่ฝั่งด้านทางทิศตะวันตก ผู้สังเกตจะเห็นดาวเสาร์อยู่ด้านบนของดาวรวงข้าว

 

ตารางที่ 3 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวเสาร์ ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 มิถุนายน

09:11

15:01

20:50

 

2 มิถุนายน

09:07

14:57

20:46

 

3 มิถุนายน

09:03

14:52

20:42

 

4 มิถุนายน

08:59

14:48

20:38

 

5 มิถุนายน

08:55

14:44

20:34

 

6 มิถุนายน

08:51

14:40

20:30

 

7 มิถุนายน

08:46

14:36

20:25

 

8 มิถุนายน

08:42

14:32

20:21

 

9 มิถุนายน

08:38

14:28

20:17

 

10 มิถุนายน

08:34

14:24

20:13

 

11 มิถุนายน

08:30

14:19

20:09

 

12 มิถุนายน

08:26

14:15

20:05

 

13 มิถุนายน

08:22

14:11

20:01

 

14 มิถุนายน

08:18

14:07

19:57

 

15 มิถุนายน

08:14

14:03

19:53

 

16 มิถุนายน

08:09

13:59

19:49

 

17 มิถุนายน

08:05

13:55

19:45

 

18 มิถุนายน

08:01

13:51

19:41

 

19 มิถุนายน

07:57

13:47

19:37

 

20 มิถุนายน

07:53

13:43

19:33

 

21 มิถุนายน

07:49

13:39

19:29

 

22 มิถุนายน

07:45

13:35

19:24

 

23 มิถุนายน

07:41

13:31

19:20

 

24 มิถุนายน

07:37

13:27

19:16

 

25 มิถุนายน

07:33

13:23

19:12

 

26 มิถุนายน

07:29

13:19

19:08

 

27 มิถุนายน

07:25

13:15

19:04

 

28 มิถุนายน

07:21

13:11

19:00

 

29 มิถุนายน

07:17

13:07

18:56

 

30 มิถุนายน

07:13

13:03

18:52

 

* สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวเสาร์ในช่วงเดือนมิถุนายนมีค่าประมาณ 0.64

 

ดาวพุธ

        สำหรับผู้ที่รอคอยชมดาวเคราะห์ดวงที่เล็กที่สุด และอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในช่วงเดือนมิถุนายนนี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในช่วงหัวค่ำตลอดทั้งเดือน เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวดาวพุธกำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ตำแหน่งที่ดาวพุธอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด (Greatest Eastern Elongation) สามารถมองเห็นได้ในวันที่ 13 มิถุนายน 2556 (ดูรูปที่ 15 เพื่อความเข้าใจ

        ซึ่งหากผู้สังเกตใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กส่องดูดาวพุธจะเห็นเฟสของดาวพุธปรากฏดัง รูปที่ 12 

 

รูปที่ 15 แสดงตำแหน่งของดาวพุธที่ห่างดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด และตำแหน่งที่ดาวพุธห่างดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันตกมากที่สุด (ไม่ใช่อัตราส่วนจริง)

 

ตารางที่ 4 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวพุธ ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 มิถุนายน

00:18

06:51

13:24

 

2 มิถุนายน

00:21

06:54

13:27

 

3 มิถุนายน

00:24

06:57

13:29

 

4 มิถุนายน

00:27

06:59

13:32

 

5 มิถุนายน

00:29

07:01

13:34

 

6 มิถุนายน

00:31

07:03

13:35

 

7 มิถุนายน

00:33

07:05

13:37

 

8 มิถุนายน

00:35

07:07

13:38

 

9 มิถุนายน

00:37

07:08

13:39

 

10 มิถุนายน

00:38

07:09

13:39

 

11 มิถุนายน

00:39

07:09

13:39

 

12 มิถุนายน

00:40

07:10

13:39

 

13 มิถุนายน

00:41

07:10

13:39

 

14 มิถุนายน

00:41

07:10

13:38

 

15 มิถุนายน

00:41

07:09

13:38

 

16 มิถุนายน

00:41

07:09

13:36

 

17 มิถุนายน

00:40

07:08

13:35

 

18 มิถุนายน

00:39

07:06

13:33

 

19 มิถุนายน

00:38

07:05

13:31

 

20 มิถุนายน

00:36

07:03

13:28

 

21 มิถุนายน

00:35

07:00

13:26

 

22 มิถุนายน

00:33

06:58

13:23

 

23 มิถุนายน

00:30

06:55

13:19

 

24 มิถุนายน

00:27

06:52

13:16

 

25 มิถุนายน

00:24

06:48

13:12

 

26 มิถุนายน

00:21

06:44

13:07

 

27 มิถุนายน

00:17

06:40

13:03

 

28 มิถุนายน

00:13

06:35

12:58

 

29 มิถุนายน

00:08

06:31

12:53

 

30 มิถุนายน

00:04

06:26

12:47

 

* สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวพุธในช่วงเดือนมิถุนายนมีค่าประมาณ 0.98

 

ดาวศุกร์

        ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีความสว่างปรากฏบนท้องฟ้าของเรามากที่สุดเป็นอำดับ 1 สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้ง่าย ซึ่งในการสังเกตดาวศุกร์จะสามารถมองเห็นได้เฉพาะในเวลาเช้ามืดหรือหัวค่ำเท่านั้น ถ้าดาวศุกร์ปรากฏท้องฟ้าช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเราจะ เรียกว่าดาวประจำเมืองและหากดาวศุกร์ปรากฏท้องฟ้าช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออก เรียกว่าดาวประกายพรึกหรือดาวรุ่ง

        มนุษย์ได้ให้ความสนใจดาวศุกร์มาเป็นเวลาช้านานแล้ว และความรู้ที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยยุคของบรรบุรุษได้เวลาผลิดอกออกผล มนุษย์ยุคใหม่ได้นำความรู้เหล่านี้มาพัฒนาจนสามารถบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้เป็นผลสำเร็จและได้ส่งสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ไปสำรวจยังดวงดาวต่าง ในระบบสุริยะของเรา มีทั้งที่ถูกส่งไปโคจรรอบดาว และที่ลงไปจอดบนดาวเพื่อสำรวจข้อมูลทางธรณีวิทยาของดาว และดาวศุกร์ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่มนุษย์ส่งยานอวกาศไปศึกษา จนถึง ปัจจุบันได้มีการส่งยานไปสำรวจดาวศุกร์แล้วทั้งหมด 9 ลำ ดังตารางที่ 5 นี้

 

ตารางที่ 5 ยานอวกาศที่ถูกส่งขึ้นไปสำรวจดาวศุกร์ มีด้วยกันหลายลำได้แก่

ลำดับที่

ชื่อยานอวกาศ

วันที่ส่งขึ้นไป

หมายเหตุ

1

  ยานอวกาศมาริเนอร์ 2

  14 ธันวาคม พ.ศ. 2505

 

2

  ยานอวกาศเวเนรา 4

  18 ตุลาคม พ.ศ. 2510

 

3

  ยานอวกาศเวเนรา 7

  15 ธันวาคม พ.ศ. 2513

 

4

  ยานอวกาศมาริเนอร์ 10

  5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517

 

5

  ยานอวกาศเวเนรา 9

  23 ตุลาคม พ.ศ. 2518

 

6

  ยานอวกาศเวเนรา 15

  10 ตุลาคม พ.ศ. 2526

 

7

  ยานอวกาศไพโอเนียร์-วีนัส 2

  9 ธันวาคม พ.ศ. 2521

 

8

  ยานอวกาศแมกเจลแลน

  10 สิงหาคม พ.ศ. 2533

 

9

  ยานอวกาศวีนัสเอ็กซ์เพรส

  9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548

 

 

ตารางที่ 6 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวศุกร์ ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 มิถุนายน

00:04

06:35

13:05

 

2 มิถุนายน

00:05

06:36

13:07

 

3 มิถุนายน

00:07

06:37

13:08

 

4 มิถุนายน

00:08

06:39

13:10

 

5 มิถุนายน

00:09

06:40

13:11

 

6 มิถุนายน

00:11

06:42

13:13

 

7 มิถุนายน

00:12

06:43

13:14

 

8 มิถุนายน

00:14

06:45

13:15

 

9 มิถุนายน

00:15

06:46

13:17

 

10 มิถุนายน

00:17

06:47

13:18

 

11 มิถุนายน

00:18

06:49

13:19

 

12 มิถุนายน

00:20

06:50

13:21

 

13 มิถุนายน

00:21

06:52

13:22

 

14 มิถุนายน

00:23

06:53

13:23

 

15 มิถุนายน

00:24

06:54

13:25

 

16 มิถุนายน

00:26

06:56

13:26

 

17 มิถุนายน

00:27

06:57

13:27

 

18 มิถุนายน

00:29

06:58

13:28

 

19 มิถุนายน

00:30

07:00

13:29

 

20 มิถุนายน

00:32

07:01

13:30

 

21 มิถุนายน

00:33

07:02

13:31

 

22 มิถุนายน

00:35

07:04

13:32

 

23 มิถุนายน

00:36

07:05

13:33

 

24 มิถุนายน

00:38

07:06

13:34

 

25 มิถุนายน

00:39

07:07

13:35

 

26 มิถุนายน

00:41

07:09

13:36

 

27 มิถุนายน

00:42

07:10

13:37

 

28 มิถุนายน

00:44

07:11

13:38

 

29 มิถุนายน

00:45

07:12

13:39

 

30 มิถุนายน

00:47

07:13

13:40

 

* สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวศุกร์ในช่วงเดือนมิถุนายนมีค่าประมาณ -3.33

 

ดาวอังคาร

        ดาวอังคารถือว่าเป็นดาวเคราะห์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ทั้งหมด และมีการศึกษามากที่สุด เช่นการศึกษาน้ำที่มีอยู่บนดวงอังคาร ความเป็นไปได้ซึ่งการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนเมื่อครั้งอดีต และพยายามค้นหาโมเลกุลของสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งมนุษยชาติได้ทุ่มทุนมหาศาลสร้างสิ่งประดิษฐ์เพื่อส่งไปศึกษาดาวอังคารอย่างต่อเนื่อง ถึง เวลาปัจจุบันนี้มนุษย์ได้ส่งยานอวกาศขึ้นไปสำรวจดวงอังคารแล้วมากกว่า 36 ลำ 

        สำหรับในช่วงเดือนมิถุนายนผู้ที่ต้องการสังเกตการณ์ดาวอังคารด้วยตาเปล่าคงจะทำได้อยากมาก เนื่องจากดาวอังคารอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 10 องศา (หรือประมาณหนึ่งกำปั้น) โดยดาวอังคารจะปรากฏจากทางด้านขอบฟ้าทิศตะวันออกก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นประมาณ 40 นาที จึนทำให้เราสังเกตเห็นดาวอังคารได้อยาก

 

ตารางที่ 7 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวอังคาร ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 มิถุนายน

22:12

04:38

11:03

 

2 มิถุนายน

22:11

04:37

11:02

 

3 มิถุนายน

22:10

04:36

11:02

 

4 มิถุนายน

22:08

04:35

11:01

 

5 มิถุนายน

22:07

04:34

11:00

 

6 มิถุนายน

22:06

04:33

10:59

 

7 มิถุนายน

22:05

04:32

10:59

 

8 มิถุนายน

22:04

04:31

10:58

 

9 มิถุนายน

22:03

04:30

10:57

 

10 มิถุนายน

22:02

04:29

10:56

 

11 มิถุนายน

22:01

04:28

10:55

 

12 มิถุนายน

21:59

04:28

10:55

 

13 มิถุนายน

21:58

04:27

10:54

 

14 มิถุนายน

21:57

04:26

10:53

 

15 มิถุนายน

21:56

04:25

10:52

 

16 มิถุนายน

21:55

04:24

10:51

 

17 มิถุนายน

21:54

04:23

10:51

 

18 มิถุนายน

21:53

04:22

10:50

 

19 มิถุนายน

21:52

04:21

10:49

 

20 มิถุนายน

21:51

04:20

10:48

 

21 มิถุนายน

21:50

04:19

10:47

 

22 มิถุนายน

21:49

04:18

10:46

 

23 มิถุนายน

21:48

04:17

10:46

 

24 มิถุนายน

21:47

04:16

10:45

 

25 มิถุนายน

21:46

04:15

10:44

 

26 มิถุนายน

21:45

04:14

10:43

 

27 มิถุนายน

21:43

04:13

10:42

 

28 มิถุนายน

21:42

04:12

10:41

 

29 มิถุนายน

21:41

04:11

10:40

 

30 มิถุนายน

21:40

04:10

10:40

 

* สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวอังคารในช่วงเดือนมิถุนายนมีค่าประมาณ 1.62

 

 

        สำหรับเดือนนี้คงจบเท่านี้ก่อนไว้พบกันใหม่ในเดือนกรกฎาคม ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการดูดาวครับ

 

ความสุขของคนดูดาว คือ การที่ได้เฝ้ามองท้องฟ้าอันสวยงาม

 

กรกมล ศรีบุญเรือง

เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Additional information