การศึกษาถึงบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่อยู่ห่างไกล
ในปัจจุบันนี้ นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบและยืนยันถึงดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ(Exoplanet – ดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์) มากกว่า 800 ดวง ขณะที่ยังมีอีก 2,700 กว่าดวงที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งก็มีข้อสงสัยว่าดาวเคราะห์เหล่านี้มีองค์ประกอบจากอะไรบ้าง? น่าเสียดายที่นักดาราศาสตร์ไม่สามารถสำรวจดาวเคราะห์พวกนี้จากระยะใกล้ได้ (อย่างเช่น การส่งยานอวกาศไปสำรวจแบบกรณีดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเรา) ดังนั้น นักวิจัยจึงพยายามและพัฒนาสร้างเทคนิคต่างๆเพื่อให้สำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้ดีขึ้น
กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์กำลังป่วยหนัก !
ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2552 องค์การนาซาได้ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า เคปเลอร์ (Kepler) ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ ถูกส่งขึ้นไปปฏิบัติภารกิจเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552
นักวิทยาศาสตร์ชี้....น้ำในชั้นบรรยากาศดาวพฤหัสบดีมาจากดาวหาง
ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ดาวเคราะห์แก๊สที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ อีกทั้งมีจำนวนดวงจันทร์บริวารมากที่สุดในระบบสุริยะอีกด้วย องค์ประกอบหลักของดาวพฤหัสบดีส่วนใหญ่เป็นแก๊สไฮโดรเจนและแก๊สฮีเลียม จากการศึกษานักวิทยาศาสตร์พบว่าดาวพฤหัสบดีมีลักษณะคล้ายคลึงกับดวงอาทิตย์เพียงแต่ระดับมวลของดาวพฤหัสบดีนั้นน้อยกว่าดวงอาทิตย์มากจึงไม่สามารถจุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear fusion) ณ แกนกลางได้ นอกจากไฮโดรเจนและฮีเลียมที่เป็นองค์ประกอบหลักแล้ว ที่บริเวณบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีนั้นยังมีแก๊สมีเทน แอมโมเนีย ไฮโดรเจนซัลไฟล์ และน้ำเป็นองค์ประกอบย่อย
“ฤดูกาล”สำหรับการเปลี่ยนแปลงพลาสมาของดาวเสาร์
นักวิจัยได้อาศัยข้อมูลจากยานอวกาศคาสซินีขององค์การ NASA ค้นพบว่าภายในสนามแม่เหล็กของดาวเสาร์ ซึ่งมีลักษณะเป็น “ฟอง” ของอนุภาคมีประจุไฟฟ้าอยู่ล้อมรอบดาว มีความเปลี่ยนแปลงที่ขึ้นกับฤดูกาล[1]ของดาวเสาร์ การค้นพบนี้เป็นเบาะแสสำคัญ เพื่อแก้ปริศนาเกี่ยวกับสัญญาณวิทยุตามธรรมชาติของดาวเคราะห์ดวงนี้ และอาจจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจถึงความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลกและแถบรังสีฟาน อัลเลน[2]ซึ่งมีผลกระทบต่อกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความปลอดภัยในภารกิจด้านอวกาศ ไปจนถึงการสื่อสารทางดาวเทียมหรือโทรศัพท์มือถือ
คำอธิบายถึงการที่ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่ดูอ่อนเยาว์
ตามปกติแล้ว เมื่อดาวเคราะห์มีอายุมากขึ้นก็จะเย็นตัวลงและดูมีสีคล้ำลง แต่ดาวเสาร์กลับยังดูมีสีอ่อนกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้หากพิจารณาถึงอายุของดาวเสาร์[1]นักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวถึงข้อสงสัยนี้ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 60 งานวิจัยฉบับใหม่ที่ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารการวิจัย Nature Geoscience ได้เปิดเผยถึงกระบวนการที่ทำให้ดาวเสาร์ยังดูอ่อนเยาว์














