ท้องฟ้าในเดือนมกราคม

Share

ท้องฟ้าในเดือนมกราคม 2557

 

 

        ในช่วงเดือนมกราคมนี้เป็นช่วงที่มีสภาพอากาศแห้งทำให้ท้องฟ้าไม่มีเมฆ และฝนตก ซึ่งเหมาะสำหรับการดูดาวเป็นอย่างมากอีกเดือนหนึ่ง รวมทั้งมีความกดอากาศสูงที่แผ่มาจากประเทศจีนช่วยให้ดันความกดอากาศต่ำจากทะเลให้ลงไปอยู่ในแถบเส้นศูนย์สูตร

        ทั้งนี้กลุ่มดาวที่ผู้สังเกตการณ์สามารถมองเห็นได้ในช่วงหัวค่ำ ซึ่งจะเห็นกลุ่มดาวปู ที่กำลังขึ้นจากทางทิศตะวันออก กลุ่มดาวสนุขใหญ่ กลุ่มดาวสนุขเล็ก กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวคนคู่ กลุ่มดาววัว กลุ่มดาวสารถี กลุ่มดาวเพอร์เซอุส กลุ่มดาวค้างคาว กลุ่มดาวแอนโดเมดา กลุ่มดาวม้าปีก และถ้าหากลองมาลากเส้นสมมุติจากดาวซีเรียส (ดาวฤกษที่สว่างที่สุดในท้องฟ้าในช่วงเวลากลางคืน) ในกลุ่มดาวหมาใหญ่ ไปยังดาวโพรไซออนที่อยู่ในกลุ่มดาวหมาเล็ก ลากต่อไปยังดาวไรเจลที่อยู่ในกลุ่มดาวนายพราน แล้วลากต่อไปยังดาวอัลเดบาแรนในกลุ่มดาววัว และสุดท้ายลากไปที่ดาวคาเพลลาในกลุ่มดาวสารถี เราก็จะได้เป็นรูปหกเหลี่ยม ซึ่งรูปหกเหลี่ยมดังกล่าวถูกเรียกว่าหกเหลี่ยมฤดูหนาวตามแผนที่ดาวด้านล่าง

 

กลุ่มดาวในช่วงเดือนมกราคม

        กลุ่มดาวที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงหัวค่ำ กลุ่มดาวสนุขใหญ่ กลุ่มดาวสนัขเล็ก กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวคนคู่ กลุ่มดาววัว กลุ่มดาวสารถี กลุ่มดาวเพอร์เซอุส กลุ่มดาวค้างคาว กลุ่มดาวแอนโดเมดา กลุ่มดาวม้าปีก กลุ่มดาวหงส์ กลุ่มดาวนกอินทรี กลุ่มดาวนกฟินิกส์ กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวแม่น้ำ กลุ่มดาวกระต่ายป่า กลุ่มดาวปลาคู่ กลุ่มดาวแกะ กลุ่มดาวมกร กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ กลุ่มดาวปลาโลมา กลุ่มดาวปลาทางใต้ กลุ่มดาวนกกระเรียน กลุ่มดาววัว

 

รูปที่ 1 ท้องฟ้าในเดือนมกราคมเวลา 20:00 .

 

       หลังจากที่สามเหลี่ยมฤดูหนาวโผล่พ้นจากขอบฟ้าไปขึ้นมาแล้วเรายังสามารถสังเกตกลุ่มดาวเรียงเด่นได้อีกกลุ่มหนึ่งนั่นก็คือหกเหลี่ยมฤดูหนาวซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับสามเหลี่ยมฤดูหนาว โดยผู้สังเกตสามารถลากเส้นสมมุติต่อกันระหว่างดาวทั้ง 6 ดวง ซึ่งประกอบด้วยดาว ดาวซีเรียส ในกลุ่มดาวหมาใหญ่ ดาวไรเจล ในกลุ่มดาวนายพราน ดาวอัลดีบาแรน ในกลุ่มดาววัว ดาวคาเพลลา ในกลุ่มดาวสารถี ดาวโพรไซออน ในกลุ่มดาวหมาเล็ก และดาวพอลลักซ์ ในกลุ่มดาวคนคู่ แล้วลากเส้นต่อมายังดาวซีเรียส ในกลุ่มดาวหมาใหญ่อีกครั้งเราก็จะได้หกเหลี่ยมฤดูหนาว (ผู้สังเกตสามารถเริ่มลากจากดาวดวงไหนก่อนก็ได้ใน 6 ดวงนี้ ซึ่งจะลากกวนตามเข็มนาฬิกาหรือทวนนาฬิกาก็ได้แล้วแต่ความถนัด)

        ในช่วงหัวค่ำเรายังสามารถสังเกตเห็นสามเหลี่ยมฤดูร้อนอยู่ทางขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ถึงเวลาเกือบ 3 ทุ่ม

 

เรื่องเล่ากลุ่มดาว

        ในเดือนนี้จะขอเล่าประวัติของกลุ่มดาวที่มีอายุยาวนานที่สุดในโลกเท่าที่มีการสังเกตการณ์ท้องฟ้ามานั้นคือกลุ่มดาววัว เป็นกลุ่มดาวที่สังเกตเห็นได้ง่าย มีดาวฤกษ์เรียงกันเป็นรูปตัววี เป็นกลุ่มดาวทางซีกฟ้าเหนือ ในกลุ่มดาววัวจะมีดาวฤกษ์สีส้มแดงสว่างที่สุดอยู่หนึ่งดวง ซึ่งตามตำนานเล่าว่า มันเป็นตาขวาของวัว ชื่อว่า ดาวอัลดิบาแรน หรือ ดาวโรหิณี (ความสว่าง 0.85) มีความหมายว่า ผู้ติดตาม เพราะดาวดวงนี้อยู่ตามหลังกลุ่มดาวลูกไก่ ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 15 องศา จะเป็นกระจุกดาวเปิด ที่มีชื่อว่า กระจุกดาวลูกไก่ หรือ ดาวเจ็ดสาวพี่น้องตามนิทานของกรีก ซึ่งประกอบด้วยดาวฤกษ์นับร้อยดวง แต่สามารถเห็นชัดได้ด้วยตาเปล่าเป็นดาวสว่างมาก 6 ดวงและสว่างน้อย 1 ดวง ซึ่งดาวที่สว่างที่สุดในกระจุกดาวนี้เป็นดาวฤกษ์สว่างสีขาว ชื่อว่า ดาวอัลซีโอเน

 

กลุ่มดาววัว หรือวัวแห่งสวรรค์

        เป็นกลุ่มดาวโบราณกลุ่มหนึ่งเท่าที่มนุษย์มีการบันทึกการสังเกตไว้ และยังเป็นกลุ่มดาวที่เก่าแก่ที่สุดของกลุ่มดาวทั้งหมด หลายท่านคงรู้จักกลุ่มดาววัวในฐานะหนึ่งในกลุ่มดาว 12 ราศี ซึ่งเป็นเส้นทางที่ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ โดยจะปรากฏขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางทิศเหนือ คนไทยโบราณเรียกกลุ่มดาววัวนี้ว่า ดาวไม้ค้ำเกวียน หรือ ดาวธง กลุ่มดาววัวยังอยู่ในเส้นทางที่ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ผ่านใน 1 รอบ โดยดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาววัวระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม ถึง 21 มิถุนายน ของทุกๆ ปี

 

รูปที่ 2 ภาพวาดกลุ่มดาววัว

 

        กลุ่มดาววัวเป็นกลุ่มดาวทางซีกฟ้าเหนือจะปรากฏทางขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากทิศตะวันออกไปประมาณ 15 องศา ในช่วงฤดูหนาว และเป็นกลุ่มดาวที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย มีดาวฤกษ์เรียงกันเป็นรูปคล้ายตัววี “V” คนไทยสมัยก่อนเรียกชื่อกลุ่มดาววัวนี้ต่างกันออกไปตามแต่ละท้องที่ เช่น ดาวไม้ค้ำเกวียน จมูกม้า ดาวธง ดาวคางหมู และดาวค่าง

        ชื่อภาษาล้านนาว่า ดาวค่าง หรือดาวกระจม ประกอบด้วยดาวจำนวน 5 ดวง

        ชื่อในภาษาไทยกลางว่า ดาวจมูกม้า หรือ ดาวกระจม (มงกุฎ) ประกอบด้วยดาวจำนวน 7 ดวง เรียงกันเป็นรูปมงกุฏ

        ในกลุ่มดาววัวมีดาวฤกษ์ และวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจอยู่หลายวัตถุ เช่นดาวฤกษ์ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มดาวนี้เป็นดาวฤกษ์ที่มีสีส้มแดงสว่างที่สุดดวงหนึ่งบนท้องฟ้า มีชื่อเรียกตามสากลว่าดาวอัลฟา เทารี (Alpha Tauri) จัดเป็นดาวฤกษ์ที่มีความสว่างปรากฏเป็นลำดับที่ 13 ของบรรดาดาวฤกษ์ทั้งหมดที่ปรากฏบนท้องฟ้า และมีชื่อเฉพาะเรียกกันว่าดาวอัลดีบาแรน (Aldebaran) ซึ่งเป็นภาษาอาหรับมีความหมายว่าผู้ติดตามทั้งนี้เนื่องจากดาวอัลดิบาแรนจะขึ้นตามหลังกระจุกดาวลูกไก่เสมอ ดาวดาวนี้มีชื่อในภาษาไทยด้วยคนไทยเรียกว่า ดาวนี้ว่าดาวโรหิณีหรือดาวพราหมณีคำว่าโรหิณี (Rohini)” เป็นคำที่มาจากภาษาฮินดู มีความหมายว่าสิ่งที่มีสีแดงซึ่งตรงกับลักษณะปรากฏของดาวอัลดีบาแรนที่เป็นดาวฤกษ์สีแดงที่มีความสว่างมาก ในการกำหนดตามกลุ่มดาวในแผนที่ดาวสากล ดาวดวงนี้เป็นส่วนตาของวัว

        ดาวอัลดีบาแรนยังมีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมความเชื่อที่ว่า เป็นเทพเจ้าแห่งฝนและเป็นผู้นำความชุ่มชื้นสู่พื้นดินของชาวเปอร์เซียโบราณ ซึ่งเป็นดาวหนึ่งใน 4 ดวง ของดาวที่ยิ่งใหญ่ (Royal Stars)” โดยดาวอีก 3 ดวง คือ ดาวแอนทาเรส (Antares) ดาวเรกูลัส (Regulus) และดาวฟอมาลฮอท์ (Fomalhaut) 

        ทางดาราศาสตร์ดาวอัลดีบาแรนจัดว่าเป็นดาวฤกษ์ประเภทดาวยักษ์แดง มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ ประมาณ 38 เท่า สว่างกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 125 เท่า ห่างจากโลกประมาณ 68 ปีแสง หรือประมาณ 644 ล้านล้านกิโลเมตร 

 

รูปที่ 3 แสดงการเปรียบเทียบขนาดระหว่างดาวอัลดีบาแรนกับดวงอาทิตย์

 

        ถ้าเราสามารถนำดาวอัลดีบาแรนกับดวงอาทิตย์มาวางเทียบข้างๆ กัน จะเห็นได้ว่าขนาดของดาวอัลดีบาแรนใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเรามาก โดยดาวอัลดีบาแรนมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าของดวงอาทิตย์ถึง 38 เท่า หรือถ้าเรานำดวงอาทิตย์มาเรียงต่อกัน 38 ดวง จะเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของดาวดาวอัลดีบาแรนนั้นเอง

 

รูปที่ 4 แสดงตำแหน่งดาวในกลุ่มดาววัว

 

ตารางที่ 1 แสดงชื่อดาวและรายละเอียดของดาวในกลุ่มดาววัวที่สำคัญ

ชื่อดาว

  ค่าความสว่าง  

ปรากฏ

  ค่าความสว่าง  

สัมบูรณ์

       ชื่อเฉพราะ       

   ชื่ออ่านภาษาไทย   

   ชื่อสามัญ   

   ชื่อในภาษาไทย   

Aldebaran

อัลดีบาแรน

αCMa

ดาวตาวัว

0.87

−0.63

Alnath

อัลแนธ

βTau

 

1.65

−1.37

Alcyone A

อัลไซโอเน่

ηTau

 

2.85

−2.41

Tien Kwan

เทียน ควาน

ζTau

 

2.97

−2.56

Theta Tauri

ธีต้า เทารี

θ2Tau

 

3.40

0.10

Elthor

แอลธอร์

λTau

           

3.41

−1.87

Ain

เออิน

εTau

 

3.53

0.15

Hyadum I

ไฮอาดัม 1

γTau

 

3.65

0.28

Hyadum II

ไฮอาดัม 2

δ1Tau

 

3.77

0.41

 

        ดาวเบต้า เทารี (Beta Tauri) เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างเป็นลำดับที่ 2 ในกลุ่มดาววัว ดาวดวงนี้มีชื่อในภาษาอาหรับว่าดาวแอล แนธ (El Nath) หรือ ดาวอัลแนธ (Alnath) ซึ่งมีความหมายว่ากำลังขวิด (Butting)” ซึ่งดาวแอลแนธเป็นดวงที่อยู่ปลายเขา ด้านบนของกลุ่มดาววัว แต่เดิมดาวแอลแนธเป็นชื่อดาวที่ใช้กับกลุ่มดาวแกะ แต่ถูกย้ายไปใช้ในกลุ่มดาววัวโดยไม่ได้ตั้งใจจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งถูกบิดเบือนโดยผู้คัดลอกและนักวิชาการรุ่นต่อรุ่น ทำให้ชื่อของดาวถูกเปลี่ยนมาจนถึงปัจจุบัน

        ดาวแอล แนธเป็นดาวฤกษ์ที่มีสเปกตรัมชนิด B ซึ่งดาวกำลังวิวัฒนาเป็นยักษ์แดง อยู่ห่างจากโลกเราไปประมาณ 131 ปีแสง

        ในกลุ่มดาววัวยังมีดาวหลายที่มีความโดดเด่น เช่น ดาวเซต้า เทารี (Zeta Tauri) เป็นยักษ์สีฟ้าสีขาวมีองค์ประกอบหลัก คือ มีความสว่างมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ของเราแล้ว ดาวเซต้า เทารี จะสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 5,700 เท่า ดาวดวงนี้ยังเป็นระบบดาวคู่ ซึ่งอยู่ห่างจากโลกเราไปประมาณ 417 ปีแสง

        ดาวแลมบ์ดา เทารี (Lambda Tauri : λ Tau) หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า แอลธอร์ (Elthor) แปลว่าวัว (The bull)” ซึ่งนี้ดวงนี้เป็นระบบดาวสาม

        ในหนังสือคาเลนดาเรียม (Calendarium) ของ อัล Achsasi อัล โมฮัมหมัด (Al Achsasi Al Mouakket) ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ ภายในหนังสือเล่มนี้มีบันทึกรายการชื่อของดาวฤกษ์ต่าง และดาวดวงนี้ได้รับการการตั้งชื่อว่าซาดร์ อัล เทารี (Sadr al Tauri)” ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาละตินว่า เพคตทัส เทารี (Pectus Tauri) ซึ่งมีความหมายว่าหน้าอกวัวในปี .. 2391 (.. 1848) มีการค้นพบว่าแสงจากระบบดาวนี้ มีความแตกต่างกันเป็นระยะ และจากการศึกษาพบว่าระบบดาวดังกล่าวเป็นระบบดาวคู่อุปราคา (Eclipsing Binary) ภายในระบบประกอบด้วยดาวฤกษ์ 3 ดวง ดาวฤกษ์หลัก (แลมบ์ดา เทารี เอ) ของระบบดาวนี้เป็นดาวแคระสีฟ้าสีขาว ดาวฤกษ์รอง (แลมบ์ดา เทารี บี) เป็นดาวฤกษ์ยักษ์เล็กสีขาว และดวงสุดท้ายดาวแลมบ์ดา เทารี ซี เป็นดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์แต่มีขนาดเล็กกว่า ระยะทางของระบบนี้อยู่ห่างออกจากโลกไปประมาณ 480 ปีแสง

 

รูปที่ 5 เปรียบเทียบขนาดของดาวภายในระบบแอลธอร์กับขนาดของดวงอาทิตย์

 

        ดาวแอ็บซิลอน เทารี (Epsilon Tauri : ε Tau) ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ (Ain) ซึ่งมาความหมายว่าตาและโอคูลัส โบเรียลีส (Oculus Borealis) “ตาด้านเหนือเป็นดาวยักษ์สีส้ม อยู่ห่างจากโลกไป 147 แสงปี 

        ดาวแกมมา เทารี (Gamma Tauri : γ Tau) หรือไฮอดัม (Hyadum I) “ (first Hyad)” เป็นหนึ่งในสมาชิกของกระจุกดาวไฮอเดส อยู่ห่างจากโลกไป 154 แสงปี

        ดาวไค เทารี (Xi Tauri : ξ Tau) เป็นระบบดาวสามดาวอีกระบบหนึ่งในกลุ่มดาววัว ดาวมีชื่อเฉพาะว่า ยูชาคารอน (Ushakaron และ Yshakaron) เป็นภาษาอัคคาเดียหมายถึง “Exacter of Justice and Retribution” หรือผู้ล้างแค้น (The Avenger)” หรือแก้ตัว (The Vindicator)”

        ดาวไค เทารี เป็นระบบดาวคู่แลลสเปกโทรสโกปิก และ ดาวอุปราคาสามดวง ในระบดาวนี้ประกอบด้วยดาวสีฟ้าสีขาวทั้ง 3 ดวง มีประเภทของสเปกตรัมชนิด B และเป็นดาวฤกษ์ที่บนในแถบลำดับหลัก 

        ระบบดาวนี้ภายในระบบดาวนี้ประกอบด้วยดาวคู่ที่วงโคจรใกล้ชิดกันมาก ด้วยใช้เวลาโคจรรอบซึ่งกันและกันประมาณ 7.15 วัน และดาวคู่นี้ยังโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงที่สามใช้เวลาโคจรรอบ 145 วัน ความสว่างปรากฏเฉลี่ยของระบบดาวมีค่า 3.73 แต่เนื่องจากว่าดาวอุปราคาอีกดวงหนึ่งในระหว่างวงโคจร ทำให้มีความสว่างแตกต่างกันจาก 3.70 ถึง 3.79 ระบบดาวนี้อยู่ห่างจากโลกไป 222 ปีแสง

        ส่วนทางทิศตะวันตกดาวที่สว่างสดใสของสามเหลี่ยมฤดูร้อนจะหายลับไปอย่างช้าๆ เมื่อกลุ่มดาวในช่วงฤดูร้อนลาลับขอบฟ้าไป กลุ่มดาวที่สดใสของฤดูหนาวจะเริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก ซึ่งในช่วงเดือนมกราคมเป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะดูกลุ่มดาวฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี

        ซึ่งกลุ่มดาววัวเป็นกลุ่มดาวแรกที่โผล่พ้นขอบฟ้าออกมา กลุ่มดาวนี้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนที่ชื่นชมความสวยงามของท้องฟ้ายามในค่ำคืน โดยที่ไม่ต้องอาศัยกล้องโทรทรรศน์ช่วย ในกลุ่มดาววัวยังมีวัตถุที่มีความโดดเด่น ที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ถึง 2 วัตถุ คือ กระจุกดาวลูกไก่ และกระจุกดาวไฮยาเดส 

 

รูปที่ 6 แสดงกระจุกดาวลูกไก่ และกระจุกดาวไฮยาเดส

ภาพถ่ายโดย Alson Wong

 

        กระจุกดาวลูกไก่ หรือเรียกตามบัญชีรายชื่อวัตถุเมซิเยลำดับที่ 45 (M45) เป็นกระจุกดาวเปิดที่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวในกระจุกดาวลูกไก่นี้ประมาณ 6 – 7 ดวง และถ้าใช้กล้องสองตาช่วยในการสังเกตก็จะเห็นดาวเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วในกระจุกดาวลูกไก่มีดาวฤกษ์อยู่รวมกลุ่มกันมากกว่า 200 ดวง ดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ยังเป็นดาวที่มีอายุน้อย ประมาณ 60 ล้านปี เป็นระยะเวลาที่น้อยมากสำหรับดาวฤกษ์ที่อยู่ในกระจุกดาวลูกไก่เมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ ในเอกภพ 

 

รูปที่ 7 แสดงตำแหน่งดาวในกระจุกดาวลูกไก่

 

อักษร

ไทย

รหัส

ความสว่าง

Alcyone

อัลไซโอนี

Eta (25) Tauri

2.86

Atlas

แอทลัส

27 Tauri

3.62

Electra

อิเลกตรา

17 Tauri

3.70

Maia

เมอา

20 Tauri

3.86

Merope

ไมโอพี

23 Tauri

4.17

Taygeta

เทย์จิตา

23 Tauri

4.29

Pleione

ไพลโอนี

28 Tauri (BU Tauri)

5.09 (แปรแสง)

Celaeno

ซีลีโน

16 Tauri

5.44

Asterope

แอสทีโอพี

21 Tauri

5.64

Sterope

สเทรโอพี

22 Tauri

6.41

 

        กระจุกดาวไฮยาเดส (Hyades) หรือวัตถุคาลด์เวลล์ ลำดับที่ 41 (C41) เป็นกระจุกดาวเปิดจริง อยู่ห่างจากโลกไป 151 ปีแสง อยู่ใกล้กว่ากระจุกดาวลูกไก่ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำกระจุกดาวไฮยาเดสมีขนาดปรากฏขนาดใหญ่ จริงๆ แล้วภายในกระจุกดาวไฮยาเดสมีดาวมากกว่า 300 – 400 ดาว แต่เราสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเพียงแค่ไม่กี่สิบดวง และถ้ามองผ่านกล้องสองตาจะเห็นดาวมากกว่า 100 ดาว โดยความบังเอิญในบริเวณกระจุกดาวไฮยาเดสจะเห็นดาวอัลดีบาจะปรากฏเป็นสมาชิกของกระจุกดาวไฮยาเดสด้วย แท้ที่จริงแล้วดาวอัลดีบาแรนไม่ได้เป็นสมาชิกของกระจุกดาวไฮยาเดส ซึ่งดาวอัลดีบาแรนอยู่ใกล้โลกเพียง 65 ปีแสง ระยะทางทำให้ดาวอัลดีบาแรนมีความโดดเด่นกว่าดาวดวงอื่นในกระจุกดาวไฮยาเดส

 

รูปที่ 8 แสดงกระจุกดาวไฮยาเดส

 

        อีกหนึ่งวัตถุที่สำคัญในกลุ่มดาวนี้คือเนบิวลาปู หรือเรียกตามบัญชีรายชื่อวัตถุท้องฟ้าเมซิเยลำดับที่ 1 (M1) เนบิวลาปู เป็นซากของดาวฤกษ์ที่ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา ซึ่งมีการบันทึกไว้เมื่อปี .. 1597 (.. 1054) โดยนักดาราศาสตร์ชาวจีน ชาวญี่ปุ่น ชาวอินเดียและชาวอาหรับ ส่วนตัวเนบิวลาถูกสังเกตพบครั้งแรกโดย จอห์น เบวิส (John Bevis) ในปี .. 2271 และเนบิวลาปูถูกค้นพบอีกครั้งหนึ่งในปี .. 2301 โดย ชาลส์ เมซิเย (Charles Messier) ซึ่งค้นพบวัตถุประหลาดมีลักษณะคล้ายดาวหาง และได้บันทึกวัตถุดังกล่าวไว้เป็นลำดับแรกในบัญชีรายชื่อวัตถุท้องฟ้าเมซิเย ต่อมาในปี .. 2391 (..1848) วิลเลียม พาร์สันส์ (William Parsons) เอิร์ลแห่งรอสซ์ที่ 3 ได้สังเกตเนบิวลาที่ปราสาทเบอร์ (Birr Castle) และเรียกเนบิวลาดังกล่าวว่าเนบิวลาปู (Crab Nebula)” เนื่องจากเนบิวลาที่พาร์สันส์วาดนั้นมีรูปร่างคล้ายปู

 

รูปที่ 9 แสดงภาพวาดเนบิวลาปูที่วาดโดย วิลเลียม พาร์สันส์

 

        จากการวิเคราะห์บันทึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์ พบว่าซูเปอร์โนวาเริ่มปรากฏขึ้นในช่วงเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม และในช่วงเดือนกรกฎาคมเนบิวลาปูมีค่าความสว่างเพิ่มขึ้นสูงสุดระหว่าง -7 และ -4.5 (ซึ่งมีความสว่างกว่าวัตถุต่างๆ บนท้องฟ้ากลางคืนยกเว้นดวงจันทร์) ซูเปอร์โนวานี้ยังสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นเวลานานกว่าสองปีนับจากการสังเกตครั้งแรก และเนื่องจากการบันทึกการสังเกตของนักดาราศาสตร์ชาวจีน ชาวญี่ปุ่น ชาวอินเดียและชาวอาหรับ เนบิวลาปูจึงเป็นวัตถุทางดาราศาสตร์วัตถุแรกที่ได้รับรองว่ามีความเชื่อมโยงกับซูเปอร์โนวา

 

ตารางที่ 2 แสดงปรากฏการณ์ในเดือนมกราคม 2557

วันที่ เดือน

เวลา (น.)

เหตุการณ์

1

18:15

- จันทร์ดับ

2

19:14

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวศุกร์ 1.73 องศา

 

04:00

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบเดือน (ระยะทาง 356,945 กิโลเมตร)

3

07:24

- ดาวอังคารอยู่ที่จุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุด (ประมาณ 1.67 AU)

4

18:59

- โลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในรอบปี (ประมาณ 0.98 AU)

5

 

- ฝนดาวตกควอดรานติดส์ อัตราการตกเฉลี่ย 80 ดวงต่อชั่วโมง

6

04:01

- ดาวพฤหัสบดีอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์

9

10:41

- จันทร์กึ่งแรก

11

19:19

- ดาวศุกร์อยู่ที่ตำแหน่งร่วมทิศแนววงใน

12

19:00

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอัลดีบาแรน 3.13 องศา

15

21:17

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดี 6.87 องศา

16

08:53

- ดวงจันทร์อยู่ไกลโลกที่สุดในรอบเดือน (ระยะทาง 406,531 กิโลเมตร)

 

11:53

- จันทร์เพ็ญ

17

22:11

- ดวงจันทร์บังดาวอคูเบน (Acoben) ดูได้เฉพาะทางภาคเหนือ

18

21:36

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเรกูลัส 6.63 องศา

23

00:22

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอังคาร 5.67 องศา

24

00:22

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวสไปกา 4.55 องศา

 

08:34

- ดาวศุกร์อยู่ที่จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด (ประมาณ 0.72 AU)

 

12:20

- จันทร์กึ่งหลัง

25

02:14

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเสาร์ 3.85 องศา

27

04:16

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวแอนทาเรส 7.27 องศา

28

23:41

- ดาวเคราะห์เคียงดาว (ดาวอังคารกับดาวสไปกาอยู่ใกล้กัน 4.90องศา)

29

05:10

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวศุกร์ 3.11 องศา

30

06:19

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบเดือน (ระยะทาง 357,098 กิโลเมตร)

31

04:40

- จันทร์ดับ

 

16:06

- ดาวพุธทำมุมห่าง 18.4 องศาตะวันออก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ

ในวันที่ 2 มกราคม 2557 ช่วงหัวค่ำหลังจากดวงอาทิตย์ลับจากขอบฟ้าทางทิศตะวันตก จะเกิดปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน ซึ่งผู้สังเกตจะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์ (ขึ้น 2 ค่ำอยู่ใกล้ดาวศุกร์ประมาณ 1.73 องศา อยู่สูงจากขอบฟ้าทิศตะวันตกประมาณ 10 อาศา ผู้สังเกตจะเริ่มสังเกตปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนได้ตั้งแต่เวลา 18:15 ไปจนถึงเวลา 18:58 .

 

รูปที่ 10 ดวงจันทร์ในช่วง วันที่ 2 – 5 มกราคม

 

        ในวันที่ 15 มกราคม 2557 ช่วงเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ลับจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก จะเกิดปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน ซึ่งผู้สังเกตจะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์ (ขึ้น 14 ค่ำอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดี อยู่สูงจากขอบฟ้าทิศตะวันออกประมาณ 28 อาศา ผู้สังเกตจะเริ่มสังเกตปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนได้ตั้งแต่เวลา 19:20 ไปเช้ามือ

 

รูปที่ 11 ดวงจันทร์ในช่วง วันที่ 12 – 15 มกราคม

 

        ในวันที่ 26 มกราคม 2557 ช่วงเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ลับจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก จะเกิดปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน ซึ่งผู้สังเกตจะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์ (แรม 10 ค่ำใกล้ดาวเสาร์ โดยดวงจันทร์จะโผล่พ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่เวลา 02:02 . ผู้สังเกตจะเริ่มสังเกตปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนได้ไปจนถึงเช้ามืด

 

รูปที่ 12 ดวงจันทร์ในช่วง วันที่ 23 – 27 มกราคม

 

        ในวันที่ 29 มกราคม 2557 ช่วงเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก จะเกิดปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน ซึ่งผู้สังเกตจะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์ (แรม 13 ค่ำ) อยู่ใกล้ดาวศุกร์โดยดวงจันทร์จะโผล่พ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่เวลา 05:08 . ผู้สังเกตจะเริ่มสังเกตปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนได้ไปจนถึงเช้ามืด ซึ่งมีเวลาประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง ในการสังเกตก่อนที่ดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นจากขอบฟ้า

 

รูปที่ 13 ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เคียงเดือน วันที่ 29 มกราคม

 

ปรากฏการณ์ฝนดาวตกควอดรานติดส์ (Quadrantids meteor shower)

        ปรากฏการณ์ฝนดาวตกควอดรานติดส์ เป็นหนึ่งในฝนดาวตกที่น่าสนใจอีกปรากฏการณ์หนึ่ง ซึ่งเกิดจากเศษซากหลงเหลือของดาวเคราะห์น้อย 2003 อีเอช1 (Asteroid 2003 EH1) โดยมีศูนย์กลางการกระจายของดาวตกอยู่บริเวณกลุ่มดาวเครื่อมือเดินเรือ (Quadrans Muralis) ซึ่งกลุ่มดาวนี้ถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามตำแหน่งของศูนย์กลางการกระจายของดาวตกนี้ ได้อยู่ระหว่างกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ และกลุ่มดาวมกร ซึ่งเป็นกลุ่มดาวสมัยใหม่ โดยทั่วไปแล้วเราจะสังเกตเห็นแล้วฝนดาวตกนี้ได้หลังจากเวลาเที่ยงคืนจนถึงเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น

        ฝนดาวตกควอดรานติดส์ในปีนี้จะเกิดในช่วงวันที่ 28 ธันวาคม จนถึง 7 มกราคม โดยเวลาที่จะสามารถสังเกตดาวตกได้มากที่สุดคือ เวลา 03.30 . ถึง เช้ามืดของวันที่ซึ่งคาดว่าจะเกิดดาวตกมากถึง 40 ดวงต่อชั่วโมง

        ปรากฏการณ์ฝนดาวตกควอดรานติดส์ตั้งชื่อตามกลุ่มดาวควอดแดรนต์ มูราลิส หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากลุ่มดาวเครื่องมือเดินเรือ ซึ่งเป็นกลุ่มดาวในยุคเก่า ปัจจุบันได้ถูกตัดออกและกายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Boötes) และกลุ่มดาวมังกร (Draco) จุดกระจายดาวตกอยู่บริเวณตรงกลางระหว่างกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส คนเลี้ยงสัตว์ และมังกร ฝนดาวตกควอดรานติดส์มีจำนวนสูงสุดราววันที่ 3 – 4 มกราคม ของทุกปี ประเทศที่เห็นฝนดาวตกกลุ่มนี้ได้ดีที่สุดคือประเทศในละติจูดสูง ของซีกโลกเหนือ

 

ข้อมูลทั่วไปของฝนดาวตกควอดรานติดส์

        เกิดจากเศษซากของ                           ดาวเคราะห์น้อย 2003 อีเอช

        ศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตก    ระหว่างกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์และกลุ่มดาวมังกร

        ช่วงเวลาที่เกิด                                    28 ธันวาคม – 7 มกราคม

        ช่วงเวลาที่เกิดมากที่สุด                        คืนวันที่ 3 – 4 มกราคม

        คาดว่าจะเห็นดาวตกในอัตรา                40  ดวงต่อชั่วโมง

        ความเร็วของดาวตก                            41 กิโลเมตรต่อวินาที

 

ประวัติของฝนดาวตกควอดรานติดส์

        ฝนดาวตกควอดรานติดส์ได้มีการสังเกตการณ์ครั้งแรกเมื่อเช้ามืดของวันที่ 2 มกราคม .. 1825 โดย อันโตนิโอ บรูคาลาสซิ (Antonio Brucalassi) ชาวอิตาเลียน กล่าวว่า “the atmosphere was traversed by a multitude of the luminous bodies known by the name of falling stars.” (บรรยายกาศที่ถูกตัดผ่านโดยวัตถุที่มีแสงสว่างจำนวนมาก ที่รู้จักกันในชื่อว่าดาวตก) และอีก 10 ปีต่อมา หลุยส์ แฟรงคอย วาร์ทมานน์ (Louis Francois Wartmann) ชาวสวิสเซอร์แลนด์ ได้มีการค้นพบฝนดาวตกควอดรานติดส์อีกครั้ง ในวันที่ 2 มกราคม .. 1835 และ เอ็ม. เรย์เนีย (M. Reynier) ในวันที่ 2 มกราคม .. 1838 เป็นชาวสวิสเซอร์แลนด์ เช่นกัน

        ในปี .. 1839 ได้มีการกล่าวถึงฝนดาวตกควอดรานติดส์ ว่าเกิดในช่วงก่อนเดือนมกราคมเป็นครั้งแรก และเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เมื่ออดอลฟี ควอเตเลต (Adolphe Quetelet) แห่งหอดูดาว ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และเอ็ดวาร์ด ซี. เฮอร์ริค (Edward C. Herrick) จากรัฐคอนเนตติคัตของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เสนอว่าฝนดาวตกที่รู้จักกันดีในชื่อควอดรานติดส์ เนื่องมาจากศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตกออกมาจากบริเวณกลุ่มดาวเครื่องมือเดินเรือ (Quadrans Muralis) ซึ่งเป็นกลุ่มดาวที่เคยมีในแผนที่ดาวในช่วงศตวรรษที่ 19 (ปัจจุบันได้ถูกยกเลิกไปแล้ว) ซึ่งอยู่ระหว่างกลุ่มดาวเฮอร์คิวลิส กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ และกลุ่มดาวมังกร

 

การสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ฝนดาวตกควอดรานติดส์

        ในการสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ฝนดาวตกควอดรานติดส์ โดยศูนย์กลางการกระจายของปรากฏการณ์ฝนดาวตกควอดรานติดส์ อยู่ระหว่างระหว่างกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ และกลุ่มดาวมังกร โดยจะขึ้นจากขอบฟ้าด้านทิศตะวันเหนือ และจะเห็นปรากฏการณ์ฝนดาวตกได้ในช่วงวันที่ 28 ธันวาคม – 7 มกราคม และช่วงที่มีฝนดาวตกมากที่สุด 3 – 4 มกราคม ของทุกปี ซึ่งปริมาณการเกิดโดยเฉลี่ยประมาณ 40 ดวงต่อชั่วโมง ในการสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ฝนดาวตกควอดรานติดส์ ลักษณะของเส้นฝนดาวตกจะเห็นเป็นลำยาว

 

รูปที่ 14 แสดงบริเวณศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตกควอดรานติดส์ อยู่ระหว่างกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ และกลุ่มดาวมังกร

 

        เนื่องด้วยปกติแล้วเราจะเข้าใจว่าศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตกควอดรานติดส์อยู่ที่กลุ่มดาวคนคู่แล้วกันต้องหันหน้ามองในกลุ่มดาวนี้ตลอด แต่ความจริงแล้วฝนดาวตกมีโอกาสตัดผ่านกลุ่มดาวไหนก็ได้ขณะที่ปรากฏบนท้องฟ้าที่เรากำลังสังเกตการณ์อยู่

 

ข้อแนะนำ 

        โดยปกติแล้วปรากฏการณ์ฝนดาวตกไม่สามารถมองเห็นได้จากตัวเมืองที่มีแสงไฟแสงมาก เนื่องจากแสงไฟเหล่านี้เป็นอุปสรรครบกวนการเห็นมอง และแสงเหล่านี้กระเจิงกินระยะทางเป็นพื้นที่กว้างจึงควรหลีกเลียงทำการสังเกตในพื้นที่ที่มีแสงรบกวนสายตาจำนวนมาก และเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อความเพลิดเพลินของผู้สังเกตการณ์เอง

ดาวเคราะห์ในเดือนมกราคม 2556

        สำหรับในช่วงเดือนมกราคมนี้เราสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ ได้ทั้งหมด 5 ดวง คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ซึ่งทั้ง 5 ดวง เราสารมารถทำการสังเกตได้ตลอดเดือนมกราคมนี้

 

รูปที่ 15 แสดงลักษณะปรากฏของดาวเคราะห์ในช่วงเดือนมกราคม

 

การสังเกตดาวพุธ

        ในช่วงต้นเดือนมกราคมผู้สังเกตการณ์สามารถทำการสังเกตการณ์ดาวพุธได้จากทางทิศตะวันตกในช่วงวันที่ 1 – 10 ไม่สามารถสังเกตเห็นดาวพุธได้เนื่องจากดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก ซึ่งจะสามารถเริ่มสังเกตได้ในช่วงระหว่างวันที่ 11 ถึง 31 ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ สำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวพุธช่วงเดือนมกราคมนี้อยู่ที่ระหว่าง 1.61 ถึง 0.56

 

เวลาขึ้นตก ของดาวพุธในเดือนมกราคม .. 2557

เวลา ตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์ : ละติจูด 1345.0 เหนือ ลองจิจูด 10031.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

 

ดาวพุธขึ้น

ผ่านเส้นเมอริเดียน

ดาวพุธตก

วันที่ เดือน

วัน

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

1 มกราคม

พุธ

07:01

116°

12:36

50°S

18:11

245°

2 มกราคม

พฤหัสบดี

07:04

115°

12:39

50°S

18:14

245°

3 มกราคม

ศุกร์

07:07

115°

12:42

51°S

18:17

245°

4 มกราคม

เสาร์

07:10

115°

12:45

51°S

18:21

245°

5 มกราคม

อาทิตย์

07:13

115°

12:48

51°S

18:24

245°

6 มกราคม

จันทร์

07:16

115°

12:52

51°S

18:28

245°

7 มกราคม

อังคาร

07:18

114°

12:55

51°S

18:31

246°

8 มกราคม

พุธ

07:21

114°

12:58

52°S

18:35

246°

9 มกราคม

พฤหัสบดี

07:24

114°

13:01

52°S

18:38

246°

10 มกราคม

ศุกร์

07:27

114°

13:04

52°S

18:42

247°

11 มกราคม

เสาร์

07:30

113°

13:07

53°S

18:45

247°

12 มกราคม

อาทิตย์

07:32

113°

13:10

53°S

18:49

247°

13 มกราคม

จันทร์

07:35

112°

13:14

53°S

18:52

248°

14 มกราคม

อังคาร

07:37

112°

13:17

54°S

18:56

248°

15 มกราคม

พุธ

07:40

112°

13:20

54°S

19:00

249°

16 มกราคม

พฤหัสบดี

07:42

111°

13:22

55°S

19:03

249°

17 มกราคม

ศุกร์

07:45

111°

13:25

55°S

19:06

250°

18 มกราคม

เสาร์

07:47

110°

13:28

56°S

19:10

250°

19 มกราคม

อาทิตย์

07:49

109°

13:31

56°S

19:13

251°

20 มกราคม

จันทร์

07:51

109°

13:33

57°S

19:16

251°

21 มกราคม

อังคาร

07:53

108°

13:36

57°S

19:20

252°

22 มกราคม

พุธ

07:54

108°

13:38

58°S

19:23

253°

23 มกราคม

พฤหัสบดี

07:56

107°

13:41

59°S

19:26

253°

24 มกราคม

ศุกร์

07:57

106°

13:43

59°S

19:28

254°

25 มกราคม

เสาร์

07:58

106°

13:44

60°S

19:31

255°

26 มกราคม

อาทิตย์

07:59

105°

13:46

60°S

19:33

255°

27 มกราคม

จันทร์

08:00

104°

13:47

61°S

19:35

256°

28 มกราคม

อังคาร

08:00

104°

13:48

62°S

19:37

257°

29 มกราคม

พุธ

08:00

103°

13:49

62°S

19:38

257°

30 มกราคม

พฤหัสบดี

08:00

102°

13:49

63°S

19:39

258°

31 มกราคม

ศุกร์

07:59

102°

13:49

64°S

19:39

259°

 

การสังเกตดาวศุกร์

        สำหรับการสังเกตการณ์ดาวศุกร์ในช่วงต้นเดือนธันวาคม เราสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ในช่วงหัวค่ำซึ่งดาวศุกร์จะอยู่สูงจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตก โดยดาวศุกร์จะปรากฏอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวคนยิงธนู และผู้สังเกตยังจะได้เห็นดาวศุกร์อยู่ภายในบริเวณทางช้างเผือกในช่วงหัวค่ำหลังจากที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 –7 และสามารถสังเกตเห็นในช่วงเช้ามืดระหว่างวันที่ 16 – 31 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวดาวศุกร์จะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ที่ระหว่าง – 1.99 ถึง – 2.96

 

เวลาขึ้นตก ของดาวศุกร์ในเดือนมกราคม .. 2557

เวลา ตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์ : ละติจูด 1345.0 เหนือ ลองจิจูด 10031.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

 

ดาวศุกร์ขึ้น

ผ่านเส้นเมอริเดียน

ดาวศุกร์ตก

วันที่ เดือน

วัน

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

1 มกราคม

พุธ

07:53

109°

13:34

57°S

19:15

251°

2 มกราคม

พฤหัสบดี

07:47

109°

13:28

57°S

19:09

252°

3 มกราคม

ศุกร์

07:41

108°

13:22

57°S

19:03

252°

4 มกราคม

เสาร์

07:34

108°

13:16

57°S

18:57

252°

5 มกราคม

อาทิตย์

07:28

108°

13:09

58°S

18:51

252°

6 มกราคม

จันทร์

07:21

108°

13:03

58°S

18:45

252°

7 มกราคม

อังคาร

07:15

108°

12:57

58°S

18:39

252°

8 มกราคม

พุธ

07:08

108°

12:50

58°S

18:32

253°

9 มกราคม

พฤหัสบดี

07:01

107°

12:44

58°S

18:26

253°

10 มกราคม

ศุกร์

06:55

107°

12:37

58°S

18:19

253°

11 มกราคม

เสาร์

06:48

107°

12:30

58°S

18:13

253°

12 มกราคม

อาทิตย์

06:41

107°

12:24

58°S

18:07

253°

13 มกราคม

จันทร์

06:35

107°

12:17

59°S

18:00

253°

14 มกราคม

อังคาร

06:28

107°

12:11

59°S

17:54

253°

15 มกราคม

พุธ

06:21

107°

12:04

59°S

17:47

253°

16 มกราคม

พฤหัสบดี

06:15

107°

11:58

59°S

17:41

253°

17 มกราคม

ศุกร์

06:09

107°

11:52

59°S

17:35

253°

18 มกราคม

เสาร์

06:02

106°

11:46

59°S

17:29

254°

19 มกราคม

อาทิตย์

05:56

106°

11:40

59°S

17:23

254°

20 มกราคม

จันทร์

05:50

106°

11:34

59°S

17:17

254°

21 มกราคม

อังคาร

05:44

106°

11:28

59°S

17:11

254°

22 มกราคม

พุธ

05:38

106°

11:22

59°S

17:06

254°

23 มกราคม

พฤหัสบดี

05:33

106°

11:17

59°S

17:00

254°

24 มกราคม

ศุกร์

05:28

106°

11:11

59°S

16:55

254°

25 มกราคม

เสาร์

05:22

106°

11:06

59°S

16:50

254°

26 มกราคม

อาทิตย์

05:17

106°

11:01

59°S

16:45

254°

27 มกราคม

จันทร์

05:12

106°

10:56

59°S

16:40

254°

28 มกราคม

อังคาร

05:08

106°

10:52

59°S

16:36

254°

29 มกราคม

พุธ

05:03

106°

10:47

59°S

16:31

254°

30 มกราคม

พฤหัสบดี

04:59

106°

10:43

59°S

16:27

254°

31 มกราคม

ศุกร์

04:55

106°

10:39

59°S

16:23

254°

 

การสังเกตดาวอังคาร

        ในเดือนมกราคมนี้ผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวอังคารได้ โดยดาวอังคารจะเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าออกมาในเวลา 23:13 . พร้อมกับกลุ่มดาวหญิงสาว และถ้าหากผู้สังเกตมองดาวอังคารผ่านกล้องโทรทรรศน์กลางจะสามารถมองเห็นขั้วน้ำแข็งบนดาวอังคารได้ และสำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวอังคารในช่วงเดือนมกราคมนี้อยู่ที่ระหว่าง 1.25 ถึง 0.65

 

เวลาขึ้นตก ของดาวอังคารในเดือนมกราคม .. 2557

เวลา ตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์ : ละติจูด 1345.0 เหนือ ลองจิจูด 10031.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

 

ดาวอังคารขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ดาวอังคารตก

วันที่ เดือน

วัน

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

1 มกราคม

พุธ

00:29

92°

06:28

72°S

12:27

267°

2 มกราคม

พฤหัสบดี

00:27

93°

06:26

72°S

12:24

267°

3 มกราคม

ศุกร์

00:25

93°

06:23

72°S

12:22

267°

4 มกราคม

เสาร์

00:23

93°

06:21

72°S

12:19

267°

5 มกราคม

อาทิตย์

00:20

93°

06:19

72°S

12:17

267°

6 มกราคม

จันทร์

00:18

93°

06:16

72°S

12:14

267°

7 มกราคม

อังคาร

00:16

93°

06:14

71°S

12:12

266°

8 มกราคม

พุธ

00:14

94°

06:12

71°S

12:09

266°

9 มกราคม

พฤหัสบดี

00:12

94°

06:09

71°S

12:07

266°

10 มกราคม

ศุกร์

00:09

94°

06:07

71°S

12:04

266°

11 มกราคม

เสาร์

00:07

94°

06:04

71°S

12:02

266°

12 มกราคม

อาทิตย์

00:05

94°

06:02

71°S

11:59

266°

13 มกราคม

จันทร์

00:02

94°

06:00

71°S

11:56

266°

14 มกราคม

อังคาร

00:00

95°

05:57

70°S

11:54

265°

 

 

23:58

95°

-

-

-

-

15 มกราคม

พุธ

23:55

95°

05:55

70°S

11:51

265°

16 มกราคม

พฤหัสบดี

23:53

95°

05:52

70°S

11:49

265°

17 มกราคม

ศุกร์

23:51

95°

05:50

70°S

11:46

265°

18 มกราคม

เสาร์

23:48

95°

05:47

70°S

11:43

265°

19 มกราคม

อาทิตย์

23:46

95°

05:44

70°S

11:41

265°

20 มกราคม

จันทร์

23:43

95°

05:42

70°S

11:38

265°

21 มกราคม

อังคาร

23:41

96°

05:39

70°S

11:35

264°

22 มกราคม

พุธ

23:38

96°

05:37

69°S

11:32

264°

23 มกราคม

พฤหัสบดี

23:36

96°

05:34

69°S

11:30

264°

24 มกราคม

ศุกร์

23:33

96°

05:31

69°S

11:27

264°

25 มกราคม

เสาร์

23:31

96°

05:29

69°S

11:24

264°

26 มกราคม

อาทิตย์

23:28

96°

05:26

69°S

11:21

264°

27 มกราคม

จันทร์

23:25

96°

05:23

69°S

11:18

264°

28 มกราคม

อังคาร

23:23

96°

05:20

69°S

11:15

264°

29 มกราคม

พุธ

23:20

96°

05:18

69°S

11:12

264°

30 มกราคม

พฤหัสบดี

23:17

97°

05:15

69°S

11:10

263°

31 มกราคม

ศุกร์

23:15

97°

05:12

68°S

11:07

263°

 

การสังเกตดาวพฤหัสบดี

        สำหรับการสังเกตดาวพฤหัสบดีราชาแห่งดาวเคราะห์ในเดือนมกราคมนี้ผู้สังเกตจะสามารถสังเกตดาวพฤหัสบดีปรากฏขึ้นจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกพร้อมกับกลุ่มดาวคนคู่ ในช่วงเวลาประมาณ 18:10 และสามารถมองดาวพฤหัสบดีไปจนถึงเช้า และสำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวพฤหัสบดีช่วงเดือนมกราคมนี้อยู่ที่ระหว่าง – 1.98 ถึง – 1.92

 

เวลาขึ้นตก ของดาวพฤหัสบดีในเดือนมกราคม .. 2557

เวลา ตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์ : ละติจูด 1345.0 เหนือ ลองจิจูด 10031.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

 

ดาวพฤหัสบดีขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ดาวพฤหัสบดีตก

วันที่ เดือน

วัน

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

1 มกราคม

พุธ

18:21

66°

00:53

82°N

07:20

294°

2 มกราคม

พฤหัสบดี

18:17

66°

00:48

82°N

07:15

294°

3 มกราคม

ศุกร์

18:12

66°

00:44

82°N

07:11

294°

4 มกราคม

เสาร์

18:08

66°

00:39

82°N

07:06

294°

5 มกราคม

อาทิตย์

18:03

66°

00:35

82°N

07:02

294°

6 มกราคม

จันทร์

17:59

66°

00:30

82°N

06:57

294°

7 มกราคม

อังคาร

17:54

66°

00:26

82°N

06:53

294°

8 มกราคม

พุธ

17:50

66°

00:21

82°N

06:48

294°

9 มกราคม

พฤหัสบดี

17:45

66°

00:17

82°N

06:44

294°

10 มกราคม

ศุกร์

17:41

66°

00:12

82°N

06:39

294°

11 มกราคม

เสาร์

17:36

66°

00:08

82°N

06:35

294°

12 มกราคม

อาทิตย์

17:32

66°

00:03

82°N

06:30

294°

 

 

-

-

23:59

82°N

-

-

13 มกราคม

จันทร์

17:27

66°

23:54

82°N

06:26

294°

14 มกราคม

อังคาร

17:22

66°

23:50

82°N

06:22

294°

15 มกราคม

พุธ

17:18

66°

23:45

82°N

06:17

294°

16 มกราคม

พฤหัสบดี

17:13

66°

23:41

82°N

06:13

294°

17 มกราคม

ศุกร์

17:09

66°

23:36

82°N

06:08

294°

18 มกราคม

เสาร์

17:04

66°

23:32

82°N

06:04

294°

19 มกราคม

อาทิตย์

17:00

66°

23:27

82°N

05:59

294°

20 มกราคม

จันทร์

16:55

66°

23:23

82°N

05:55

294°

21 มกราคม

อังคาร

16:51

66°

23:18

82°N

05:50

294°

22 มกราคม

พุธ

16:47

66°

23:14

82°N

05:46

294°

23 มกราคม

พฤหัสบดี

16:42

66°

23:10

82°N

05:41

294°

24 มกราคม

ศุกร์

16:38

66°

23:05

82°N

05:37

294°

25 มกราคม

เสาร์

16:33

66°

23:01

82°N

05:33

294°

26 มกราคม

อาทิตย์

16:29

66°

22:56

82°N

05:28

294°

27 มกราคม

จันทร์

16:24

66°

22:52

82°N

05:24

294°

28 มกราคม

อังคาร

16:20

66°

22:47

82°N

05:19

294°

29 มกราคม

พุธ

16:15

66°

22:43

82°N

05:15

294°

30 มกราคม

พฤหัสบดี

16:11

66°

22:39

82°N

05:11

294°

31 มกราคม

ศุกร์

16:07

66°

22:34

82°N

05:06

294°

 

การสังเกตดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

        ในการสังเกตดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีในแต่ละคืนตำแหน่งของดวงจันทร์จะมีความแตกต่างกันไป ซึ่งในแต่ละคืนอาจเกิดปรากฏการณ์บนดาวพฤหัสบดี เช่น อุปราคาบนดาวพฤหัสบดี เกิดจากเงาของดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีเอง เมื่อผู้สังเกตดูปรากฏการณ์นี้ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นเป็นจุดสีดำบนดาวพฤหัสบดี

 

รูปที่ 16 แสดงตำแหน่งดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีในช่วงเดือนมกราคม

 

การสังเกตดาวเสาร์

        การสังเกตดาวเสาร์ในช่วงต้นเดือนมกราคมนี้ผู้สังเกตสามารถสังเกตได้ โดยดาวเสาร์จะเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าออกมาในเวลา 03:13 . พร้อมกับกลุ่มดาวคันชั่ง และสามารถสังเกตดาวเสาร์ไปจนถึงช่วงเช้ามืด และสำหรับค่าความสว่างปรากฏของดาวพฤหัสบดีช่วงเดือนมกราคมนี้อยู่ที่ระหว่าง 1.20 ถึง 1.02

 

เวลาขึ้นตก ของดาวเสาร์ในเดือนมกราคม .. 2557

เวลา ตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์ : ละติจูด 1345.0 เหนือ ลองจิจูด 10031.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

 

ดาวเสาร์ขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ดาวเสาร์ตก

วันที่ เดือน

วัน

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

เวลา

มุมทิศ

1 มกราคม

พุธ

03:11

106°

08:55

59°S

14:40

254°

2 มกราคม

พฤหัสบดี

03:08

106°

08:52

59°S

14:36

254°

3 มกราคม

ศุกร์

03:04

106°

08:48

59°S

14:33

254°

4 มกราคม

เสาร์

03:01

106°

08:45

59°S

14:29

254°

5 มกราคม

อาทิตย์

02:57

106°

08:41

59°S

14:25

254°

6 มกราคม

จันทร์

02:53

106°

08:38

59°S

14:22

254°

7 มกราคม

อังคาร

02:50

106°

08:34

59°S

14:18

254°

8 มกราคม

พุธ

02:46

106°

08:30

59°S

14:14

254°

9 มกราคม

พฤหัสบดี

02:43

106°

08:27

59°S

14:11

254°

10 มกราคม

ศุกร์

02:39

106°

08:23

59°S

14:07

254°

11 มกราคม

เสาร์

02:36

106°

08:20

59°S

14:04

254°

12 มกราคม

อาทิตย์

02:32

106°

08:16

59°S

14:00

254°

13 มกราคม

จันทร์

02:28

106°

08:12

59°S

13:56

254°

14 มกราคม

อังคาร

02:25

106°

08:09

59°S

13:53

254°

15 มกราคม

พุธ

02:21

106°

08:05

59°S

13:49

254°

16 มกราคม

พฤหัสบดี

02:18

106°

08:01

59°S

13:45

254°

17 มกราคม

ศุกร์

02:14

106°

07:58

59°S

13:42

254°

18 มกราคม

เสาร์

02:10

106°

07:54

59°S

13:38

254°

19 มกราคม

อาทิตย์

02:07

106°

07:51

59°S

13:34

253°

20 มกราคม

จันทร์

02:03

107°

07:47

59°S

13:31

253°

21 มกราคม

อังคาร

01:59

107°

07:43

59°S

13:27

253°

22 มกราคม

พุธ

01:56

107°

07:40

59°S

13:23

253°

23 มกราคม

พฤหัสบดี

01:52

107°

07:36

59°S

13:20

253°

24 มกราคม

ศุกร์

01:48

107°

07:32

59°S

13:16

253°

25 มกราคม

เสาร์

01:45

107°

07:28

59°S

13:12

253°

26 มกราคม

อาทิตย์

01:41

107°

07:25

59°S

13:09

253°

27 มกราคม

จันทร์

01:37

107°

07:21

59°S

13:05

253°

28 มกราคม

อังคาร

01:34

107°

07:17

59°S

13:01

253°

29 มกราคม

พุธ

01:30

107°

07:14

59°S

12:57

253°

30 มกราคม

พฤหัสบดี

01:26

107°

07:10

59°S

12:54

253°

31 มกราคม

ศุกร์

01:23

107°

07:06

59°S

12:50

253°

 

 

ความสุขของคนดูดาว คือ การที่ได้เฝ้ามองท้องฟ้าอันสวยงาม

 

กรกมล ศรีบุญเรือง

นักวิชาการ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Additional information